“ห้วยองคต” กาญจนบุรี วันนี้ร่มรื่น อุดมสมบูรณ์ ราษฎรมีกินมีใช้อย่างมั่นคง

15

ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3480 สายกาญจนบุรี อำเภอหนองปรือ จะพบกับชุมชนและแปลงปลูกพืชเศรษฐกิจตลอดทาง จวบจนเข้าเขตอำเภอหนองปรือ เลี้ยวซ้ายสู่ตำบลสมเด็จเจริญ ตลอดเส้นทางมีไม้ยืนต้นน้อยใหญ่นานาพันธุ์สร้างความเขียวขจี ความร่มรื่นให้แก่พื้นที่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี ตลอดสองฝั่งถนนภายในโครงการฯ มีบ้านเรือนตั้งอยู่เรียงราย ที่แปลกตาคือแต่ละบ้านมีแปลงปลูกพืชผักสวนครัว และไม้ผลปลูกอยู่ในบริเวณเกือบทุกหลังคาเรือน เช่น ผักชี สะระเเหน่ ไปจนถึงเผือก กล้วยน้ำว้า ส้มโอ และขนุน

บางแปลงเป็นแปลงเกษตรแบบผสมผสานที่ปลูกตามหลักวิชาการเกษตรเชิงอิงอาศัย ดังเช่นบ้านของนายชรินทร์ กลั่นแฮม เกษตรกรที่ได้รับการจัดสรรพื้นที่ทำกินและอยู่อาศัย จากโครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยนำที่ดินที่ได้รับการจัดสรรมาจัดทำแปลงปลูกพืชชนิดต่างๆ ที่สามารถสร้างรายได้ทั้งรายวัน รายเดือน และรายปี ลักษณะของการปลูกพืชแต่ละชนิดจะต้องอิงอาศัยเกื้อกูลกัน อาศัยร่มเงากัน ส่งผลให้พืชที่ปลูกในแปลงเดียวกันทุกชนิดมีผลผลิตสมบูรณ์

“ได้รับสิทธิ์เข้าทำกินในที่ดินโครงการฯ เมื่อปี 2533 ปลูกฝรั่ง พริก ผัก กล้วย โดยพิจารณาจากอายุการเจริญเติบโตของแต่ละชนิดว่าต่างกันอย่างไร เช่น ฝรั่ง 7-8 เดือน จึงเก็บเกี่ยวได้ ปลูกพริกในร่องฝรั่ง 2-3 เดือนเก็บขายได้ ปลูกผักในร่องพริกหนึ่งเดือนเก็บขายได้ และปลูกกล้วยน้ำว้าในดงฝรั่งตัดกล้วยขายปีละครั้ง 4 ปี มีเหง้าแทงยอดสามารถขุดขายเป็นต้นพันธุ์ ปลูกไม้ยืนต้น เช่น ขนุน ลำไย ชมพู่ มะม่วง และมะพร้าว เป็นพืชให้ผลผลิตนาน 40-50 ปี ก็จะทำให้มีรายได้อย่างต่อเนื่องจากการเริ่มต้นเพียงครั้งเดียว ผมมายืนอยู่จุดนี้ได้ก็เพราะยึดแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และทำการเกษตรแบบผสมผสานตามคำสอนของในหลวงรัชกาลที่ 9” นายชรินทร์ กลั่นแฮม กล่าว

นอกจากนี้ ภายในพื้นที่โครงการฯ ยังส่งเสริมกิจกรรมด้านปศุสัตว์เชิงพาณิชย์ให้แก่ราษฎรอีกด้วย เช่น การเลี้ยงแพะเลี้ยงแกะ และการทำฟาร์มไก่ไข่ในระบบปิดที่สามารถผลิตไข่ไก่ป้อนสู่ตลาดได้ไม่น้อยกว่า 8 หมื่นฟองต่อวัน มีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการไก่ไข่ จำนวน 20 ครอบครัว โดยจะได้รับการสนับสนุนไก่ไข่เล้าละ 4,300 ตัว ไข่ไก่ที่ได้ขายในราคาประกัน 2.75 บาทต่อฟอง ถือว่าคุ้มค่าเมื่อหักค่าใช้จ่ายแล้ว ส่วนมูลไก่ขายได้กระสอบละ 30 บาท ที่หน้าฟาร์ม นอกจากนี้เกษตรกรจะมีรายได้จากการจำหน่ายไก่ปลดกรงอีกต่างหาก ทุกคนที่มาทำฟาร์มไก่ไข่มีรายได้ดีขึ้น มีเงินเก็บส่งลูกหลานเรียนจนจบปริญญาตรีทุกครอบครัว” นายสุรชัย รุ่งรัตนพงษ์พร ประธานกลุ่มผู้เลี้ยงไก่ไข่ กล่าว

โครงการห้วยองคตอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้นเพื่อให้ราษฎรมีที่อยู่ที่กินเป็นหลักแหล่ง ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และให้เข้าถึงช่องทางทำกินพร้อมๆ กับการฟื้นฟูสภาพป่าเสื่อมโทรม ภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิชัยพัฒนา
โดยมีสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ทำหน้าที่ประสานงานและสนับสนุนงบประมาณ และมีกรมการปกครอง โดยอำเภอหนองปรือ จังหวัดกาญจนบุรี รับผิดชอบดูแลโครงการฯ