รองนายกรัฐมนตรีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิยช์ พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยลงพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

33

วันนี้ 15 ก.ย. 2562 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยนายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางพบปะเยี่ยมให้กำลังใจและมอบถงยังชีพให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่วัดวัดไร่ขี ตำบลลืออำนาจ อำเภอลืออำนาจ โดยมี นายสุริยะ อมรโรจน์วรวุฒิ ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ นายวงเทพ เขมวิรัตน์ นายธนูสินธ์ ไชยสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ นายธนูศักดิ์ เสมอภาค นายอำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจ และคณะหัวหน้าส่วนราชการร่วมให้การต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้กล่าวพบปะกับพี่น้องประชาชน โดยได้ชี้แจงการช่วยเหลือแจกจ่ายถุงยังชีพให้ประชาชน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกรมการค้าภายใน และได้ชี้แจงการจ่ายเงินส่วนต่างโครงการประกันรายได้เกษตรกร กรณีภัยพิบัติจากน้ำท่วมนั้นเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ขึ้นทะเบียนไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วยังมีสิทธิ์ได้รับเงินส่วนต่างเช่นกัน โดยรอบแรกจะได้รับพร้อมกันในวันที่ 15 ตุลาคม 2562 นี้แล้ว รวมทั้งเกษตรกรที่ปลูกเพื่อกินก็ใช้สิทธิ์นี้ได้เหมือนกัน โดยเป็นโครงการประกันรายได้ต่อเนื่อง ที่เป็นโครงการของรัฐบาลชุดนี้ ที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติและดำเนินการโดยกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งจะประกันรายได้ในพืช 5 ชนิดตั้งแต่ข้าว ปาล์ม ยางพารา มันสำปะหลัง และข้าวโพด ทั้งหมดคณะทำงานจะทยอยเปิดโครงการทีละชนิด ซึ่งตอนนี้ที่แน่นอนคือการประกันรายได้ผู้ปลูกข้าวและประกันรายได้ชาวสวนปาล์ม เวลา 09.30 น.นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางไปที่วัดบ้านหนองยอ ตำบลจิกดู่ อำเภอหัวตะพาน จังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อพบปะให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพ จำนวน 500 ชุด

โดยมี นายสุริยะ อมรโรจน์วรวุฒิ นายวงเทพ เขมวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ นายวิรัตน์ กลิ่นขจร นายอำเภอหัวตะพาน และคณะหัวหน้าส่วนราชการ ร่วมให้การต้อนรับ โดยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันได้คลี่คลายลงอย่างมาก ซึ่งอยู่ในช่วยการสำรวจเยียวยา โดยทุกภาคส่วนได้ระดมสรรพกำลังช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทั้งนี้จังหวัดอำนาจเจริญได้รับอิทธิพลจากพายุโซนร้อนโพดุล”และ คาจิกิทำให้เกิดอุทกภัยในพื้นที่ทั้ง 7 อำเภอ 56 ตำบล 595 หมู่บ้าน ราษฎรเดือดร้อน 74,447 ครัวเรือน ซึ่งขณะนี้ส่วนใหญ่ได้ได้กลับเข้าบ้านเรือนกันหมดแล้ว อยู่ในช่วงการสำรวจให้ความช่วยเหลือจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้องต่อไป