“คุณหญิงกัลยา”ดัน สกศ.เป็นเข็มทิศพาการศึกษาไทยสู่โลกการเปลี่ยนแปลง ผลิตคนรับตลาดแรงงาน

12

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานมอบนโยบายเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 โดยมีนายอรรถพล สังขวาสี เลขาธิการ สกศ. และผู้บริหารระดับสูงของ สกศ.เข้าร่วม ว่าอยากให้ สกศ.เป็นเข็มทิศ เป็นทิศทางของการศึกษาไทยที่ทุกคนสามารถพึ่งพา และคาดหวังได้ ฉะนั้นเมื่อโลกเปลี่ยนไป การศึกษาก็เปลี่ยนตามไปด้วย ซึ่ง สกศ.มีภารกิจที่หนักคือการขับเคลื่อนร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … ที่จะเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมรัฐสภาในเร็วๆ นี้ และการเปลี่ยนหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2551 ที่เน้นสาระความรู้ มาเป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะ ที่ให้คนเรียนแล้วสามารถไปประกอบอาชีพได้

คุณหญิงกัลยากล่าวว่า ที่สำคัญคือ สกศ.ต้องเชื่อมโยงทุกภาคส่วนของสังคมให้การศึกษาในเรื่อง ศาสนา วัฒนธรรม และการกีฬาที่เป็นรูปธรรม มองว่าเด็กมีความรู้อย่างเดียวไม่พอ ต้องนำเอาวัฒนธรรมมาผนวกเข้ากับการศึกษา เมื่อผู้เรียนได้เรียนแล้ว ต้องสามารถแก้ไขปัญหาในชีวิตประจำวันได้ มีความเอื้อเฟื้อเกื้อกูล มีความเมตตากรุณา จึงฝาก สกศ.นำเรื่องโค้ดดิ้ง และการเรียนวิทยาศาสตร์ ผสานศาสตร์และศิลป์ โดยเปลี่ยจาก STEM เป็น STEAM ที่ตนเองได้วางรากฐานไว้ มาผลักดันพัฒนานักเรียนต่อไป เพื่อให้เด็กมีภูมิต้านทานต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคดิสรัปชั่นได้

“สกศ.วางแผนที่จะยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยให้ต่างประเทศรู้ว่า การศึกษาของไทยต่อจากนี้ไปจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร โดยสกศ.จะเข้าไปให้ข้อมูลด้านการศึกษาที่ถูกต้องกับสถาบันเพื่อการพัฒนาด้านการบริหารระหว่างประเทศ (IMD : Institute for Management Development) เพื่อให้ต่างชาติรู้ว่าคุณภาพการศึกษาของไทยอยู่ตรงไหน พร้อมกับผลัดดันให้ได้รับคะแนนการสอบ PISA ดีขึ้น เพื่อให้ต่างชาติรู้ว่าทิศทางของการศึกษาในประเทศจะเป็นอย่างไร และแก้ไขปัญหาการใช้ดิจิทัลในการเรียนการสอน เช่น หากพบประเด็นปัญหาอะไรให้เร่งแก้ไข เพื่อทำให้เราสามารถใช้ดิจิทัลในการเรียนการสอนได้อย่างสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ” คุณหญิงกัลยากล่าว

ด้าน นายอรรถพล กล่าวว่า หนึ่งในพันธกิจ ของ สกศ.คือการบูรณาการให้นักเรียน นักศึกษา มีความรู้ในเรื่อง ศาสนา วัฒนธรรม กีฬา และศิลปะ โดยทุกคนต้องมีความรู้เรื่องเหล่านี้เหมือนกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างรู้เหมือนที่ผ่านมา ดังนั้น สกศ.จะหลอมความรู้เรื่องวัฒนธรรมโดยสอนให้ผู้เรียนรู้รากเหง้าของตน มีศาสนาที่ตนนับถือ มีคุณธรรมจริยธรรม มีศิลปะคือ มีความคิดสร้างสรรค์ที่จะสามารถเลือกเส้นทางของตนในอนาคตได้ และด้านกีฬาคือ ผู้เรียนจะต้องมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบรูณ์ ถ้าเราสามารถหลอมสิ่งเหล่านี้ให้ผู้เรียนได้ เราต้องมีเป้าหมายและทิศทางที่จะต้องเดินไปในอนาคต ซึ่งทาง World Economic Forum จัดทำรายงาน The Future of Jobs ว่าด้วยเรื่องแนวโน้มและทิศทางของอาชีพในอนาคต ตลอดจนทักษะการทำงานที่จำเป็นภายในอนาคตอันใกล้ ค.ศ.2025 ซึ่งจะมี 10 อาชีพที่เกิดใหม่ โดยคุณหญิงกัลยา มีแนวคิดว่า สกศ.ควรสัญจรไปหาเสาหลักของเศรษฐกิจไทย เช่น สมาคมธนาคารไทย สมาคมการท่องเที่ยว อุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศ หอการค้าในและต่างประเทศ โดยหารือกับผู้ประกอบวิชาชีพว่าในปี ค.ศ.2025 ผู้ประกอบการต้องการคนแบบไหน เพื่อให้ทุกหน่วยงานเข้ามาร่วมวางแผนการศึกษาของประเทศได้ จากนั้น สกศ.จะรวบรวมข้อมูลที่ได้มาเพื่อดำเนินการขับเคลื่อน ในการสร้างคนให้ตอบรับกับความต้องการของประเทศในปี ค.ศ.2025

เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้รับนโยบายหลายประเด็นสอดคล้องกับภารกิจ สกศ. ซึ่งขอน้อมรับแนวทางไว้ปฏิบัติภายใต้ความคาดหวังสังคมต่อ สกศ. ในการกำหนดทิศทางการศึกษาของประเทศ ตลอดจนการเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Steakholders) เข้ามาส่วนร่วมออกแบบแก้ไขปัญหาการศึกษา ซึ่งเข้าใจแนวคิด ดร.คุณหญิงกัลยา ถึงการสร้างคนไม่ใช่แค่ทางวิชาการและทดแทนด้วยวิชาชีวิตในช่วงที่ขาดหายไปจากสถานการณ์โควิด-๑๙ และเปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส โดย สกศ. จะยกระดับคุณภาพเทียบเท่านานาชาติ พัฒนาการปรับอันดับที่ดีขึ้นทั้ง IMD และ PISA เพิ่มความสำคัญ STEAM และแก้ไขปัญหาการเรียนออนไลน์ทั้ง ๔ ประการ ทำอย่างไรจะสามารถขับเคลื่อนการศึกษาที่มีประสิทธิภาพ และมอบ สกศ. เป็นศูนย์กลางประสานการช่วยเหลือด้าน Smart Device ตามแนวคิดพี่ช่วยน้อง

“สิ่งที่เกิดขึ้นในการผลิตกำลังคนในช่วงที่ผ่านมามีแต่ทางวิชาการมากกว่าวิชาชีวิตที่ต้องเพิ่มเติมเข้าไปในเรื่องวัฒนธรรม ศาสนา ศิลปะ และกีฬาควบคู่การศึกษาในทุกระดับเพื่อหล่อหลอมคนที่มีวัฒนธรรมที่รู้จักรากเหง้าของตนเอง สามารถคิดวิเคราะห์ มีวินัย มีร่างกายสมบูรณ์ ทำงานได้อย่างมีความสุข สิ่งสำคัญการพยายามผลักดันให้เกิดการบูรณาการผลักดันสูเยาวชน และยกระดับคุณภาพ กำหนดทิศทางการศึกษาผลักดันให้คนทั้งประเทศเห็นว่า สกศ. เป็นเข็มทิศชี้นำประเทศได้” ดร.อรรถพล กล่าว