บช.สอท.รวบผู้ต้องหาหลอกต้มตุ๋น ออมเงินออนไลน์

13

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 17 ก.ย. ที่บช.สอท. พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท.,พล.ต.ต.ภาณุมาศ บุญญลักษม์, พล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร, พล.ต.ต.มนเทียร พันธ์อิ่ม รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.กานตพงศ์ ชัยรุ่งเรือง ผบก.สอท.2 ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุม น.ส.ธิดาวรรณ หรือ ธัญญ์นภัส บุญกล้า ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดนนทบุรี ในความผิดฐาน “กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน” และนายอัครินทร์ ภิญโญกาญจนพัฒน์ พร้อมด้วย ของกลางอาวุธปืน 1 กระบอกและเครื่องกระสุนปืนอีกส่วนหนึ่ง ในความผิดฐาน “มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” โดยจับกุมได้ ภายในบ้านพักใน อ.ห้วยคต จ. อุทัยธานี

สืบเนื่องจากกรณีที่ปรากฎเป็นข่าวว่ามี เยาวชนหญิงชั้น ม.6 อายุ 17 ปี ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองภายในห้างสรรพสินค้า จ. นนทบุรี เมื่อวันที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยจากการสอบสวนทราบว่ามูลเหตุที่ตัดสินใจก่อเหตุเพราะต้องการหาเงินมาทดแทนเงินที่ถูกหลอกไปจากการที่ไปลงทุนออนไลน์ ซึ่งเยาวชนคนดังกล่าว ได้นำเงินประกัน ซึ่งเป็นมรดกของบิดาที่เสียชีวิต มาลงทุนทางออนไลน์ โดยการแชร์ออมเงิน ที่มีการเชิญชวนผ่านแอพพลิเคชั่นอินสตราแกรมและรวมกลุ่มลงทุนผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ ซึ่งมีกลอุบาย “แค่ฝากเงิน ไม่ต้องลงทุนทำอะไร ไม่มีความเสี่ยง ยิ่งออมมาก ยิ่งได้ดอกเบี้ย หรือผลตอบแทนมาก ด้วยอัตราดอกเบี้ยประมาณ 20% ต่อวัน” ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ นำเงินไปลงทุน เพราะหวังผลตอบแทนในอัตราสูง ก่อนที่จะถูกกลุ่มผู้ต้องหา หลอกลวงในเวลาต่อมา

เมื่อเป็นเช่นนั้นทางพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการให้บช.สอท.ทำการสืบสวนหาผู้กระทำความผิดเนื่องจากเป็นแรงจูงใจสำคัญ ให้ผู้เสียหายไปก่อชิงทรัพย์ เพื่อจะหาเงินมาทดแทนเงินที่ถูกหลอกไป ซึ่งจากการตรวจสอบพบ มีกลุ่มแชร์ออมเงิน ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 2 กลุ่ม ประกอบไปด้วยกลุ่ม IG “suchata” ซึ่งเข้าร่วมลงทุนผ่านกลุ่มไลน์ Open Chat โดยได้รับผลตอบแทนลงทุน จำนวน 6,400 บาท ขาดทุน 43,600 บาท และกลุ่มแชร์ “AOMNGERNBYAOMSIN” ลงทุนไป 7,000 บาท ชื่อบัญชีที่โอนเงินลงทุน 1 บัญชี คือ น.ส.ธิดาวรรณ หรือ ธัญญ์นภัส บุญกล้า ยังไม่เคยได้รับผลตอบแทน เช่นนั้นชุดสืบสวนจึงรวบรวมหลักฐาน ต่อศาลจังหวัดนนทบุรี เพื่อขอหมายจับ น.ส.ธิดาวรรณ หรือ ธัญญ์นภัส บุญกล้า ทันที โดยสืบทราบว่ามากบดานกับสามีที่จ.อุทัยธานี ซึ่งระหว่างจับกุมตรวจค้นพบอาวุธปืนซึ่งเป็นของสามีน.ส.ธิดาวรรณ อยู่ในบ้านจึงดำเนินการแจ้งข้อหาทั้งสอง ก่อนนำส่ง พงส.สอท.3 กก.2 ดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสอบสวนน.ส.ธิดาวรรณ ให้การรับสารภาพ ได้ก่อเหตุตั้งวงออมเงินจริง โดยเปิดมาแล้ว 2 วง มีสมาชิกประมาณ40-50 คนเข้าร่วม ยอดเงินประมาณ 3-4 แสนบาท โดยเงินที่ได้มาจากการหลอกลงทุนก็จะนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งไม่ทราบว่าก่อนว่าการที่ตนไปหลอกครั้งนี้จะทำให้เยาวชนรายดังกล่าวไปก่อเหตุ ทั้งนี้ตนรู้สึกผิดและไม่รู้จะขอโทษอย่างไรจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ที่ผ่านมาถูกดำเนินคดีไป 3-4 ท้องที่ และพยายามที่จะเคลียร์เงินเพื่อชดใช้ ทั้งนี้ในวงแชร์ที่มีเยาวชนรายดังกล่าวเข้าร่วมก็มีการติดต่อเพื่อขอเงินคืน ซึ่งตนก็พยายามทยอยจ่าย แต่เยาวชนรายดังกล่าวไม่ได้มาติดต่อมารู้อีกทีก็เป็นข่าวแล้วว่าสาเหตุมาจากเล่นแชร์วงของตน อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบประวัติพบว่าน.ส.ธิดาวรรณ มีการเปลี่ยนชื่อมาแล้ว หลายครั้งโดยวันที่ 19 มิ.ย. 2563 เปลี่ยนชื่อจากธิดาวรรณ เป็น ธัญญ์นภัส และเปลี่ยนนามสกุลเป็น ภิญโญกาญจนพัฒน์ และวันที่ 22 ก.ย. 2563 เปลี่ยนนามสกุลจากภิญโญกาญจนพัฒน์ เป็นบุญกล้า

นอกจากนี้ทางพล.ต.ท.กรไชย ยังกล่าวอีกว่า ทางพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ได้สั่งการให้บช.สอท.ทำการสืบสวนขยายผลหาผู้กระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเรื่องการหลอกระดมทุน เนื่องจากเป็นการหลอกลวงพี่น้องประชาชน ซึ่งฝากประชาสัมพันธ์ว่า หากพบว่ามีการเสนอให้ดอกเบี้ยมากกว่าที่กฎหมายกำหนดให้สันนิษฐานก่อนว่าไม่มีจริง นอกจากนี้จะดำเนินการกับกลุ่มที่ทำคลิปโป๊เปลือยในเว็บไซต์onlyfans ด้วย โดยเรื่องดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์พบว่า มีผู้ใช้ยูเซอร์ชื่อว่า”ไข่เน่า”ผลิตคลิปวิดีโอในลักษณะการร่วมเพศกับแฟนหนุ่มเผยแพร่ลงในเว็บไซต์ดังกล่าว โดยเก็บค่าสมาชิกเป็นรายเดือนหรือรายคลิป และยังไปออกรายการรายการหนึ่งในช่องยูทูป โดยมีการพูดลักษณะเข้าข่ายการเชิญชวนให้ผลิตคลิปในลักษณะเดียวกันลงในเว็บไซต์โอนลี่แฟน ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามกฏหมาย หลายข้อหา

จากการตรวจสอบของฝ่ายกฎหมายพบว่าเข้าข่ายความผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาเรื่องการชักชวนให้ผู้อื่นกระทำอนาจาร ซึ่งโทษสูงสุดมีถึงจำคุกห้าปีและโทษปรับ ซึ่งล่าสุดตำรวจไซเบอร์ได้ออกหมายเรียกหญิงดังกล่าวและแฟนหนุ่มเข้ามาสอบปากคำแล้วซึ่ง เจ้าตัวให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้พูดในลักษณะดังกล่าวบนช่องยูทูปจริง จึงดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

ส่วนกรณีของยูเซอร์ที่ผลิตคลิปในลักษณะใกล้เคียงกันกับน้องไข่เน่าจะมีการดำเนินการหรือไม่นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลว่ามียูเซอร์ชาวไทยคนใดที่ผลิตคลิปที่ถ่ายขึ้นภายในประเทศและอัพโหลดจากประเทศไทย ซึ่งรายใดที่ทำผิดกฎหมายก็จะดำเนินการออกหมายเรียกมาดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป

ส่วนที่มีการเผยแพร่กันในเว็บไซต์โอนลี่แฟนจะถูกดำเนินการเช่นเดียวกับเว็บไซต์พอนฮับหรือไม่ จากการตรวจสอบข้อกฎหมายเบื้องต้นพบว่าทั้งสองเว็บไซต์มีรูปแบบที่แตกต่างกันโดยเว็บไซต์โอนรี่แฟนยังไม่เข้าข่ายที่จะต้องถูกดำเนินการบล็อกหรือห้ามเผยแพร่ในประเทศไทยเนื่องจากมีวัตถุประสงค์ชัดเจนว่าไม่ได้ต้องการเผยแพร่คลิปลามกอนาจารเพียงอย่างเดียว