ชาวบ้านป่าแดดลุ้นอ่างเก็บน้ำแม่ตาช้าง กว่า 20 ปี กรมชลฯ เผยพร้อมลุย เดินหน้าก่อสร้างโครงการดังกล่าว หาก ครม.อนุมัติ

7

ชาวบ้านตำบลป่าแดดร้องขออ่างเก็บน้ำแม่ตาช้าง ล่าสุดเดินทางไปยังกรมชลประทาน พบผู้บริหารกรมฯ ยื่นหนังสือขอติดตามเร่งรัดโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่ตาช้าง จนในที่สุดนายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน ได้ส่งนายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน ฝ่ายวิชาการ ลงพื้นที่ ต.ป่าแดด อ.แม่สรวย จ.เชียงราย พบปะประชาชนผู้ร้องขอต้องการอ่างเก็บน้ำแม่ตาช้างที่มารอต้อนรับคณะ เพื่อพูดคุยถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของโครงการฯ พร้อมทั้งเดินชมพื้นที่บริเวณที่จะก่อสร้าง

นายเฉลิมเกียรติ กล่าวว่า จากกรณีที่ชาวบ้านได้ขอให้ทางกรมชลประทานเร่งทำการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ ของอ่างเก็บน้ำแม่ตาช้างให้เร็วขึ้น เนื่องจากชาวบ้านรอกันมานานกว่า 20 ปี ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวมีนาข้าวและสวนลำไยจำนวนหลายหมื่นไร่ แต่ต้องประสบปัญหาภัยแล้งและอิทธิพลพายุโพดุลช่วงที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร โดยเฉพาะพื้นที่ทางการเกษตรและถนนภายในหมู่บ้าน หากมีการสร้างอ่างเก็บน้ำจะสามารถกักเก็บน้ำได้ประมาณ 32 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ถือเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลางที่มีความเหมาะสม

นายเฉลิมเกียรติ กล่าวด้วยว่า เดิมพื้นที่มีฝายกั้นแม่น้ำประมาณ 3 แห่ง กักเก็บน้ำไว้ใช้ได้ประมาณ 4,000 -5,000 ไร่ หากสร้างอ่างเก็บน้ำและสร้างท่อส่งน้ำเพิ่ม โดยระบายน้ำไปยังฝายทั้ง 3 แห่ง จะทำให้อ่างเก็บน้ำโปรยน้ำไปยังพื้นที่ทางการเกษตรได้กว่า 10,000 ไร่ สามารถนำน้ำไปใช้ทำนาหรือทำสวนผลไม้ได้อย่างทั่วถึงทุกแปลง ซึ่งหากสร้างเสร็จความอุดมสมบูรณ์ก็จะตามมา ช่วยลดปัญหาภัยแล้งขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันก็ลดปัญหาน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลากได้ในคราวเดียวกัน ซึ่งอาจลดปริมาณน้ำท่วมให้น้อยลงหรืออาจไม่เกิดขึ้นเลย

“เขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำที่กรมชลประทานสร้างขึ้นมา จะคำนึงถึงความมั่งคงแข็งแรง สร้างแล้วประชาชนต้องนอนหลับ ไม่ต้องกังวลกับเรื่องภัยพิบัติที่จะตามมา โดยจะมีการออกแบบที่ได้มาตรฐานของโลก ตั้งแต่ฐานราก ประเภทของดินใช้บดอัดหรือการทำสิ่งกีดขวางทางน้ำ เนื่องจาก จ.เชียงราย เป็นพื้นที่ที่มีผลกระทบในเรื่องของแผ่นดินไหว ซึ่งตรงนี้ยืนยันแล้วว่าพื้นที่นี้ไม่มีผลกระทบในเรื่องของแผ่นดินไหว โดยตรวจวัดพฤติกรรมเขื่อนและสอบถามข้อมูลเชิงกายภาพของพื้นที่ หากทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เห็นว่ามีความเหมาะสมและทางพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นำเข้าที่ประชุม ครม. ก็จะมีงบประมาณมาดำเนินการก่อสร้างอย่างแน่นอน ซึ่งหาก ครม.อนุมัติโครงการ ก็จะใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างประมาณ 3 ปี จึงจะสำเร็จ” นายเฉลิมเกียรติ กล่าว

ด้านนายนิกร อภัยพนันธ์ อายุ 52 ปี ชาวบ้านป่าแดด กล่าวว่า ชาวบ้านกว่าร้อยละ 90 ใน 22 หมู่บ้านของ ต.ป่าแดด ต้องอาศัยน้ำจากลำน้ำแม่ตาช้างมาใช้ประโยชน์ ทั้งเพื่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภค แต่ที่ผ่านมาเมื่อฤดูฝนก็เกิดน้ำป่าไหลหลากไปหมด ในช่วงฤดูแล้งก็ไม่มีน้ำเพียงพอต่อการทำเกษตร ทำให้เกิดการแย่งน้ำกันตั้งแต่บนดินจนถึงใต้ดิน

“หากมีการสร้างเขื่อนจะส่งผลดีอย่างมากต่อชาวบ้าน ไม่เพียงแต่ใน ต.ป่าแดด เท่านั้น เพราะยังมีอีก 4 ตำบลใน อ.แม่สรวย และอีกอย่างน้อย 4 อำเภอ รวมไปถึง จ.พะเยา ที่จะใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ เพราะลำพังเขื่อนแม่สรวยที่มีอยู่ น้ำจะถูกนำไปใช้ในพื้นที่อื่น แต่คนแม่สรวยจริงๆ ไม่ได้ใช้น้ำเหล่านั้น ที่ผ่านมามีกลุ่มเอ็นจีโอมาปลุกระดมชาวบ้านให้เกิดความกลัวว่าอ่างจะแตกบ้าง อะไรบ้าง ทำให้ชาวบ้านบางส่วนก็ไม่อยากให้มี แต่ปัจจุบันทำคนเห็นชอบหมด เพราะต้องให้เข้ามาแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม” นายนิกร กล่าว

ทั้งนี้ จังหวัดเชียงรายได้มีหนังสือขอรับการสนับสนุนโครงการอ่างเก็บน้ำแม่ตาช้าง เพื่อช่วยแก้ไขและบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่ตั้งแต่ปี 2536 อย่างไรก็ตามเนื่องจากบริเวณหัวงานและอ่างเก็บน้ำส่วนหนึ่งอยู่ในเขตป่าอนุรักษ์เพิ่มเติม (Zone C) จึงต้องทำการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA เพื่อประกอบการขออนุญาตใช้พื้นที่ โดยการก่อสร้างจะใช้งบก่อสร้างประมาณ 815 ล้านบาท

จากการออกแบบเบื้องต้น จะมีลักษณะเป็นเขื่อนดินแบบแบ่งโซนที่มีความกว้างสันเขื่อน 10 เมตร ความยาวเขื่อน 657 เมตร ความสูง 42 เมตร มีอาคารระบายน้ำล้นยาว 70 เมตร ระบายน้ำได้สูงสุด 259.5 ลบ.ม./วินาที รวมถึงมีท่อส่งน้ำลงลำน้ำเดิม เส้นผ่าศูนย์กลาง 2 เมตร ประชาชนได้รับประโยชน์ จำนวน 31 หมู่บ้าน 3 ตำบล ได้แก่ ตำบลป่าแดด ตำบลศรีถ้วย และตำบลแม่พริก มีพื้นที่รับประโยชน์ทั้งสิ้น 17,200 ไร่