รอง ผบช.น.เรียกประชุมชุดคลี่คลายคดีพริตตี้ลัลลาเบล

8

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 19 ก.ย. ที่ สน.บุคคโล พล.ต.ต.นิตินันท์ เพชรบรม รอง ผบช.น.เรียกประชุมฝ่ายสืบสวนชุดคลี่คลายคดีการตายของ น.ส.ธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ หรือ “ลัลลาเบล” อายุ 26 ปี พริตตี้ชื่อดัง โดยสั่งการให้ฝ่ายสืบสวน ทั้ง สน.บุคคโล กก.สส.บก.น.8 และ บก.สส.บช.น.แบ่งหน้าที่กันออกไปทำงานตามที่วางแผนเอาไว้ หลังประชุมนาน 1 ชั่วโมง รอง ผบช.น.เผยสั้นๆ ว่า หลังจากนี้ให้รอผลพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรเสียก่อน เบื้องต้นเชื่อว่าในวันที่ 20 ก.ย.62 หรือพรุ่งนี้จะมีความคืบหน้าอย่างแน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานแนวทางการทำงานของฝ่ายสืบสวนหลังจากนี้พบว่า เจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีได้แบ่งหน้าที่กันออกไปตรวจสอบที่เกิดเหตุในห้วงเวลาที่ผู้เสียชีวิต และผู้ต้องสงสัยอยู่ด้วยกัน โดยเฉพาะสถานที่จัดปาร์ตี้ในหมู่บ้านพฤกษา 3 ซอยวัดลาดปลาดุก อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ซึ่งกำลังจะเรียกผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดเข้าให้ปากคำอีกครั้ง ประกอบด้วย นายรัชเดช ผู้ต้องสงสัย เจ้าของบ้าน ภรรยาเจ้าของบ้าน และเพื่อนๆ ชายหญิงอีก รวมทั้งสิ้น 8 คน โดยพนักงานสอบสวนจะสอบประเด็นการเดินทางมาถึงบ้านปาร์ตี้ ว่า ใครไปถึงกี่โมง และแต่ละคนทำอะไรบ้าง อีกทั้งเหตุใด น้องเบล ผู้ตายซึ่งขับรถยนต์ส่วนตัวไปเอง กลับตัดสินใจทิ้งรถแล้วยอมออกจากบ้านมากับ นายรัชเดช ผู้ต้องสงสัย

อีกประเด็นที่กำลังเป็นที่จับตาของชุดคลี่คลายคดีคือ หลังจากที่ นายรัชเดช พาผู้ตายออกจากบ้านปาร์ตี้แล้ว ได้พาเดินทางแวะที่จุดใดบ้าง ได้ทำการโพสต์เฟซบุ๊ก หรือติดต่อกับผู้ใดทางแอพพลิเคชั่นไลน์และแอพพลิเคชั่นอื่นๆ บ้าง ประกอบขณะนี้ฝ่ายสืบสวน พบว่า พบยาหลายชนิด ที่บรรดานักเพาะกายนิยมใช้ ในบ้านที่จัดปาร์ตี้ รวมถึงในกระเป๋าสะพายของ นายรัชเดช โดยยาตัวดังกล่าวนั้นบรรดานักเพาะกายนิยมใช้เพราะเชื่อว่า มีฤทธิ์กล่อมประสาทคลายเครียด ในขณะที่ก็มีผู้นำมาใช้ในทางที่ผิดเนื่องจากคาดคิดว่าเป็นยาปลุกเซ็กซ์ได้เช่นกัน ซึ่งตัวยาเหล่านี้ทางพนักงานสอบสวนได้ส่งไปตรวจสอบกับทางนิติเวช รพ.ตำรวจ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อนำผลมายืนยันว่า สามารถทำให้ผู้ใช้ยาเสียชีวิตหรือหมดสติได้หรือไม่ โดยอีกเรื่องที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบซ้ำอย่างละเอียดคือ น้องเบล ผู้เสียชีวิตหมดลมหายใจสถานที่แห่งใด และระยะเวลาเสียชีวิตที่แน่ชัดเพื่อใช้ประกอบกันกับผลตรวจทางนิติเวช รพ.จุฬาฯ ก่อนจะมีการสั่งการดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติม