3 ผู้เสียหาย ร้องขอความเป็นธรรม ศูนย์ร้องเรียนตำรวจภูธรภาค 7 หลังถูก 2 สามีภรรยา คนดังในพื้นที่จ.ราชบุรี กลั่นแกล้งแจ้งหลายข้อหา และข่มขู่ ขณะที่คดี ไม่มีความคืบหน้า ตร.สภ.บ้านโป่ง ไม่รับแจ้งความ

21

จากกรณีดังกล่าวมี นายสิทธิศักดิ์ ภู่ทอง ประกอบธุรกิจส่วนตัว เป็นผู้เสียหายรายที่ 1 พร้อมด้วย นายณรงค์ศักดิ์ โคมทอง มีอาชีพเป็นเซลล์ฝ่ายขาย ผู้เสียหายรายที่ 2 และ น.ส.ชวัลพชร แสงศรี มีอาชีพค้าขาย ผู้เสียหายรายที่ 3 ซึ่งทั้ง 3 รายได้นำเอกสาร และหลักฐานเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรม ต่อ พ.ต.ท สมเกียรติ คำกาหลง พนักงานสอบสวนศูนย์ร้องทุกข์ตำรวจภูธรภาค 7 ให้ตรวจสอบพฤติกรรมของพนักงานสอบสวน สภ.บ้านโป่ง ที่ทำคดี แบบไม่เป็นธรรม

นายสิทธิศักดิ์ ภู่ทอง เจ้าของธุรกิจรถบัส กล่าวว่า ตนทำธุรกิจซื้อขายรถบัสกับคู่กรณีมาเป็นเวลากว่า 5 ปี จากคำแนะนำของนายณรงค์ศักดิ์ฯ แต่กลับถูกคู่กรณีวางแผน กลั่นแกล้งหลายวิธี เพื่อให้ได้มาซึ่งการยึดรถ ยึดที่ดิน ที่ตนซื้อขายกับคู่กรณีอย่างถูกต้องตามกฏหมาย แต่กลับถูกตลบหลังด้วยการ แจ้งข้อกล่าวหาว่าตนและลูกน้อง วางแผนปลอมแปลงเอกสาร และ ฉ้อโกงเงินกว่า 5 แสนบาท ที่ใช้เคลียร์กับ ตร.ในข้อหาเจอยาเสพติดในรถบัส ซึ่งตนเองได้รับการติดต่อจากคู่กรณีให้ไปทำการเคลียร์คดีกับทางเจ้าหน้าที่ที่ทำการตรวจค้น รถบัส ภายในบริษัทของคู่กรณี ตนเองจึงเดินทางไปเจรจาให้ หลังจากที่ตนเจรจาให้เสร็จเรื่องดังกล่าวก็เงียบหายไป

ต่อมา ตนถูกเจ้าหน้าที่ ตร.สภ.บ้านโป่งแจ้งข้อหากับตนว่าตนฉ้อโกงเงินจำนวน 5 แสนบาท ที่นำไปเจรจากับเจ้าหน้าที่ ตอนที่เข้าไปตรวจค้นรถบัสภายในบริษัทของคู่กรณีว่าตนเอง ฉ้อโกงเงินจำนวนดังกล่าวไป หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ ตร.สภ.บ้านโป่ง ได้ทำการยึดรถบัสที่ซ่อมอยู่ในอู่ ไปจำนวนหลายคัน โดยให้เหตุผลว่าเกี่ยวข้องกับคดี ที่ตนเองถูกคู่กรณีแจ้งความว่าฉ้อโกง ตนข้องใจว่ารถบัสของตนเป็นรถที่จดทะเบียนถูกต้องทุกอย่าง แต่ทำไม มาสั่งอายัด โดยรถบางคันได้ทำการขายไปให้กับลูกค้าและทำการโอนถูกต้อง สร้างความเสียหายกว่า 25 ล้าน โดยรถที่ถูดยึดบางคัน เจ้าของคดีเอาไปเก็บไว้ที่บ้านของพี่สาวของโจทย์ ซึ่งมองว่าไม่ถูกต้องอย่างมาก

ส่วนนายณรงค์ศักดิ์ โคมทอง เซลล์ฝ่ายขาย และ น.ส.ชวัลพชร แสงศรี อาชีพค้าขาย เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรม ต่อ พ.ต.ท สมเกียรติ คำกาหลง พนักงานสวนศูนย์ร้องทุกข์ตำรวจภูธรภาค 7 ให้ตรวจสอบพฤติกรรมของพนักงานสอบสวน สภ.บ้านโป่ง ที่ทำคดี แบบไม่เป็นธรรม หลังได้เคยเข้ามาร้องเรียนให้ตรวจสอบพฤติกรรมพนักงานสอบสวนรายนี้ เมื่อเดือน สิงหาคมที่ผ่านมาแต่คดีไม่คืบหน้า จนถึงทุกวันนี้ แถมพวกตนยังถูกข่มขู่จาก ตำรวจ และโดนบัตรสนเท่ห์ใส่ร้ายป้ายสีให้เกิดความอับอาย

นายณรงค์ศักดิ์ฯ กล่าวว่า การเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมถึงกรณีการถูกข่มขู่ โดยตนเองได้เข้าแจ้งความ กรณี สามีของ คู่กรณีคือนายสิทธิศักดิ์ฯ ได้อ้างตัวเป็นนายทหาร ยศ พันเอก โดยแต่งกายคล้ายทหาร ติดเครื่องราชฯ และมักให้ชาวบ้านแถวบ้านโป่ง เรียกว่า ผู้พัน แต่ตร.สภ.บ้านโป่งไม่รับแจ้งความ แถมยัง ถูกคู่กรณีที่อ้างตัวว่าเป็นทหาร ข่มขู่และกลั่นแกล้งเชื่อมโยงข้อหาร้ายแรงให้ต่างๆนาๆ โดยนำตนไปประจาน ทางบริษัทที่ตนทำงานว่าตนเองมีคดีอาญามั้ย และยังบอกกับตนว่าตนสามารถให้ทุกหน่วยงานดำเนินการกับตนเองได้

สำหรับ น.ส.ชวัลพชร แสงศรี มีอาชีพค้าขาย กล่าวว่าตนเองเป็นอดีตลูกจ้างของ 2 สามีภรรยา ที่เป็นคู่กรณี กับนายสิทธิศักดิ์ฯ และนายณรงค์ศักดิ์ฯ ได้ให้ตนไปเป็นพยาน ที่ สภ.บ้านโป้ง จากกรณีที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าตรวจค้นรถบัส ที่พบยาเสพติด ที่ให้นายสิทธิศักดิ์ฯ ไปเจรจากับทางเจ้าหน้าที่ โดยตนถูกเชิญไปให้ปากคำในฐานะพยานฝ่ายโจทย์ เมื่อตนพูดความจริงกลับกลายเป็นผู้ต้องหาซะเอง ในคดี ยักยอกทรัพย์ 5 แสนบาท โดยร่วมกันกับนายสิทธิศักดิ์ฯ ฉ้อโกงเงิน 5 แสนที่ตัวเองเบิกจ่ายให้นายสิทธิ์ศักดิ์ฯ ตามที่คู่กรณีสั่งให้ดำเนินการ

ทุกวันนี้ถูก ตร.มาข่มขู่ที่บ้าน จะขอค้นบ้านข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครอง และ อายัดบัญชีลูกชายที่มีเงินอยู่เพียง5,000กว่าบาท น.ส.ชวัลพชรฯ กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนเองสงสัยว่าทำไม เจ้าหน้าที่ สภ.บ้านโป่งถึงได้อายัด บัญชีลูกชาย ซึ่งลูกของตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีของแม่เลย กลับ มากลั่นแกล้งกันโดยไม่ถูกต้อง โดยตนเองถูกกล่าวหาซึ่งข้อกล่าวหาดังกล่าวนั้น พนักงานอัยการไม่สั่งฟ้องตน และ นายสิทธิศักดิ์ฯ รวมถึง นาย ณรงค์ศักดิ์ฯ มาแล้วถึง 4 ครั้ง แต่เจ้าหน้าที่ยัง จะทำเรื่องฟ้องใหม่ทุกครั้ง และทางเจ้าหน้าที่ ยังมาบอกกับเพื่อนตนว่า สักวันจะนำหมายค้นเข้ามาตรวจค้นในบ้าน ทำให้ตนเสื่อมเสียชื่อเสียง

ด้าน นายสิทธิศักดิ์ฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า คดีดังกล่าวทาง 2 สามีภรรยา พยายามเชื่อมโยงให้ทุกคนเป็นคดีเดียวกัน ซึ่งสร้างความเสื่อมเสีย กับพวกตนเป็นอย่างมาก วันนี้จึงมาร้องขอความเป็นธรรมที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 รวมทั้งให้เร่งสอบสวน ซึ่ง ตร. ยืนยันว่า ได้รับเรื่องไว้ทั้งหมด พร้อมรวบรวมเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อเร่งสอบสวนข้อเท็จจริง

ขณะที่เรื่องร้องเรียนเก่าเมื่อเดือนสิงหาคม ทางสภ.บ้านโป่ง เจ้าของคดียังไม่ส่งเรื่องกลับมา ทางกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 จะเร่งรัดดำเนินการให้ไวที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เสียหายทั้ง 3 ราย

สุรเชษฐ ศิลานนท์ รายงาน