“ชำนาญ” ลุยฟ้องกราวรูด “นายกฯ/อดีตปธ.ศาลฎีกา/อดีตเลขาศาลยธ.” ขอเพิกถอน ประกาศสำนักนายกฯ ยื่น (ปปช.) ตรวจสอบ (ก.ต.) เเละอนุ (ก.ต.) อีกทางด้วย

22

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ นายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ อดีตประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา มอบหมายให้ทนายความยื่นฟ้องอาทิ นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้รับสนองพระบรมราชโองการ, อดีตประธานศาลฎีกา, อดีตเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และสำนักงานศาลยุติธรรม เป็นจำเลยต่อศาลแพ่ง รวมทั้งยื่นคำร้องถึงสำนักงาน (ปปช.) เพื่อให้พิจารณาการร้องเรียนพฤติกรรมของกต. และอนุ (กต.) เกี่ยวกับการลงโทษทางวินัยข้าราชการสำนักงานศาลยุติธรรมที่ดำเนินการอย่างไม่เป็นธรรม

นายชำนาญฯ ระบุว่า ในคำฟ้อง ได้ขอให้ศาลเพิกถอนประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี ที่นำความกราบบังคมทูลให้ข้าราชการตุลาการพ้นจากตำแหน่งโดยขัดต่อรัฐธรรมนูญ และไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนอีกคำร้องหนึ่ง คือนายกรัฐมนตรีและจำเลยทั้งหมด ให้ดำเนินการนำความกราบบังคมทูลตั้งแต่เมื่อ 2 ปีก่อนที่มีการส่งกลับคืนมาให้ (ก.ต.) ทบทวน โดยระบุว่าไม่สามารถทำได้ผิดกฎหมายและขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ขัดต่อพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การแต่งตั้งผู้พิพากษาอาวุโส พ.ศ.2542 มาตรา 6 /1 มาตรา 7 และการกระทำเช่นนี้ มองว่าเป็นการแทรกแซงการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตุลาการ

“กรณีของนายอนุรักษ์ สง่าอารีย์กุล ประธานแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบในศาลอุทธรณ์ (กรณีใช้ไลน์ล็อบบี้หาเสียงเลือกตั้งกต.ผู้ทรงคุณวุฒิ) ที่ตนได้เคยยื่นคำร้องถึงนายกรัฐมนตรีนั้นก็ไม่ได้มีการขอให้ทบทวนมติ (ก.ต.) แต่ขอให้นายกรัฐมนตรีขอข้อมูลเพื่อประกอบการถวายความเห็นหรือประกอบการนำความกราบบังคมทูล หรือกรณีของนางเมทินี ชโลธร อดีตประธานศาลฎีกา ที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่งประธานศาลฎีกาไปแล้ว ก็ต้องดูข้อเท็จจริง ว่า ได้ลาออกไปจากราชการ ในตำแหน่งข้าราชการศาลยุติธรรม ไปแล้วด้วยหรือไม่ เพราะหากไม่ได้ลาออก เพียงแค่ไม่ประสงค์จะต่ออายุราชการ ก็ยังไม่พ้นจากการเป็นข้าราชการตุลาการ และหากจะลาออกจากข้าราชการตุลาการ ก็ต้องได้รับอนุญาต จาก (ก.ต.) ก่อน ไม่เช่นนั้น ก็ไม่สามารถที่จะไปยื่นขอรับเงินบำนาญได้”

นายชำนาญฯ กล่าวว่า กรณีการทำงานของกต.และอนุกต.นั้น ตนเห็นว่า มีความผิดปกติหลายเรื่อง ในเรื่องนี้ตนได้ส่งหนังสือร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการปปช. อีกทางหนึ่งด้วยเกี่ยวกับการลงโทษทางวินัยข้าราชการสำนักงานศาลยุติธรรมที่ดำเนินการอย่างไม่เป็นธรรม เช่น ในกรณีของตน กรณีนายปรเมษฐ์ โตวิวัฒน์ กรณีนายอนุรักษ์ สง่าอารีย์กุล กรณีนายวิชญ์ธรรมนาถ สุวรรณโกตา เพราะบางกรณีก็มีการตัดสินอย่างรวดเร็วโดยกต.และอนุกต. บางกรณีก็ล่าช้า แบบนี้ต้องให้มีการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน

ทั้งนี้ ศาลแพ่งรับคำฟ้องไว้เป็นเลขคดีที่ พ5472/2564 นัดพร้อม และนัดชี้ 2 สถาน ในวันที่ 9 มี.ค.2565 เวลา 9.00 น.

สุรเชษฐ ศิลานนท์…รายงาน