“วัชระ”ร้องดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษฟันขบวนการฮั้วประมูลจัดซื้อรถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ของ อบจ.12จังหวัด

9

เมื่อวันที่ 22 พ.ย.64 เวลา 13.15 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) : นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือพร้อมข้อมูลแจ้งเบาะแสผ่านนายบัณฑิต สังขนันท์ ผอ.ส่วนเลขานุการคณะกรรมการคดีพิเศษให้นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ สอบเรื่องการส่อทุจริตการจัดซื้อรถซ่อมบำรุงทางอเนกประสงค์ของอบจ. 12 จังหวัดทั่วประเทศ ว่าผิดกฎหมายทำให้รัฐเสียประโยชน์ร้ายแรงหรือไม่ และขอให้รับเป็นคดีพิเศษโดยด่วนที่สุด

นายวัชระฯ กล่าวว่า อบจ.สงขลา กับพวก ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสงขลา ดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการปลอมเอกสาร แสดงเอกสารอันเป็นเท็จ และตกลงร่วมกันเสนอราคา (ฮั้วประมูล) สมยอมกันในการสู้ราคาโดยเอาเปรียบหน่วยงานของรัฐอันมิใช่เป็นไปในทางการประกอบธุรกิจปกติ และกระทำการขัดขวางการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม เป็นเหตุให้อบจ.สงขลาได้รับความเสียหาย ซึ่งเป็นความผิดตามพรบ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 4  ที่บัญญัติห้ามผู้ใดตกลงร่วมกันในการเสนอราคา เพื่อวัตถุประสงค์ที่จะให้ประโยชน์ แก่ผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ โดยหลีกเสี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมหรือโดยการกีดกันมิให้มีการเสนอสินค้าหรือบริการอื่นต่อหน่วยงานของรัฐ หรือโดยการเอาเปรียบแก่หน่วยงานของรัฐอันมิใช่เป็นไปในทางการประกอบธุรกิจปกติ ในกรณีจัดซื้อรถซ่อมบำรุงทางเอนกประสงค์นั้น

ขณะนี้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองสงขลา ได้สอบสวนเสร็จสิ้นแล้วและมีความเห็นสั่งฟ้อง บริษัท พลวิศว์ เทค พลัส จำกัด โดยนายอิทธิพล ดวงเดือนในฐานะนิติบุคคล ผู้ต้องหาที่ 1 นายอิทธิพล ดวงเดือน ในฐานะส่วนตัว ผู้ต้องหาที่ 2 และนางสาวศศิธร ตั้งตรงคิด กก.บริษัท เอส พี เค ออโต้ เทค จำกัด ผู้ต้องหาที่ 3 ในฐานความผิดร่วมกันปลอม และใช้เอกสารปลอม ตกลงร่วมกันในการเสนอราคา เพื่อวัตถุประสงค์จะให้ประโยชน์แก่ผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานรัฐ โดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมหรือโดยกีดกันมิให้มีการเสนอสินค้าหรือบริการอื่นต่อหน่วยงานรัฐหรือโดยการเอาเปรียบหน่วยงานรัฐอันมิใช่เป็นไปในทางประกอบธุรกิจปกติ ตามป.อาญา ม.83, 264 และ 268 และตามพรบ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2542 มาตรา 4 และ 14(2)

อย่างไรก็ตาม เมื่อศาลยังไม่มีคำพิพากษา ต้องถือว่าผู้ต้องหายังเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่การกระทำของกลุ่มบุคคลดังกล่าว ส่อว่าเป็นคดีความผิดทางอาญาที่มีความซับซ้อน จำเป็นต้องใช้วิธีการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเป็นพิเศษ เป็นความผิดทางอาญาที่มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน ระบบเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติจำนวนมาก ตนในฐานะผู้ร้องเรียน ขออาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ม. 50,63 และ78 ซึ่งเป็นหน้าที่ของประชาชน จึงขอชี้เบาะแสการทุจริตมาให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณาเสนอคณะกรรมการคดีพิเศษ เพื่อรับเป็นคดีพิเศษต่อไป พร้อมนี้ได้แนบหลักฐานต่างๆมาให้ประกอบการพิจารณา โดยขอให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง และประเทศชาติด้วย

สุรเชษฐ ศิลานนท์…รายงาน