ชาวบ้านสอบถามความคืบหน้ารุกที่สาธารณะตลอด วัดเลยขึ้นป้ายให้อ่านแทนคำตอบ

14

วันที่ 13 ก.ย.64 ที่ วัดป้อมรามัญ ต.สวนพริก อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา นายวรยุทธ บุญวงษ์ใส ทนายความชื่อดัง ตัวแทนวัดป้อมรามัญ ได้มาดูคนงานกำลังขึ้นป้ายรายละเอียดเกี่ยวกับพื้นที่ของวัดป้อมรามัญ ขอบเขตความเป็นจริงพื้นที่ของวัดป้อมรามัญ พื้นที่ลำรางสาธารณะ ถนนสาธารณะ และพื้นที่ข้างเคียงของชาวบ้าน และนายทุน ที่มีข้อพิพาท โดยก่อนหน้านั้น มีข้อพิพาทเรื่องการบุกรุกที่โดยมีนายทุนอ้างว่าวัดป้อมรามัญรุกล้ำที่ส่วนบุคคลโดยมีหนังสือให้ทางวัดทำการรื้อสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งทางวัดแจ้งว่าได้ปลูกสร้างสาธารณะประโยชน์บนพื้นที่ สค.1 ธรณีสงฆ์ จึงมีการคัดค้านการรังวัดที่ดินเพื่อค้นหาแนวเขตพื้นที่ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะแต่โบราณตั้งแต่มีการออกโฉนดในสมัย ร. 5 ที่มีคลองลำรางและทางสาธารณะ ให้เด่นชัดก่อน รังวัดที่ส่วนบุคคลของนายทุน ที่วัด และ ชาวบ้านข้างเคียง โดยปัญหาข้อพิพาทใช้เวลาร่วม 2 ปีแล้ว ยังไม่มีความคืบหน้าชัดเจน ชาวบ้านจึงได้สอบถามถึงการรังวัดที่สาธารณะไปถึงไหนแล้วหลายต่อหลายครั้ง ทางวัดจึงตัดปัญหาขึ้นป้ายเพื่ออธิบายรายละเอียดว่าความเป็นมาพื้นที่ของวัดแต่ดั้งเดิม เป็นมาอย่างไร มีใครมีส่วนเกี่ยวข้อง หน้าวัดอยู่ทางทิศไหน หลังวัดอยู่ทิศไหน รอบวัดมีอะไรบ้าง เพื่อป้องกันปัญหาการตอบคำถามหลายครั้ง

นายวรยุทธฯ กล่าวว่า หากการรังวัดแนวเขตพื้นที่สาธารณะรอบวัดป้อมรามัญ เสร็จสมบูรณ์เป็นที่เรียบร้อย จะสามารถบอกได้ว่ารอบวัดป้อมรามัญ คลองลำราง และ ทางสาธารณะอยู่ตรงไหนระยะทางเท่าไหร จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเร่งรัดในการออกหนังสือหลวงพื้นที่สาธารณะที่ถูกต้อง เพื่อจะได้มีการรังวัดสอบเขตพื้นที่ของวัดป้อมรามัญ ชาวบ้านข้างเคียง และนายทุนต่อไป

สำหรับวัดป้อมรามัญก่อนหน้านี้ พระประสาน ธุสาวุธ อายุ 83 ปี หรือ กำนัน เสาร์ อดีตกำนันสวนพริก พระลูกวัดวัดบรมวงศ์อิศรวรารามวรวิหาร ต.สวนพริก ได้ออกมายืนยันอย่างชัดเจนว่า แต่เดิมพื้นที่สาธารณะ คลองกระบือ ลำรางสาธารณะจะอยู่ล้อมรอบวัดป้อมรามัญ ด้านหน้าวัดเดิมหันหน้ามาทางคลองทางทิศใต้ ส่วนหลังวัด (ปัจจุบันคือหน้าวัด) คือทิศเหนือ เดิมเป็นคลองกระบือ และทางสาธารณะ ที่ชาวบ้านเดินทางไปทำนา มีต้นตาลหลายต้น เป็นตัวบอกแนว ถัดไปก็จะเป็นที่นาของนายสายัณห์ สุขอุดม อายุ 71 ปี กับที่ดินของนายทุน ที่มีปัญหาข้อพิพาทกับชาวบ้าน และ วัด ส่วน ทางทิศตะวันออกก็เป็นคลองลำรางสาธารณะ ต่อมาได้มีการสร้างถนนตัดผ่านที่ดินของวัด และ ที่สค. 1 ที่วัดครอบครองอยู่ ที่หลังวัดในอดีต (ที่ธรณีสงฆ์) เลยกลายมาเป็นที่หน้าวัดในปัจจุบัน ซึ่งทางวัดได้สร้างศาลาเอนกประสงค์เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกันบนเนื้อที่ สค.1 ซึ่งในตอนนี้ก็ทำเป็นศูนย์พักคอย อบต.สวนพริก ดูแลผู้ติดเชื้อโควิดในกลุ่มสีเขียว

ส่วนเรื่องคดีความที่นายทุนได้ฟ้องวัดป้อมรามัญเป็นคดีเพ่งต่อศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ศาลได้มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีไว้ชั่วคราว เพื่อรอฟังผลคดีอาญาที่ทางวัดป้อมรามัญได้ฟ้องเจ้าหน้าที่ กับนายทุนต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1สระบุรี ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลต่อไป