กองปราบรวบผัวซวยโกหกเมียถูกแก๊งยาเสพติดจับตัวไปซ้อมและขังไว้หลังเมียร้องให้ช่วยแท้แอบไปเสพไอซ์กับกิ๊ก

31

วันนี้ 17 ก.ย. ด้วย กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยการอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก 5 บก.ป., พ.ต.ท.เผด็จ งามละม่อม รอง ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิยโย สว.กก.5 บก.ป., ร.ต.อ.พิทยา ธนาวุฒิ รอง สว.กก.5 บก.ป. ได้ร่วมกันจับกุมตัว
นายณัฐภัทร รัตนถาวร อายุ 18 ปี เศษ สัญชาติไทย ที่อยู่ 28 หมู่ที่ 8 ต.ห้วยทับทัน อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” พร้อมของกลาง ยาไอซ์ จำนวน 2 ถุง และอุปกรณ์การเสพ ภายในห้องเลขที่ 5/13 ชูก้าปาล์ม เรสสิเด้น ต.ตลาดเหนือ อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต เมื่อ วันที่ 16 กันยายน 2562เวลาประมาณ 17.30 น.

ทั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2562 ขณะที่พนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ปฏิบัติหน้าที่รับแจ้งเหตุอยู่ที่กองบังคับการปราบปราม ได้มี น.ส.สุภาวดี จำปาทอง เดินทางมาพบแจ้งว่า เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2562 นายณัฐภัทร รัตนถาวร ซึ่งเป็นสามี ได้เดินทางไปที่ จ.ภูเก็ต เพื่อไปทำงานเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย โดยคำแนะนำของเพื่อนรุ่นพี่ ซึ่งเมื่อนายณัฐภัทร เดินทางไปถึง จ.ภูเก็ต นายณัฐภัทร แจ้งกับ น.ส.สุภาวดี ทางโทรศัพท์ว่า ตนเองได้พักอยู่ที่ซูก้าปาล์มบนชั้นที่ 2 อ.เมือง จ.ภูเก็ต และภายในห้องดังกล่าวมียาเสพติดอยู่มากมาย ซึ่งนายณัฐภัทร ได้ถูกหลอกให้ไปทำงานเกี่ยวกับการเฝ้ายาเสพติด ไม่ใช่งานรักษาความปลอดภัยตามที่แจ้งแต่อย่างใด นายณัฐภัทร ยังแจ้งกับน.ส.สุภาวดี ว่า ตนเองกลัว อยากกลับบ้าน แต่ไม่สามารถกลับได้ เนื่องจากไม่รู้จักสถานที่ และไม่มีคีย์การ์ดเข้าออกอาคารโรงแรมดังกล่าว แต่ น.ส.สุภาวดี ก็ยังสามารถติดต่อ นายณัฐภัทร ทางโทรศัพท์ได้ตามปกติ

ต่อมาเมื่อวันที่ 15 ก.ย.2562 น.ส.สุภาวดี ได้โทรศัพท์ไปหา นายณัฐภัทร ซึ่งนายณัฐภัทร รับสาย แต่ไม่ยอมพูดคุยกับ น.ส.สุภาวดี และเมื่อวันที่ 16 ก.ย.2562 เวลา 13.00 น. นายณัฐภัทร ได้โทรศัพท์มาหา น.ส.สุภาวดี แต่ก็ไม่ยอมพูดคุยกับ น.ส.สุภาวดี อีก หลังจากนั้นนายณัฐภัทร ได้ส่งข้อความมายัง น.ส.สุภาวดี ว่า อยากกลับบ้าน ประกอบกับ นายณัฐภัทร ได้โพสข้อความในเฟสบุ๊คส่วนตัวว่า “ถ้าผมหายไป ก็ดูแลตัวเองกันดีดีนะ จะบวกหรือลบ เกมมันกำหนดไว้หมดแล้ว” “ล่าสุดตาเขียว ตัวช้ำ หัวโนจ้า เห้อเวรกรรมอะไร” และ “อยากกลับบ้าน กูไม่ไหวแล้ว” น.ส.สุภาวดี จึงเกรงว่า นายณัฐภัทร จะได้รับอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย จึงมาพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อขอความช่วยเหลือ ให้ช่วยติดตามหาตัว นายณัฐภัทร เพื่อช่วยเหลือให้พ้นจากอันตราย และนำตัวนายณัฐภัทร กลับบ้านพักอาศัยอย่างปลอดภัยต่อไป

เมื่อได้รับแจ้งดังกล่าว ผู้บังคับบัญชาจึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป. ซึ่งประจำการอยู่ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต เข้าทำการตรวจสอบเพื่อทำการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที หลังจากกองปราบปรามรับแจ้ง ได้นำกำลังเข้าไปตรวจบริเวณห้องพักชั้น 2 ชูก้าปาล์ม เรสสิเด้น ต.ตลาดเหนือ อ.เมืองภูเก็ต จว.ภูเก็ต เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดดังกล่าวสังเกตุพบว่าระเบียงด้านหลังห้อง 5/13 ซึ่งอยู่ติดกับสระว่ายน้ำพบชายตำหนิรูปพรรณตรงกับ นายณัฐภัทร รัตนถาวร ยืนเล่นโทรศัพท์อยู่บริเวณระเบียงหลังห้อง เมื่อชายคนดังกล่าวเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงท่าทางมีพิรุธ รีบวิ่งเข้าไปในห้องทันที เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รีบติดตามชายคนดังกล่าวเข้าไปในห้อง ตรวจสอบพบว่าคือ นายณัฐภัทร รัตนถาวร จึงเข้าทำการช่วยเหลือ แต่จากการตรวจค้นภายในห้องปรากฏพบ ยาไอซ์จำนวน 2 ถุง พร้อมอุปกรณ์การเสพยาไอซ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงยึดไว้เป็นของกลาง

จากการสอบปากคำ นายณัฐภัทร รัตนถาวร รับว่าตนเดินทางมาที่ จ.ภูเก็ตเนื่องจากได้รับการติดต่อจาก นายโจ้ (ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง) ซึ่งเป็นเพื่อนชายรักชาย ว่าให้มาอยู่ด้วยที่จังหวัดภูเก็ต เป็นเวลา 7 วัน โดยจะให้ค่าจ้างเป็นเงิน 10,000 บาท โดยนายณัฐภัทร ได้โกหกภรรยา ว่ามาทำงานเป็นคนคุมสถานบริการ ซึ่งนายณัฐภัทร ได้เดินทางมาที่ จ.ภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน 2562 และมาพักอาศัยอยู่กับนายโจ้ ที่ห้องเลขที่ 5/13 ชูก้าปาล์ม เรสสิเด้น ต.ตลาดเหนือ อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต ซึ่งขณะที่อยู่ด้วยกันกับนายโจ้ นายโจ้ ก็ได้จัดหายาเสพติด (ยาไอซ์) มาเสพและอยู่กินด้วยกัน แต่เมื่ออยู่ครบ 7 วัน นายโจ้ ก็ไม่ได้ให้เงินค่าจ้างตามที่ตกลงกันไว้ แต่บอกว่าให้อยู่ต่ออีกจนถึงวันที่ 16 กันยายน 2562 แล้วจะให้เงินค่าจ้างและซื่อตั๋วเครื่องบินให้กลับบ้าน นายณัฐภัทร จึงได้โกหกสร้างเรื่องราวว่าอยากกลับบ้าน แต่ไม่สามารถกลับได้และถูกทำร้ายร่างกาย แต่ที่จริงแล้วนายณัฐภัทร ไม่ได้ถูกกักขังหรือทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ พบนายณัฐภัทร อยู่ภายในห้องดังกล่าวเพียงคนเดียวและสามารถออกจากห้องได้อย่างอิสระ ตรวจสอบร่างกาย นายณัฐภัทร ไม่พบร่องรอยถูกทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้จับกุม นายณัฐภัทร รัตนถาวร พร้อมของกลางยาไอซ์ ในความผิดฐาน “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย” นายณัฐภัทร รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา นำตัวส่ง พงส.สภ.เมืองภูเก็ต ดำเนินคดีตามกฎหมาย และได้ติดต่อไปแจ้งให้ภรรยาและญาติของนายณัฐภัทร ที่มาขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม ทราบถึงรายละเอียดของข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น