คืบหน้า อส.ตร.เอาหนังสติ๊กยิงเด็กนักเรียน

9

คืบหน้า อส.ตร.เอาหนังสติ๊กยิงเด็กนักเรียนอายุ 15 ปี จนตาหวิดบอด เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ก.ย. 62 เวลาประมาณ 22.15 น. ล่าสุดวันนี้ทางผู้บังคับการตำรวจได้ออกมาติดตามคดีและเยียวยาจนทำให้แม่ของเด็กพึงพอใจ

วันที่ 10 ก.ย.62 เวลา 15.30 น. จากที่มีผู้ใช้เฟสบุ๊ค สาวแต มะลิซ่าส์ ได้โพสต์ว่า…ขอความเมตตาช่วยเหลือจากทางหน่วยงานต่าง ๆ ที่คอยช่วยเหลือเด็กเยาวชนทุกด้านทุกสายงานด้วยค่ะ ช่วยน้องชายหนูด้วยนะคะ สงสารน้องมาก ๆ ค่ะ ด.ช. ศุภฤกษ์ เกิดศรีเพ็ง น้องพี โดนหินใส่หนังสติ๊กยิงโดนตาอย่างแรง น้องรู้ตัวคนทำ น้องจำได้ ว่าเป็นรถของสายตรวจวัดละมุดและคนที่ยิงน้องก็เห็น เเละจำได้แม่นมีกี่คน ใครบ้างจุดแถวๆ บริเวณวัดละมุด ใกล้กับป้อมตำรวจวัดละมุด อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม แต่ตอนนี้ยังไม่มีใคร มาเยียวยาน้อง น้องผ่าตัดลูกตาแล้ว ยังไม่รู้ว่าจะกลับมาเป็นเหมือนปรกติรึป่าว ฝากทุก ๆ ท่านทุก ๆ หน่วยงานช่วยแชร์ ให้เขามารับผิดชอบที่เขาทำกับน้องด้วยค่ะ น้องเจ็บปวดมากร้องไห้ทรมารมาก ขอความเมตตาด้วยนะคะ ขอขอบพระคุณทุก ๆ ท่านที่เป็นกำลังใจให้น้องด้วยนะคะ ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ ขอให้เรื่องนี้ได้รู้ ถึงคนที่ทำน้องด้วยนะคะ น้องเจ็บมาก นึกถึงใจเขาใจเราบ้าง….พร้อมรูปถ่ายของน้องพี หรือนายศุภฤกษ์ เกิดศรีเพ็ง อายุ 15 ปี เลขที่ 49 ม.3 ต.บางพระ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ผู้ได้รับบาดเจ็บจากที่ อส.ตร.จุดวัดละมุด ได้ใช้หนังสติ๊กยิงใส่เบ้าตาด้านขวาจนอาการค่อนข้างสาหัส เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 ก.ย.62 เวลา 22.25 น. ที่น้องพี ได้ขับขี่จักรยานยนต์จำนวนกว่า 5 คันเพื่อไปบ้านเพื่อนและเป็นช่วงขากลับ น้องพีเป็นคนขี่จักรยานยนต์และเพื่อนซ้อน ได้ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านหน้าป้อมตำรวจวัดละมุด สักพักตำรวจ เค้าก็ขับรถกระบะตาม และเห็นคนขับเปิดกระจกพูดกับ อส.ตร.ที่อยู่ท้ายรถ 4 คนได้ยินไม่ถนัดว่าตำรวจพูดว่าอะไร ตัวเองก็ขี่จักรยานยนต์ไปเรื่อย สักพักสังเกตุเห็น อส.ตร. ที่อยู่ท้ายกระบะลุกขึ้นและขว้างหินใส่โดนรถและโดนตัว และเอาหนังสติ๊กใส่คล้ายหินยิงเข้ามาที่เบ้าตาด้านขวา ตอนที่โดนยิงที่ตานั้นรู้สึกมึนงงปวดหัว และมีเลือดไหลออกมา เหมือนจะขี่รถจักรยานยนต์ไม่ไหวจะล้มจึงบอกให้เพื่อนขี่รถจักรยานยนต์แทนและให้พาไปส่งที่โรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่น เพราะเป็นโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด และทางโรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่นได้ทำการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลนครปฐม เพราะเครื่องมือจะครบกว่า พอช่วงเช้าวันที่ 6 ก.ย.62 เวลาประมาณ 06.30น. ทางแพทย์ก็พาเข้าห้องผ่าตัดจากการตรวจเช็กพบเศษหินดินอยู่ภายในตา และหมอได้บอกอาการที่ตรวจพบ ว่าจอประสาทตาขาด ม่านตาขาด เจลที่หล่อเลี้ยงตาชำรุด และภายในตายังมีเลือดคั่งอยู่ แต่การผ่าตัดในครั้งนี้ปลอดภัยดี

นางณัชชา เกิดศรีเพ็ง อายุ 52 ปี แม่ของน้องพี อยู่บ้านเลขที่ 49 ม.3 ต.บางพระ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ได้เล่าให้ฟังว่าหลังจากเพื่อนลูกชายไปบอกว่าน้องพี โดนปาหินใส่ตาอยู่โรงพยาบาลหลวงพ่อเปิ่น ตัวเองเครียดมากเพราะทางครอบครัวฐานะไม่ค่อยดีนัก ต้องหาเช้ากินค่ำ ที่ลูกสาวโพสต์ไปนั้นน่าจะอยากขอความเป็นธรรม เพราะกลัวว่าน้องชายจะตาบอด และหลังจากผ่าตัดแล้วทางคู่กรณีก็เข้ามาดูแลตลอดและมาขอโทษและมาบอกว่าจะรับผิดชอบทุกอย่างจนกว่าจะหายดี และทางผู้กำกับ รองผู้กำกับ และตำรวจ อส.ตร. ของสภ.นครชัยศรี ที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น ก็เข้ามาแสดงความรับผิดชอบ และจะให้ย้ายโรงพยาบาลเฉพาะทางเพื่อรักษาให้หาย ทางครอบครัวก็สบายใจและแม่กับน้องพีก็จะสู้ต้อไปจนกว่าน้องพีจะใช้ชีวิตได้ปรกติ ส่วนเรื่องคดีความ ทางแม่ก็ก็ต้องรอดูน้องพีหายปรกติค่อยเข้ามาคุยกันต่อไป

ทางด้าน พล.ต.ต.คำรณ บุญเลิศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม เดินทางมาที่ สถานีตำรวจภูธรนครชัยศรี ประชุมร่วมกับ พ.ต.อ.ศักดิ์ศรี แก้วเอี่ยม ผกก.สภ.นครชัยศรี และหัวหน้าพนักงานสอบสวน ใช้เวลากว่า 20 นาที ก่อนจะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า วันนี้ได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าของคดีที่เกิดขึ้น ซึ่งหลังเกิดเหตุ พนักงานสอบสวนได้ติดตามผู้ก่อเหตุมาสอบปากคำแล้ว เจ้าตัวให้การรับสารภาพเป็นผู้ก่อเหตุจริง โดยเก็บเศษหินก้อนเล็กที่ตกหล่นอยู่ในท้ายรถกระบะ โยนใส่กลุ่มรถจักรยานยนต์ เนื่องจากเข้าใจว่า เป็นกลุ่มเด็กแว๊น เนื่องจากขณะนี้ทางตำรวจ ได้มีนโยบายปราบปรามวัยรุ่นที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ซิ่ง หรือแว๊น ก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับชาวบ้าน ขณะนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส และขณะนี้ ทางตำรวจภูธรนครชัยศรี ได้มีการเยียวผู้เสียหายจนได้รับความพึงพอใจแล้ว ส่วนผู้ก่อเหตุ ก็เข้าไปรับสารภาพกับแม่ของผู้ได้รับบาดเจ็บ และพร้อมจะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด