รมต.วัฒนธรรม ติดตามผลกระทบจากพายุโพดุล ด้านศิลปวัฒนธรรม

33

วันที่ 19 กันยายน 62 นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พร้อมด้วย นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปกร ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดยโสธร เพื่อตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกับชาวบ้านและติดตามผลกระทบจากพายุโซนร้อนโพดุลและพายุดีเปรสชั่นคาจิกิ ที่ส่งผลกระทบต่อทางด้านศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม

โดยมี นายนิกร สุกใส ผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร และนายสมเพชร สร้อยสระคู รองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร ให้การต้อนรับ ซึ่งจุดแรกได้ไปตรวจดูสภาพความเสียหายของอูบมุงหอสิงห์อายุกว่า 100 ปี ภายในวัดศรีธาตุ บ้านสิงห์ ตำบลสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร ซึ่งได้รับผลกระทบจากพายุโพดุลจนทำให้อูบมุงหองสิงห์พังถล่มลงมาเป็นที่สะเทือนต่อจิตใจของชาวบ้านที่ให้ความเคารพกราบไหว้

จากนั้นคณะของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้เดินทางไปตรวจดูสภาพพื้นที่ที่บริเวณธาตุก่องข้าวน้อยฆ่าแม่บ้านตาดทอง ตำบลตาดทอง อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร ซึ่งเป็นโบราณสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของอำเภอเมืองยโสธร ซึ่งได้รับผลกระทบถูกน้ำท่วมในช่วงที่ผ่านมาโดยมี นายพิบูล ฝ่ายดี นายกเทศมนตรีตำบลตาดทอง ให้การต้อนรับพร้อมกันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมยังได้มอบถุงยังชีพให้กับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในพื้นที่อีกด้วย ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังบ้านดอนแก้ว ตำบลเขื่องคำ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร เพื่อตรวจเยี่ยมให้กำลังใจชาวบ้านและมอบถุงยังชีพ จากนั้นจึงเดินทางไปที่วัดพระพุทธบาท บ้านหนองยาง ตำบลหัวเมือง อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมพื้นที่บริเวณโดยรอบวัดจนกลายเป็นเกาะกลางน้ำ พร้อมกับได้มอบถุงยังชีพให้กับพระสงฆ์ภายในวัดและชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ก่อนจะเดินทางกลับ

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมกล่าวว่า จากการที่ทางกระทรวงวัฒนธรรม ได้เดินทางมาดูที่ธาตุก่องข้าวน้อยซึ่งถือว่าเป็นโบราณสถานที่มีความสำคัญต่อจังหวัดยโสธร ซึ่งได้รับผลกระทบจากพายุในช่วงที่ผ่านมาพบว่ามีความชื้นจากการที่ถูกน้ำท่วมขังในช่วงเวลาดังกล่าวประมาณเกือบ 1 สัปดาห์ ทางกรมศิลปากรโดยสำนักศิลปากรที่ 9 อุบลราชธานี ได้มาดูร่วมกับทางเทศบาลตำบลตาดทอง โดยจะดูแนวทางในเรื่องของการทำแนวป้องกันน้ำเพราะว่าจากภาพถ่ายนะที่ทางเทศบาลได้ส่งให้ดูรวมถึงที่ทางกรมศิลปากรได้รายงาน โดยขณะนี้ยังมีน้ำท่วมขังอยู่ พบว่าเราจะต้องมีการดำเนินการในการป้องกันไม่ให้น้ำเข้ามาบริเวณโดยรอบ ของเจดีย์ก่องข้าวน้อย เพราะถือว่า การก่อสร้างมาในอดีตใช้เวลาหลายร้อยปี ซึ่งก็จะมีโครงสร้างจากอิฐ ถ้าหากว่ามีความชื้นหรือว่าแช่น้ำนานๆก็อาจจะเกิดการผุกร่อนหรืออาจจะพังทลายลงมาได้ ทางกรมศิลปากรจะต้องดำเนินการในเรื่องของการหาแนวทางในการป้องกันไม่ให้น้ำท่วมบริเวณตั้งแต่กำแพงโดยรอบ เพราะว่านอกจากองค์เจดีย์หลักก็ยังมีองค์เจดีย์รองอีกดังนั้นก็จะต้องดูแลบริเวณโดยรอบด้วย ในการดูแลพื้นที่โดยหลักการกระทรวงก็จะได้อนุมัติวงเงินงบประมาณในส่วนของการทำแนวป้องกันน้ำเพื่อที่จะไม่ให้น้ำได้ท่วมขึ้นมาอีก แต่ในช่วงเวลาที่ผ่านมาต้องยอมรับว่ามีปริมาณฝนมากกว่าฤดูกาล ก็ทำให้แนวกระสอบทรายที่นำมาป้องกันไว้ไม่สามารถป้องกันปริมาณที่มาสูงกว่าปกติเป็นเหตุหนึ่งที่มีน้ำล้นเข้าไปในบริเวณองค์ธาตุ