“วิษณุ” ยอมรับรัฐบาลช่วยน้ำท่วมช้า เงินบริจาคมีขั้นตอนเบิกจ่ายเยอะ สู้ “บิณฑ์” ไม่ได้

31

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงเกณฑ์การใช้เงินที่ได้รับบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยไม่กระทบต่อกฎหมาย ว่า การที่เอกชนหรือใครก็ตาม แม้กระทั่งนายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ที่ลงไปช่วยเหลือนั้นเป็นเรื่องดี ไม่ต้องอยู่ภายใต้กฎระเบียบอะไร แต่เงินที่ได้รับบริจาคเข้าเงินกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยของรัฐบาลนั้น มีระเบียบตายตัว มีกรอบของมันอยู่ ต้องตรวจสอบความเสียหายและรายงานผ่านทางจังหวัด และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)

การจะไปถือเงินแจก ทำอย่างนั้นเหมือนเอกชนไม่ได้ เพราะถ้าทำได้มันจะเกิดการเลือกที่รักมักที่ชัง เช่น บ้านนี้ ตำบลนี้ อำเภอนี้เป็นหัวคะแนน เอาไปเลย 2 หมื่น บ้านโน้นไม่รู้อย่างไรเอาไป 2 พัน จำได้หรือไม่ มีรัฐบาลสมัยหนึ่ง มีกองทุนทำนองนี้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่พื้นที่นี้ได้ 2 ล้าน แต่อีกพื้นที่ให้ 7 ล้าน ทุกวันนี้คดีอยู่ยังอยู่ในป.ป.ช. ยังไม่ตัดสินเลย อย่างไรก็ตาม เงินบริจาค เมื่อเข้ามาอยู่ในกองทุนก็อยู่ภายใต้การตรวจสอบของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ทันที

นายวิษณุ กล่าวว่า เงินบริจาคที่รัฐบาลจะนำไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยคงไม่ซ้ำกับที่ นายบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ ที่นำไปใช้ช่วยเหลือบรรเทาไปเพื่อซื้ออาหาร ประทังชีวิตเฉพาะหน้า แต่เงินของกองทุนนั้น จะเอาไปช่วยในเรื่องการซ่อมแซมที่อยู่อาศัย ซื้อปศุสัตว์คืนให้เขา หรือเอาไปใช้ในการฟื้นฟู แต่ไม่รวมถึงการทำถนนหนทาง เพราะส่วนนั้นใช้งบประมาณแผ่นดิน ไม่ใช้เงินบริจาค ดังนั้นวัตถุประสงค์ต่างกัน วิธีการจ่ายก็ต่างกัน ที่นายกฯ พูดว่าการช่วยเหลือน้ำท่วมของรัฐบาลมี 3 ระยะ

คือ 1.ป้องกัน คือก่อนเกิดเหตุ 2.ระหว่างกำลังเกิดเหตุ และ 3. ฟื้นฟูภายหลังน้ำลด กรณีของนายบิณฑ์ คืออยู่ในช่วงระหว่างเกิดเหตุ เป็นเรื่องที่ดี วันนี้การที่จะให้คนที่นั่งอยู่บนหลังคาบ้าน เขามีโอกาสหรือรู้ว่าเขาได้เงินอยู่ในมือนั้นเป็นสิ่งที่ดี อย่างน้อยก็ในเรื่องกำลังใจ เมื่อน้ำลด ปีนลงมาจากหลังคาก็พอที่จะซื้ออะไรต่ออะไรได้ แต่จะได้บ้านใหม่กลับคืนมา หรือจะได้เรือหรือวัวควายกลับคืนมา อาจจะใช้เงินของเอกชนลำบาก ต้องใช้งบประมาณแผ่นดิน หรือกองทุนบรรเทาสาธารณะภัยของรัฐ

นายวิษณุ กล่าวว่า ยอมรับว่ากลไกมันก็เป็นเช่นนั้น แต่การช่วยเหลือล่าช้าในที่นี้คือช่วยเหลือในความหมายของการเข้าไปถึงประชาชน แต่การเข้าไปถึงที่เกิดเหตุ และเข้าไปจัดการป้องกันอย่างอื่น ได้ทำไปก่อนล่วงหน้าแล้ว