สถ.คว้า 2 รางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 62 ยึดหัวใจการทำงาน “เปลี่ยนเพื่อโลกที่ดีกว่า” และค่านิยม “มืออาชีพ คิดสร้างสรรค์ ยึดมั่นธรรมาภิบาล”

7

สถ.คว้า 2 รางวัลเลิศรัฐ ประจำปี 62 สร้างความเชื่อมั่นในการเป็นหน่วยงานของรัฐที่มีผลงานโดดเด่น

เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2562 นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เข้าร่วมงานสัมมนาวิชาการ ประจำปี พ.ศ. 2562 “Shift to the future : ภาครัฐปรับ อนาคตเปลี่ยน” และเข้ารับรางวัลเลิศรัฐ ประจำปี พ.ศ.2562 ที่มอบให้แก่หน่วยงานของรัฐที่มีผลงานการพัฒนาประสิทธิภาพการปฏิบัติราชการและการให้บริการประชาชนได้อย่างโดดเด่น โดยมี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อิมแพค เมืองทองธานี

อธิบดี สถ.กล่าวว่า รางวัลเลิศรัฐ ประจำปี พ.ศ.2562 นี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ได้รับรางวัลฯ จำนวน 2 สาขา ได้แก่ สาขาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ รายหมวด ในหมวด 1 การนำองค์การและความรับผิดชอบต่อสังคม และสาขาบริการภาครัฐ ระดับดี ผลงานเรื่อง “อปท. ต้นแบบการจัดการน้ำตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ธนาคารน้ำใต้ดิน)”

สำหรับรางวัลสาขาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ รายหมวด ในหมวด 1 การนำองค์การและความรับผิดชอบต่อสังคมนั้น เพราะ สถ.เป็นส่วนราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทยที่มีภารกิจหลักที่สำคัญในการส่งเสริม สนับสนุนและให้คำปรึกษาแนะนำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในด้านการจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่น การบริหารงานบุคคล การเงิน การคลัง และการบริหารจัดการ เพื่อให้ อปท.มีความเข้มแข็ง และมีศักยภาพในการจัดบริการสาธารณะตาม เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี อีกทั้งแนวโน้มการกระจายอำนาจและการถ่ายโอนภารกิจการจัดทำบริการสาธารณะให้ อปท. มากขึ้น

จากบริบทดังกล่าว กรมฯ จึงทำหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุนการทำงานระหว่าง อปท. กับรัฐบาลในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล และการจัดทำบริการสาธารณะของ อปท.ที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งผู้บริหารของกรมฯ ทุกท่านก็มีความมุ่งมั่นในการนำองค์การและกำหนดทิศทางการขับเคลื่อนองค์การที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม ทั้งยังมีการสื่อสารที่ทั่วถึงทั้งองค์กร เพื่ออำนวยความสะดวกให้ อปท.สามารถทำงานได้คล่องตัวมากที่สุด

กรมฯ ยังได้กำหนดทิศทางและหัวใจของการทำงานว่า “Change for Good : เปลี่ยนเพื่อโลกที่ดีกว่า” และค่านิยม “มืออาชีพ คิดสร้างสรรค์ ยึดมั่นธรรมาภิบาล” โดยกลไกการดำเนินงานคือ ยึดท้องถิ่นเป็นศูนย์กลาง ใช้กระบวนการมีส่วนร่วม และสร้างสรรค์นวัตกรรม โดยบุคลากรจะต้องมีความคิดที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงเพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ดีกว่าขึ้นในท้องถิ่นอย่างรอบด้าน ทั้งด้านการบริหารจัดการ ด้านการบริหารงานบุคคลและกิจการสภา ด้านการบริหารงานการเงินและการคลัง ด้านการบริการสาธารณะ และด้านธรรมาภิบาล โดยมีฐานคิดจากเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

นอกจากนี้ กรมฯ ยังมีรูปแบบการสื่อสาร โดยมีเป้าหมายหลักของการสื่อสารของผู้บริหารกรม คือ ถ่ายทอดนโยบายลงไปสู่ผู้ปฏิบัติ ไปสู่การปฏิบัติทั่วทั้งองค์การ เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ในทิศทางเดียวกัน มีการติดตามประเมินผลการปฏิบัติงาน มีการรับฟังความคิดเห็น และข้อร้องเรียนจากบุคลากรของ สถ. อปท. ประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเป็นเครื่องมือที่สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคลากรภายใน และภายนอกองค์การ

อธิบดี สถ.กล่าวต่อว่า ทางด้านรางวัลสาขาบริการภาครัฐ ระดับดี ผลงานเรื่อง “อปท. ต้นแบบการจัดการน้ำตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ธนาคารน้ำใต้ดิน)” นั้น เป็นโครงการที่สามารถแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนด้วยการจัดเก็บน้ำไว้ใต้ดิน เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำพื้นที่นอกเขตชลประทาน รวมทั้งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมหรือน้ำแล้ง โดยการดำเนินการธนาคารน้ำใต้ดิน (Ground Water Bank) ที่มีกรอบแนวทางการวางแผนการดำเนินงาน โดยให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการ มีทีมคณะวิทยากรเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ มีการประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดำเนินการจัดทำธนาคารน้ำใต้ดิน และถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับจังหวัดเพื่อสร้างครู ก ในจังหวัด ทั้งยังให้มีการขยายผลโครงการ โดยดำเนินการจัดทำโครงการด้วยกลไกประชารัฐ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับการนำแนวคิดการจัดทำธนาคารน้ำใต้ดินไปปฏิบัติต่อ

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะมุ่งมั่นปฏิบัติงานในหน้าที่ให้ดีที่สุด โดยยึดมั่นในอุดมการณ์ “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” ให้แก่พี่น้องประชาชน คือ ต้องรู้ถึงความต้องการของประชาชนในท้องถิ่นนั้นๆ ว่ามีความต้องการให้ปรับปรุงแก้ไข หรือต้องการให้มีการพัฒนาท้องถิ่นไปในทิศทางใด เพื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาปรับใช้ในการกำหนดเป้าหมาย นโยบาย ยุทธศาสตร์ แผนงาน และโครงการพัฒนาท้องถิ่นตามภารกิจให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน และสอดรับกับนโยบายรัฐบาล เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน สังคม และประเทศชาติให้มากที่สุดนั่นเอง