“ไอริณรยา” แตกไลน์ธุรกิจสู่ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Thairin

51

นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เจ้าของ Irin Property ที่ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ระดับโลกสร้างอสังหาริมทรัพย์แนว Premium Luxury จนประสบความสำเร็จแตกไลน์ธุรกิจ เปิดตัวผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ Thairin ตั้งเป้ายอดขาย กว่า 500 ล้านบาท ในปี 2565 ชูจุดขาย “ไม่ดีที่สุดไอริณไม่ทำ”

ไอริณรยา พัฒนวิรนนท์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท THAIRIN TL จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ Thairin กล่าวว่า ที่มาของการมาเปิดตัวผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในครั้งนี้ เริ่มมาจากประสบการณ์กว่า 20 ปี ในการทำธุรกิจด้านงานอินทีเรียและงานเฟอร์นิเจอร์ของคอนโดมาหลากหลายโครงการทั่วทั้งพัทยาและกรุงเทพ จนมีโครงการอสังหาริมทรัพย์ภายใต้โครงการ WYNDHAM GARDEN Irin Bangsaray Pattaya ภายใต้ Irin Property และยังได้ร่วมกับบริษัท Wyndham ผู้นำด้านโรงแรมและรีสอร์ทหรูระดับโลก เพื่อช่วยกันบริหารจัดการและดูแลโครงการของลูกบ้านทุกท่าน ให้มั่นคงและสร้างผลกำไรที่ดีที่สุด ซึ่งโครงการต่างๆ ของ ‘Irin Property’ ที่ผ่านมาได้รับความไว้วางใจและคำชื่นชมจากลูกค้าเป็นอย่างดี

นอกจาก ที่พักอาศัยและผลตอบแทนการลงทุนที่ดีแล้ว “คุณไอริณ” ให้ความสำคัญกับเรื่องของสุขภาพการมี ‘สุขภาพที่ดี’เป็นเรื่องสำคัญอย่างมาก และในยุคสมัยนี้ คนไทยและคนทั่วโลกต้องเผชิญกับสิ่งรอบตัวที่จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพร่างกาย ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของมลภาวะ โรคภัยต่างๆความเครียด รวมถึงการทำงานกันอย่างหนักจนลืมดูแลตัวเอง จึงต้องการจะมาเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะทำให้ปัญหาสุขภาพ ปัญหาความเครียดของคนไทยลดลง
โดยล่าสุดได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ Health and Beauty Product ภายใต้แบรนด์ Thairin

โดยการคัดสรรส่วนผสมที่ดีที่สุดเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพหลากหลายตัว ทั้งการดูแลตัวเองและดูแลสุขภาพของคนในครอบครัว ด้วยความตั้งใจที่จะมอบ ‘สุขภาพที่ดีที่สุด’ ให้กับทุกเพศทุกวัยและทุกไลฟ์สไตล์ สำหรับผลิตภัณฑ์ ที่ทางบริษัทเลือกเปิดตัวก่อนในครั้งแรก นี้ ประกอบด้วย Nuvit Plus C ที่ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ฟื้นฟูบำรุงร่างกาย ดูดซึมได้ไวกว่า 3 เท่า ตัวที่สอง Iry Collagen คอลลาเจนบำรุงร่างกาย ดูแล ซ่อมแซม แก้ไข ปกป้อง ชะลอวัย ความเสื่อมทุกอย่างของร่างกาย ตั้งแต่ศรีษะจรดเท้า และสุดท้าย THE ENTITY SPARKY SERUM & THE ENTITY SLEEK CLEANSERผลิตภัณฑ์ดูแลจุดซ่อนเร้นสำหรับสาวๆ ลดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์อย่างอ่อนโยน ให้ความชุ่มชื้นกับผิวเรียบเนียน มั่นใจ ซึ่งแผนในอนาคต จะมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ปัญหาต่างๆ ของคนในยุคนี้

ด้านการตลาด หลังจาก ที่ทางบริษัทได้ ตัวผลิตภัณฑ์ THAIRIN ได้วางแผนการตลาดขายผ่านทางช่องทางออนไลน์ ประมาณ 40% และช่องทางการขายผ่านออฟไลน์ อีก 60% ผ่านรายการ TV SHOPPING ซึ่งเรามั่นใจว่า ยอดขายของเราจะเพิ่มขึ้นเรื่อย เพราะ คอนเซ็ปต์ของเราคือ “ไม่ดี ไม่ขาย” และ “ถ้าไม่ดีที่สุด ไอริณไม่ทำ” โดยเป้าหมายที่ตั้งไว้สำหรับการสร้างผลิตภัณฑ์ของ THAIRIN คือ ผลิตภัณฑ์ทุกตัวต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยกับผู้ใช้และได้รับมาตรฐานระดับโลก สำหรับ ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย THAIRIN มุ่งเป้าไปที่ ครอบครัว และผู้หญิงเป็นหลักเพราะในปัจจุบันผู้หญิงส่วนใหญ่มีหลายบทบาท เป็นทั้งคุณแม่ของลูกๆ เป็นภรรยาของสามีและเป็นนักธุรกิจ แตกต่างกันไปตามการดำเนินชีวิตของแต่ละคน

สำหรับ การลงทุนทำผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ THAIRIN ในครั้งนี้นั้นต้องการที่จะสร้างสิ่งที่ดีที่สุด และเชื่อว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำธุรกิจคือ “ความจริงใจ”ตั้งใจมอบสินค้าคุณภาพดีที่สุดให้ผู้ใช้ และมุ่งมั่นที่ให้คนไทยได้ใช้ผลิตภัณท์ที่มีคุณภาพเห็นรวดเร็วและมีดีจริง เพื่อให้ทุกคนมีความสุข สุขภาพกาย สุขจิตที่ดี จึงทำให้การลงทุนของ THAIRIN ในครั้งนี้ จึงค่อนข้างสูงประมาณ 500 ล้านบาท แบ่งออกเป็นการลงทุนในตัวสินค้า 300 ล้านบาทและลงทุนในด้านการตลาด 200 ล้านบาท เพื่อดูแลและทำงานเกี่ยวกับการตลาดแบรนด์อย่างเข้มข้นโดยในเบื้องต้นได้เตรียมแผนการตลาดแบบเต็มรูปแบบ ให้ครบทุกช่องทางทั้งสื่อ ออนไลน์ ออฟไลน์เพื่อสร้างการรับรู้ให้มากที่สุด รุกการทำกิจกรรมทั้งงานอีเว้นท์ ออกสื่อ โดยตั้งเป้าว่าในปี2565มีรายได้จากยอดขายประมาณ 500 ล้านบาท และยังได้ทุ่มงบการทำประชาสัมพันธ์ไว้จำนวนมากเพื่อสร้างการรับรู้ให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก และสร้างความน่าเชื่อถือ เนื่องจากในปัจจุบันผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามมีการแข่งขันค่อนข้างสูง

โดยในเฟสต่อไปจากนี้เรามุ่งมั่นที่จะสร้างโอกาสและรายได้ distributor รวมถึงการขยายตลาดไปต่างประเทศซึ่งปัจจุบันทางได้เปิดบริษัทที่ประเทศสิงคโปร์ไว้แล้วเพื่อเตรียมรองรับการขยายตลาดในอนาคตและจะมีการขายผ่านช่องทางออนไลน์ในต่างประเทศด้วย อาทิ amazon เพื่อเป้าหมายของการก้าวสู่ระดับสากลให้สินค้าของไทยเป็นที่รู้จัก โด่งดัง คนทั่วโลกให้การยอมรับ
อย่างไรก็ตามคาดหวังจากการเปิดประเทศครั้งนี้ หวังว่าจะมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับคนไทยและแบรนด์ของเราได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะธุรกิจความงามซึ่งแม้ว่าที่ผ่านมาจะเกิดวิกฤติโควิดทำให้หยุดชะงักแต่สินค้าสุขภาพความงามเป็นสิ่งที่ทุกคนยังคงมีความต้องการอย่างต่อเนื่องการเปิดประเทศจึงเป็นโอกาสทองของเราในการขยายสินค้า และขยายฐานลูกค้าไปสู่ระดับสากลด้วย