“สมเด็จพระสังฆราช” ประทานพระคติธรรมวันอาสาฬหบูชา 2564

106

ทรงชี้ว่า ท่ามกลางภาวการณ์ในโลกปัจจุบัน ขอพุทธบริษัทพิจารณาทบทวนมรรควิธีประการสำคัญ คือ “สัมมาวาจา” เพื่อให้สังคมไทยไพบูลย์ด้วยสันติสุข ก้าวข้ามพ้นจากความทุกข์ สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ออกประกาศ “สมเด็จพระสังฆราช” งดเสด็จออกประทานพระวโรกาสให้เฝ้าถวายสักการะทำสามีจิกรรม

วันนี้ (23 ก.ค.64) สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม เนื่องในวันอาสาฬหบูชา วันที่ 24 ก.ค 2564 ความว่า ดิถีอาสาฬหบูชาได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่งแล้ว สาธุชนทั้งหลาย ต่างร่วมกันบำเพ็ญกุศลเป็นพิเศษเพื่อรำลึกถึงวันที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงปฐมเทศนา โปรดปัญจวัคคีย์ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน อันเป็นการเริ่มประกาศพระศาสนา กระทั่งบังเกิดมีพระอริยสงฆ์ ครบถ้วนพร้อมเป็น “พระรัตนตรัย” นับเป็นนักขัตฤกษ์สำคัญ และยังสรรค์สร้างเกียรติประวัติสำหรับราชอาณาจักรไทย ด้วยเป็นประเทศแรกในโลก ที่ดำริริเริ่มให้มีการบูชาพิเศษในดิถีเพ็ญอาสาฬหะ เมื่อรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ประกาศความเป็นเมืองแห่งพระพุทธธรรม ซึ่งช่วยค้ำชูจิตใจของชนในชาติให้ร่มเย็นเป็นสุขตลอดมา

ปฐมเทศนาที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้นั้น คือ “ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร” ทรงชี้บอกวิถีทางแห่งการดับเพลิงกิเลสให้สูญไปโดยสิ้นเชิง ด้วยมรรคมีองค์ 8 เรียกอีกอย่างว่า ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา หรือการลงมือปฏิบัติเพื่อให้พ้นจากทุกข์ ทั้งนี้ ท่ามกลางภาวการณ์ในโลกปัจจุบัน ขอพุทธบริษัทพึงหันมาพิจารณาทบทวนมรรควิธีประการสำคัญประการหนึ่งในองค์ 8 นั้น ได้แก่ “สัมมาวาจา” ซึ่งหมายถึงการดำรงคำสัตย์ กล่าวแต่คำประสานน้ำใจซึ่งกันและกัน มีวาจาไพเราะจับใจ และกล่าวแต่สิ่งที่เปี่ยมด้วยสารัตถะ หากจงช่วยกันใช้ฉันทวาจา ให้สมาชิกในสังคมตั้งแต่ระดับครอบครัว ไปจนถึงชุมชน และประเทศชาติ เต็มไปด้วยสารประโยชน์ในกาลทั้งปวง ชวนกันเจริญ เมตตาวจีกรรม ซึ่งจะชักพาให้ตนและสังคมส่วนรวมมีความวัฒนาสถาพร

วันอาสาฬหบูชา นอกจากจะเตือนใจให้รำลึกถึงคุณพระรัตนตรัย อันเป็นสรณะสูงสุดของพุทธบริษัทแล้ว ยังนำพาให้เราทั้งหลายมั่นคงแน่วแน่ด้วยปณิธานแห่ง “สัมมาวาจา” เพราะฉะนั้น หากท่านประสงค์ให้สังคมไทยไพบูลย์ด้วยสันติสุข ขอจงเร่งเจริญรอยตามพระยุคลบาทของพระพุทธองค์ ผู้ทรงพระมหากรุณาประทานอริยอัฏฐังคิกมรรคไว้เป็นหนทาง พร้อมเพรียงกันบำเพ็ญคุณประโยชน์ โดยเริ่มที่ตนเอง จากการมี “สัมมาวาจา” อยู่ทุกขณะ ซึ่งจะช่วยเกื้อกูลให้เพื่อนร่วมชาติ ร่วมสังคม สามารถก้าวข้ามพ้นจากความทุกขโทมนัส แปรเปลี่ยนเป็นความเกษมสวัสดิ์ของสรรพชีวิตบนโลกนี้ได้สืบไป

พร้อมกันนี้ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ลงนามออกประกาศ สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช
ที่ 4/2564 เรื่อง การจัดกิจกรรมเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษา 2564 ที่วัดราชบพิธฯ ระบุว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงรุนแรงต่อเนื่อง วัดราชบพิธฯ และสำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช กำหนดแนวทางการจัดกิจกรรมเนื่องในเทศกาลเข้าพรรษาของพระอาราม ดังต่อไปนี้ 1.สมเด็จพระสังฆราช ทรงงดเสด็จออกประทานพระวโรกาสให้พระเถรานุเถระเฝ้าถวายสักการะทำสามีจิกรรม

ทั้งนี้ ในดิถีแรม 1 ค่ำ เดือน 8-8 ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 25 ก.ค.2564 วัดต่างๆสามารถจัดที่ประดิษฐานพระรูปสมเด็จพระสังฆราช แล้วกระทำสามีจิกรรมต่อหน้าพระรูป โดยมิต้องเดินทางออกนอกวัด 2.งดการให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมพิธีอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา และงดพิธีตักบาตรดอกไม้ที่วัดราชบพิธฯ 3.ในดิถีแรม 5 ค่ำเดือน 8-8 ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 29 ก.ค.2564 วัดราชบพิธฯ จะประดิษฐานพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระสยามเทวมหามกุฏวิทยมหาราช ณ พระอุโบสถ แล้วทำวัตรเย็น เจริญพระพุทธมนต์ด้วยพระสูตรและพระปริตรตามระเบียบ แล้วเจริญจิตภาวนาถวายพระราชกุศล ตามประเพณีคณะธรรมยุต เป็นการภายใน