“ป.จับนักเลงหน้าฮ้าน เขม่นขี้หน้ากัน คว้าอีโบ๊ะกระหน่ำยิงปางตาย ก่อนหนีซุกบนดอยหลวงกว่า 10 ปี”

5

วันนี้ 14 กย. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามภายใต้การอำนวยการของ เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการ ปราบปรามภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรมัย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ. แมน เม่นแย้ม ผกก.4 บก.ป.,พ.ต.ท.ณัฐพงษ์ เกิดเอี่ยม,พ.ต.ท.ยุทธิวัสส์ กล่ำกล่อมจิตร์ ,พ.ต.ท.มนูญ แก้วก่ำ ,พ.ต.ท.ธีรภาส ยั่งยืน รอง ผกก.4 บก.ป.
ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ต.จักรี กันธิยะ สว.กก.4 บก.ป.,ร.ต.อ.อัคนี ณ บางช้าง ,ร.ต.อ.ดิฐาศักดิ์ โชติเธียร ศรณ์ , ร.ต.อ.เกียรติบดินทร์ วงค์งาม รอง สว.กก.4 บก.ป. ได้ร่วมกันจับกุม นายอนุชิตหรือนาย ทองสุทธิ์ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 218 หมู่ที่ 9 ต.สีสุก อ.แก้งสนามนาง จ.นครราชสีมา ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาล จังหวัดบัวใหญ่ ที่ จ.126/2553 ลงวันที่ 20 ธันวาคม 2553 โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันพยายาม ฆ่าผู้อื่น,ร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,พาอาวุธปืนเครื่อง กระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร” จับกุมตัวได้บริเวณ บ้านผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 ต.หนองป่าก่อ อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย

โดยพฤติการณ์ ของคดีนี้เหตุเกิดขึ้นกลางดึกคืนวันที่ 14 พ.ย.2553 กล่าวคือคืนเกิดเหตุนายอนุชิตฯหรือนายผู้ต้องหาคดีนี้กับพวกยกพากันไปเที่ยวงานต่างหมู่บ้านซึ่งอยู่ละแวกใกล้เคียง แถว ม.๗ ต.บึงสำโรง อ.แก้งสนามนาง จ.นครราชสีมา ซึ่งมีงานมหรสพรื่นเริงหมอลำซิ่ง ก่อนที่นายอนุชิตฯกับพวกจะเดินเที่ยวงานและดื่มเบียร์จนเมาได้ที่แล้วจึงเข้าไปเต้นหน้าเวทีหมอลำ ก่อนที่จะพบกับวัยรุ่นเจ้าถิ่นในหน้าเวทีหมอลำ ด้วยความเมาและความคึกคะนองของเสียงดนตรีหมอลำที่เร่าใจ ทำให้ทั้งสองกลุ่มต่างก็ใส่ลีลาเต้นกันอย่างไม่เกรงใจกันในลักษณะยั่วกันไปมา จึงทำให้วัยรุ่นกลุ่มเจ้าถิ่นหมดความอดทนวิ่งกรู่เข้ามาใส่กลุ่มนายอนุชิตฯเพื่อจะทำร้าย แต่หนึ่งในกลุ่มพวกของนายอนุชิตฯได้คว้าปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนอีโบ๊ะ)ที่นำติดตัวไป ยิงเข้าไปยังกลุ่มของวัยรุ่นเจ้าถิ่นที่วิ่งเข้ามา ภายหลังเสียงปืนดังขึ้นพบนายเอ (นามสมมุติ) นอนร้องโอดโอย ขอความช่วยเหลืออยู่หน้าเวทีหมอลำ ก่อนที่พลเมืองดีที่มาเที่ยวงานจะช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลแก้งสนามนางฯ ส่วนนายอนุชิตฯกับพวกหลังก่อเหตุก็ได้แตกกระเจิงแยกย้ายกันหลบหนีไป ภายหลังพนักงานสอบสวน สภ. แก้งสนามนาง จ.นครราชสีมา จะได้ออกหมายจับนายอนุชิตฯ ตามหมายจับศาลจังหวัดบัวใหญ่ ที่ 126/2553 ลงวันที่ 20 ธ.ค.2553

กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. ได้สืบทราบว่านายอนุชิตฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าวได้ หลบหนีคดีมาอยู่บนดอย จึงวางกำลังเข้าทำการจับกุม

นายอนุชิตฯเล่าว่าหลังเกิดเหตุตนไม่กล้าอยู่ในพื้นที่เพราะกลัวว่าคู่อริจะมาแก้แค้นเอาคืน ประกอบกับตนก็ทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับตนไว้ จึงหลบหนีไปเรื่อยจนกระทั่งได้มารับจ้างกรีดยางอยู่บริเวณชายป่าติดกับหมู่บ้านหนองกล้วย หมู่ 4 ต.หนองป่าก่อ อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย ภายหลังก่อเหตุ จนกระทั่งมาถึงปัจจุบัน ก่อนที่จะมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ กก.4 บก.ป. เข้าจับกุม

นำส่ง สภ. แก้งสนามนาง จ.นครราชสีมา เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การภาคเสธ โดยรับว่าได้มีเรื่องทะเลาะวิวาทกันจริง แต่ไม่ได้เป็นคนยิง อ้างว่าเพื่อนในกลุ่มเป็นคนยิง