เก้าอี้นึ้ป๋าจอง “ชาติซ้าย” ยืนหนึ่งไร้คู่แข่ง นั่งนายกมวยอาชีพต่อสมัย16

18

สโมสรสมาชิกไว้ใจ ให้ “ชาติซ้าย” สมชาติ เจริญวัชรวิทย์ นั่งเก้าอี้นายกสมาคมกีฬามวยอาชีพ แบบไร้คู่แข่ง เป็นสมัยที่ 16

“ชาติซ้าย” นายสมชาติ เจริญวัชรวิทย์ นายกสมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย เป็นประธานในการประชุมสามัญใหญ่ประจำปี 2564 ของสมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย ที่ห้องประชุม เดอะ บาซาร์เธียร์เตอร์

โดยมีวาระสำคัญคือ การเลือกตั้งนายกฯ คนใหม่ ซึ่งปรากฏว่า สมาชิกสโมสรต่างยกมือรับรองอย่างท่วมท้นเป็นเสียงเดียวให้ “ชาติซ้าย” สมชาติ เจริญวัชรวิทย์ นั่งนายกสมาคมกีฬามวยอาชีพ ไร้คู่แข่ง เป็นสมัยที่ 16 โดยมีผู้แทนจากการกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมสังเกตการณ์ทุกขั้นตอน

สำหรับขั้นตอนการเลือกตั้งนายกสมาคมฯครั้งนี้ นายภพธร รุ่งสมัย เสนอชื่อ พ.อ.บุญส่ง เกิดมณี ในฐานะผู้อาวุโสที่สุดให้เป็นประธานการเลือกชั่วคราว ซึ่งมี นายนิคม รัตนวิชช์ และ ทนายสุกฤษฏิ์ แพรกรีฑาเวศน์ เป็นผู้ช่วย ซึ่งให้สมาชิกเสนอชื่อ ปรากฏว่า ผศ.ดร.อนันต์ เมฆสวรรค์ เสนอชื่อ นายสมชาติ เจริญวัชรวิทย์ ให้เป็นนายกในวาระต่อไป ซึ่งไร้คู่แข่ง โดยสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมดได้ยกมือลงคะแนนอย่างเปิดเผยให้เป็นนายสมชาติ เป็นนายกต่ออีกสมัยอย่างท่วมท้น ซึ่งครั้งนี้จะมีวาระ 4 ปี นับตั้งแต่ 16 พ.ย.64 ถึงวันที่ 15 พ.ย.68

ทั้งนี้ วาระการประชุมที่สำคัญคือ การรับรองการประชุมใหญ่สามัญประจำปีที่ดำเนินไปแล้ว รวมถึงการแถลงผลงานของสมาคมฯในรอบปีที่ผ่านมา
ด้าน “ชาติซ้าย” นายสมชาติ เจริญวัชรวิทย์ นายกสมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “ผมจะอนุรักษ์ รักษามวยไทยให้คงอยู่จนชั่วลูกชั่วหลาน สิ่งใดที่เป็นอุปสรรค์จะแก้ไขให้บรรลุล่วง เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์อันดีของทุกฝ่าย พร้อมจะต้องปฎิบัติหน้าที่โดยยึดหลักสุจริตเป็นธรรม”

“สำหรับนโยบายการทำงานในอนาคต จะต้องเข้มข้นขึ้น เช่นจะประสานกับการกีฬาแห่งประเทศไทย แต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดใหม่เพื่อส่งเสริมสนับสนุน แก้ไขปัญหาให้ตรงจุด เช่นแก้ปัญหามวยล้ม อีกทั้งการผสานงานกับคณะกรรมการโอลิมปิกผลักดันมวยไทยให้เร็วที่สุด เพราะเป็นกีฬาที่คาดหวังของคนไทยจะได้เหรียญรางวัลจำนวนมาก และได้ฝากถึงบุคคลวงการมวยทั้ง 7 ประเภท ให้คำนึงถึงยุติธรรมและความถูกต้อง ปฏิบัติหน้าที่โดยยึดหลักสุจริต รวมถึงกรรมการชุดใหม่ จะมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม”

อนึ่ง นายสมชาติ เจริญวัชรวิทย์ เป็นนายกสมาคมฯตั้งแต่ปี 2534 จนถึงปี 2563 ซึ่งรวมวาระการดำรงตำแหน่ง ทั้งหมดถึงครั้งนี้รวม 16 สมัย อดีตเป็นผู้ขับเคลื่อนพรบ.กีฬามวย ตั้งแต่เริ่มต้น และที่ผ่านมาทำงานให้กับประเทศชาติเรื่องวงการมวยมาโดยตลอดจนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง

นอกจากนี้ยังมีข่าวดีในวงการมวย โดยนายนริส สิงหวังชา ได้แถลงในที่ประชุมเปิด “กองทุนนริส สิงห์วังชาเพื่อนักมวยเก่า” โดยการสนับสนุนจากนายสมชาติ เจริญวัชรวิทย์ เบื้องต้นจะดำเนินโครงการ 1 ปีก่อน นับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.65 ถึง 31 ธ.ค.65 จะช่วยเหลือนักมวยเก่าที่ทางสมาคมฯคัดเลือกจำนวน 60 คน รับเงินเดือนๆละ 1,500 บาท โดยคุณสมบัติจะต้องเป็นผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป สาเหตุเพราะในช่วงโควิดที่ผ่านมา นักมวยเก่าเดือนร้อนจำนวนมาก