พี่สามีพลั้งมือฆ่าน้องสะใภ้ทวงทรัพย์สินนับ 10 ล้านให้น้องชายฝากเซฟธนาคารหาย

11

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 12 ก.ย. ร.ต.อ.กิตติพงษ์ บุญเศรษฐ รอง สว.(สอบสวน) สน.เพชรเกษม รับแจ้งเหตุฆ่ากันตายภายในบ้านเลขที่ 575/29 หมู่บ้านเพชรเกษม 2 ซอย 2 ถนนเพชรเกษม ซอย 55/2 แขวงหลักสอง เขตบางแค กทม.จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.วุฒิชัย ไทยวัฒน์ ผกก.สน.เพชรเกษม พ.ต.ท.สุนทร มาลาเวช รอง ผกก.สส.สน.เพชรเกษม และพ.ต.ท.เทียนชัย โพธิ์สาราช สว.สส.พร้อมเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวน์เฮ้าส์ สูง 2 ชั้น จากการตรวจสอบบริเวณห้องโถงชั้นล่าง พบศพ นางวาสนา จันตะ อายุ 50 ปี ( ภาพล่างซ้ายมือ ) เจ้าของบ้านอาชีพค้าขายสลากกินแบ่งรัฐบาล สภาพสวมเสื้อแขนสั้นสีขาว นุ่งกางเกงขายาวสีดำ สวมถุงเท้าลายการ์ตูนสีขาวแดง มีบาดแผลถูกทำร้ายร่างด้วยทุบตีด้วยของแข็งทั่วร่างกาย นอกจากนี้ยังมีบาดแผลถูกแทงและฟันด้วยอาวุธมีด ส่วนสภาพที่เกิดเหตุมีร่องรอยการต่อสู้จนข้าวของกระจัดกระจายเลือดนองเกลื่อนพื้น ใกล้ๆ กันกับศพพบแผงผับสำหรับขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเปื้อนเลือดของผู้ตายตกอยู่ 1 ชุด มีดพับเปื้อนเลือดความยาวประมาณ 4 นิ้ว ตกอยู่ 1 เล่ม และสากกะเบือหักเปื้อนเลือดตกอยู่ 1 อัน เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมรายละเอียดไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวน นางสุทธิมา จันตะ อายุ 46 ปี น้องสาวผู้ตายซึ่งเดินทางมาจุดเกิดเหตุ ให้การว่า ปัจจุบันบ้านหลังนี้พี่สาวตนพักอยู่กับสามีคือ นายสมบูรณ์ ทูลธรรมวรกุณ อายุ 54 ปี เพียง 2 คน แต่ก่อนตนก็เคยอยู่บ้านหลังนี้กับพี่สาวและพี่เขยมานานนับสิบปี กระทั่งเมื่อ 3 เดือนที่แล้วเพิ่งย้ายออกไป ปกติผู้ตายกับสามีมีอาชีพขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่ผ่านมาทั้งคู่มีปากเสียงทะเลาะกันบ่อยประกอบกับไม่มีบุตรด้วยกัน ทำให้ทั้งสองอยู่กันแบบเลิกราแต่ไม่ได้หย่าร้าง มีการแบ่งสมบัติกันทั้งบ้าน รถยนต์ และทรัพย์สินต่างๆ ที่นำไปฝากไว้ในตู้เซฟธนาคาร โดยทีแรกทรัพย์สินในตู้เซฟนั้นทางพี่เขยได้ยกให้พี่สาวตนทั้งหมด จนมาระยะหลังๆ ทราบว่าพี่เขยจะขอทวงทรัพย์สินบางส่วนในตู้เซฟคืน จนเกิดการขัดแย้งกันรุนแรง มีญาติฝ่ายพี่เขยเข้ามาเกี่ยวข้อง มีการขู่ฆ่าจะทำร้ายร่างกายพี่สาวตนและมีการแจ้งความดำเนินคดีกัน เกิดขึ้น ทำให้ตนต้องตัดสินใจย้ายออกไปอยู่ข้างนอกเพราะไม่อยากยุ่งวุ่นวายกับเรื่องครอบครัว “ก่อนที่ตนจะย้ายออกไปตนได้ฝากฝังกับเพื่อนบ้านและปกติบ้านหลังนี้เป็นของ รปภ.ของหมู่บ้านเอาไว้ ว่า หากมีการทะเลาะเบาะแว้งกันเกิดขึ้นที่บ้านขอให้โทรศัพท์ไปบอกตนด้วย เนื่องจากเกรงว่า นางวาสนา พี่สาวจะได้รับอันตราย จนกระทั่งบ่ายวันนี้ มีชาวบ้านโทรศัพท์มาบอกตน ช่วงก่อนเกิดเหตุพบ นายทรงธรรม ทูลธรรมวรกุณ อายุ 63 ปี (ภาพมุมบนซ้ายมือผุ้ต้องหา ) พี่ชาย นายสมบูรณ์ สามีของ นางวาสนา ขับรถยนต์มาที่บ้าน จากนั้นได้ยินเสียงทะเลาะ นางวาสนา ทะเลาะกับนายทรงธรรม ดังลั่น ก่อนที่ นางวาสนา จะส่งเสียงหวีดร้องขอความช่วยเหลือแต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย สักพัก นายทรงธรรม ก็ขับรถยนต์ออกจากบ้านไปด้วยความเร่งรีบ จนมีผู้เข้าไปพบว่า นางวาสนา ถูกฆ่าตายไปแล้ว” นางสุทธิมา กล่าว

ต่อมาเมื่อเวลา 14.30 น. วันเดียวกัน นายทรงธรรม ทูลธรรมวรกุณ อายุ 63 ปี ผู้ก่อเหตุได้เดินทางไปที่ สน.เพชรเกษม เพื่อมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อม ให้การว่า ตนเป็นผู้ก่อเหตุฆ่าน้องสะใภ้จริง โดยตนมีอาชีพขายข้าวมันไก่ อยู่ที่ จ.สมุทรสาคร ก่อนหน้านี้ตนมีทรัพย์สินเป็นนาฬิกา ทองรูปพรรณ และเครื่องเพชร มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่สะสมมาตั้งแต่สมัยวัยรุ่น ต่อมาทราบว่า นายสมบูรณ์ น้องชายตนซึ่งเป็นสามีผู้ตายมีตู้เซฟอยู่ที่ธนาคารแห่งหนึ่ง ตนจึงนำทรัพย์สินของตนมาฝากไว้ในตู้เซฟของน้องชาย กระทั่งมารู้ภายหลังว่าน้องชายกับ นางวาสนา เลิกราโดยไม่มีการหย่าร้าง แต่กลับมอบกรรมสิทธิ์ตู้เซฟและทรัพย์สินทั้งหมดในตู้เซฟให้เป็นของฝ่ายภรรยา

“ตนทราบดังนั้นจึงพยายามทวงทรัพย์สินที่เคยฝากไว้คืนจาก นางวาสนา ตั้งแต่ช่วงปี 2560 กลับถูก นางวาสนา บ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด ตนจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.เพชรเกษม เรื่องการยักยอกทรัพย์ เป็นคดีความกันมาถึงทุกวันนี้ กระทั่งวันนี้เข้าไปทวงทรัพย์สินที่บ้านอีกและเห็น นางวาสนา นำนาฬิกาโรเล็กซ์ ซึ่งเป็นของตนมาใส่ทำให้เกิดทะเลาะต่างฝ่ายต่างทำร้ายกัน โดยตนนั้นถูก นางวาสนา ใช้แผงขายสลากกินแบ่งและสากกระเบือตี ประกอบกับ นางวาสนา พยายามหยิบมีดทำครัวพุ่งเข้าหาตน ตนจึงพลั้งมือชักมีดพับที่ติดตัวไว้จากกระเป๋ากางเกงด้านหลังแทง นางวาสนา ตามร่างกายไปหลายแห่ง แล้วตัดสินใจเดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจ” นายทรงธรรม กล่าว

ด้าน พ.ต.อ.วุฒิชัย กล่าวว่า จากการสอบปากคำ นายทรงธรรม ในเบื้องต้น พอทราบพฤติการณ์การก่อเหตุและยอมรับสารภาพ ก่อนแจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และคุมตัวมาสอบปากคำอย่างละเอียด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไปส่วนของผู้ต้องหาสามารถใช้หลักทรัพย่ ประกันตัวเกรงว่าฝ่ายผสห.จะท้วงติงพนักงานสอบสวนจึงด้องให้ผู้ต้องหาใช้เงินประกันประมาน 1 แสนบาท
ก่อนปล่อย