ระทึก ศาลคดีอาญาทุจริตขีดเส้นชัชวาลยื่นคำแถลงคดีที่ถูกวัชระ ฟ้องม.157 ภายในวันที่ 1 พ.ย.64 นี้

13

วันที่ 13 ต.ค.64 : นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เมื่อเวลา 9.30 น.ของวันที่ 12 ต.ค.64 ห้อง 702 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ออกนั่งบัลลังก์นัดพร้อมตรวจพยานหลักฐานกำหนดวันนัดพิจารณาคดีนายชัชวาล อภิบาลศรี อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และประธานคณะกรรมการติดตามเร่งรัดการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ถูกตนฟ้องในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.137,157 จงใจแจ้งความเท็จว่าไม่มีการจดบันทึกการประชุมของคณะกรรมการเร่งรัดและติดตามโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ เพื่อจะได้ไม่ต้องส่งแถบเสียง ชวเลข หรือรายงานการประชุมดังกล่าวต่อศาล ซึ่งในการแจ้งข้อความเท็จนี้เป็นการปฏิบัติหรือละเว้นหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ ผู้อื่นหรือประชาชน หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต

นายชัชวาลฯ ได้ขอขยายเวลายื่นคำแถลงข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่ศาลควรสั่งว่าคดีไม่มีมูลภายในวันที่ 11 พ.ย.64 ซึ่งเป็นวันที่นัดไต่สวนมูลฟ้อง ศาลพิเคราะห์แล้วอนุญาตให้ขยายเวลายื่นคำแถลงได้ภายในวันที่ 1 พ.ย.64 คดีนี้หากศาลพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามม.137 “ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ” ส่วน ม.157 บัญญัติว่า “ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000 -20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

ขณะเดียวกันในวันที่ 1 พ.ย.64 ศาลยังได้นัดไต่สวนคดีที่นายวัชระฯ ฟ้องนายสรศักดิ์ เพียรเวช อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.137,157 ข้อหาเดียวกับนายชัชวาลฯ กรณีบังอาจแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา โดยมีหนังสือถึงอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เรื่องหมายเรียกพยานเอกสารหรือพยานวัตถุ (คดีอาญา) แจ้งว่า ไม่สามารถจัดส่งให้ได้ เนื่องจากไม่มีแถบบันทึกเสียงการประชุมของคณะกรรมการเร่งรัดและติดตามโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่เมื่อวันที่ 7 มี.ค.61 ถือว่าเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ 

อนึ่ง คดีนี้สืบเนื่องจากคดีที่นายชัชวาลฯ ฟ้องหมิ่นประมาทนายวัชระฯ ที่ศาลอาญาเรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท ปรากฎว่าในชั้นไต่สวนมูลฟ้องนายชัชวาลฯ ทำหนังสือถึงอธิบดีผู้พากษาศาลอาญาว่า เอกสารและวัตถุพยานที่นายวัชระฯ ขอหมายศาลเรียกไปนั้นไม่มีการจดชวเลขและบันทึกเทปแต่อย่างใดและเบิกความยืนยัน ส่วนนายสรศักดิ์ฯ อดีตเลขาฯสภา ได้ทำหนังสือถึงอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญายืนยันว่าการประชุมคณะกรรมการเร่งรัดฯเมื่อวันที่ 7 มี.ค.61ไม่มีบันทึกเทปของชวเลขเช่นกัน เมื่อนายวัชระฯ ร้องขอให้ศาลออกหมายเรียกนายสรศักดิ์ฯ มาไต่สวน ผู้พิพากษายืนยันว่าไม่เรียก แต่ให้ไปฟ้องเอาเอง

นายวัชระฯ จึงนำคดีมาฟ้องที่ศาลทุจริตฯ ซึ่งครั้งแรกศาลยกฟ้อง ต่อมาศาลอุทธรณ์กลับคำสั่งศาลชั้นต้นให้รับพิจารณาตามรูปคดีต่อไป

นายวัชระฯ กล่าวว่า การที่นายชัชวาลฯ และนายสรศักดิ์ฯ ไม่ยอมส่งมอบแถบเสียง ชวเลข หรือรายงานการประชุมดังกล่าวต่อศาล มีเจตนาเพื่อไม่ต้องการให้ตนนำมาใช้เป็นประโยชน์ทางคดีที่ถูกนายชัชวาลฯ ฟ้องหมิ่นประมาทจากการตรวจสอบงบโป่งพองของการติดตั้ง ICT ของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งคดีที่ตนฟ้องนายชัชวาลฯ และนายสรศักดิ์ฯนี้จะเป็นคดีตัวอย่างและอุทาหรณ์ของข้าราชการที่ไม่ยอมส่งมอบพยานหลักฐานตามหมายเรียกให้ศาลอาญาด้วย

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน