ไม่ได้เหรียญก็ดังได้ สื่อยุ่นสนใจตามสัมภาษณ์แม่นเป้า “เศวต”

26

สื่อญี่ปุ่น หนังสือพิมพ์ของญี่ปุ่นสนใจขอสัมภาษณ์ “แซม” เศวต เศรษฐาภรณ์ นักกีฬายิงเป้าบินทีมชาติไทย วัย 58 ปี ซึ่งได้อันดับ 17 ในเรื่องของการติด 1 ใน 10 นักกีฬาอาวุโสของอลป.รวมทั้งผลงานการยิงที่ที่ผ่านมาและอนาคต ชี้เรื่องอายุไม่เป็นปัญหาในการยิงเป้าบิน

“แซม” เศวต เศรษฐาภรณ์ นักกีฬายิงเป้าบินทีมชาติไทย วัย 58 ปี ซึ่งได้อันดับ 17 ในการแข่งขันยิงเป้าบิน ประเภทแทร็ป การแข่งขันโอลิมปิก ครั้งที่ 32 “โตเกียว 2020” ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ล่าสุด ได้พักผ่อนอยู่ที่หมู่บ้านนักกีฬา

“แซม” เศวต เศรษฐาภรณ์ เปิดเผยว่า “หลังจากแข่งขันจบลง ผมก็พักผ่อนอยู่ในหมู่บ้านนักกีฬา ได้ไปเดินเล่นที่ริมแม่น้ำฮารูมิ และมีการให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ญี่ปุ่นครับ ซึ่งทางสื่อญี่ปุ่น มาสัมภาษณ์เรื่องติด 1 ใน 10 นักกีฬาอาวุโสของโอลิมปิก 2020 และจะยังสู้ต่อไปหรือไม่ครับ และเรื่องผลงานที่ดีในวันแรก แต่โชคไม่ดีในวันที่ 2 ของการแข่งขัน และ โอกาสที่จะเข้ารอบไฟนอลของเรา แต่ขาดไป 1 คะแนน ทำนองนี้ครับ”

“ส่วนที่มีคนบอกว่า ผมเป็นนักกีฬาประเภทแทร็ปที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในประเทศไทย ผมอยากบอกว่า ผลงานที่ออกมาในครั้งนี้ ผมเป็นแค่ส่วนประกอบนึงในการลั่นไก ซึ่งก็ทำดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนประกอบอื่น ส่วนใหญ่มาจาก ความสบายใจในหมู่บ้านนักกีฬา ซึ่งได้รับการดูแลอย่างดีมาก จาก ทีมงาน พี่ต้อม คุณธนา ไชยประสิทธิ์ และ สถานฑูตไทยที่นี่ อีกทั้งยังได้รับเกียรติสูงสุดในการถือธงไตรรงค์ ทำให้ครบองค์ประกอบ”

“สำหรับการยิง ผมพลาดไปนิดจาก สภาพลมฟ้าอากาศในวันแข่งขันวันที่ 2 ซึ่งมีทั้ง ลมแรง ฝนปรอยๆ ร้อนจัด ซึ่งที่ผมยิงผิดไปเพราะมีลมกระชาก และไล่ไม่ถึงเป้า ผมจะนำไปแก้ไขข้อบกพร่อง ในการรับใช้ชาติต่อไป ครับ ในส่วนของผลการแข่งขัน ถึงจะไม่สมหวัง แต่ก็พยายาม ทำเต็มที่”

“ขอบคุณทุกๆ แรงเชียร์นะครับ รวมทั้งกำลังใจจากครอบครัว ภรรยา “เดนนี่” ฐิติธัญ เศรษฐาภรณ์ ที่เป็นนักกีฬายิงเป้าบินทีมชาติ ไปแข่งขันด้วยกันตลอด ครั้งนี้ มาเป็นผู้จัดการทีม รวมทั้งลูกสาว 2 คน ศวิตา เศรษฐาภรณ์ (เมย์) และ ศลิษา เศรษฐาภรณ์ (มายร์) ที่ทำคลิปลงยูทูปส่งกำลังใจให้พ่อ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ และคนไทยทุกคน ที่ส่งกำลังใจมาให้ในทุกทาง รวมทั้งคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย การกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬายิงเป้าแห่งประเทศไทย นักกีฬายิงเป้าบินทุกๆ คนด้วย สิ่งเหล่านี้ เป็นแรงใจที่ทำให้ผมไม่ยอมแพ้”

“การแข่งขันครั้งนี้ ผมได้แสดงความยินดีกับ นักยิงเป้าบิน ที่ได้รับรางวัลด้วย เพราะแข่งด้วยกันมาตลอด รู้จักกัน เวลาแข่งขันกีฬามีแพ้มีชนะ สร้างมิตรภาพ แต่ช่วงโควิด-19 ทำให้ไม่ได้พูดคุยหรือพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน”
“เรื่องของอนาคตในการแข่งขันยิงเป้าบิน คงต้องกลับไปคุยกับสมาคมกีฬายิงเป้าแห่งประเทศไทย ต่อ โดยเฉพาะ ในเรื่องของ โอลิมปิก 2024 ที่ปารีส ฝรั่งเศส และวางแผนกับ โค้ชมาร์โก้ คอนติ จากอิตาลี เรื่องนี้เป็นเรื่องของอนาคต ครับ จะแข่งหรือไม่แข่งคงต้องตัดสินใจและหารือดูก่อน แต่ อีก 3 ปี ข้างหน้า ถึงตอนนั้นผมก็อายุ 61 ปี แต่โดยส่วนตัวผมยังสู้ต่อครับ ผมยังสนุกกับกีฬายิงเป้าบิน”

“เรื่องของอายุ ผมอยากบอกชาวไทยทุกคนว่าความฝันที่เราตั้งไว้ คนทุกๆคนสามารถทำได้ ถ้าเรามีความตั้งใจอายุเป็นเพียงตัวเลข ผมพยายามคิดถึงจุดที่ผมทำผิดพลาด และสิ่งที่ต้องสอนรุ่นน้องต่อๆ ไป ว่าจะต้องทำอย่างไร ผมได้ข้อคิดจาก “อาจารย์เบิ้ม” ดร.พิชิต เมืองนาโพธิ์ นักจิตวิทยา เป็นคีย์เวิร์ด ด้วยว่าผมจะต้องทำอย่างไรต่อไป”

“เดนนี่” ฐิติธัญ เศรษฐาภรณ์ ผู้จัดการทีมยิงเป้าบิน กล่าวว่า อากาศที่ญี่ปุ่นช่วงนี้จะจะค่อนข้างร้อน รู้สึกว่าแดดร้อนกว่าที่ไทย พออากาศร้อนมีผลกับทุกนักกีฬาที่เข้าแข่งขันทุกคน ช่วงนี้ จะมีพายุ ลมแรง จังหวะตอนที่ลมพัดในตอนยิงของนักกีฬาแต่ละคนไม่เหมือนกันด้วย

“ทางญี่ปุ่นกำหนดไว้ว่า ถ้าอยู่ที่ในสนามและหมู่บ้านนักกึฬาต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอด ถอดได้เฉพาะแข่งและทานอาหาร ตอนถือปืนยิงไม่ว่าจะเป็นตอนซ้อมหรือแข่งสามารถถอดหน้ากากอนามัยได้ ถ้าไปทานอาหารในโรงอาหารจะต้องใส่ถุงมือ และไปตักอาหารมาทาน ก็ต้องใส่หน้ากากอนามัย ถอดได้เฉพาะตอนทานอาหาร แต่มีเรื่องตรวจโควิด-19 ก่อนขึ้นเครื่องบินก็ต้องตรวจ พอมาถึงญี่ปุ่นก็ต้องตรวจ และทุกวันทุกเช้าต้องตรวจโควิด-19 ทุกวัน ส่วนเรื่องการฉีดวัคซีนบางชาติที่มาแข่งก็ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนมา ที่นี่จะเน้นเรื่องตรวจโควิด-19 มากกว่า และเราต้องดูแลตัวเองด้วยการใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา”