กองปราบรวบหัวหน้าแก๊งค์หลอกตุ๋นเหยื่อ ร่วมลงทุนซื้อแร่ “หินกินเหล็ก”สูญเงิน ล้านกว่าหนีมา 9 ปี

10

เมื่อวันที่ 7 ก.ย.62 . เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผบช.ก., พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.,
พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.มีชัย กำเนิดพรม รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.อนุชา ธนะอุดม รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.อรรถพล พานประทีป รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.วิวัฒน์ จิตโสภากุล รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.สิงห์ชัย ฐานไชยสิทธิ์ รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.ธีรภาส ยั่งยืน รอง ผกก.4 บก.ป. ปฏิบัติราชการ กก.3 บก.ป.

ร่วมกันจับกุมนายพงศ์ธร สุขเมือง อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 148 ม.1 ต.ม่วงคอม อ.ชัยบาดาล จว.ลพบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดสกลนครที่ จ.2353/2554 ลง 27 มิถุนายน 2554 โดยกล่าวหาว่ากระทำผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง” พฤติการณ์ในการจับกุมกล่าวคือ เมื่อประมาณปลายปี 2553 มีอดีตข้าราชการเกษียณอายุพื้นที่จังหวัดสกลนคร เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสกลนคร ว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพเข้ามาทำทีตีสนิท พูดจาหว่านล้อม จนผู้เสียหายเชื่อสนิทใจ แล้วหลอกตุ๋นเหยื่อเข้าร่วมลงทุนซื้อเหล็กแร่ “หินกินเหล็ก” นำไปขายต่างประเทศได้กำไรกว่า 100 ล้าน จนหลงเชื่อ จึงตกลงร่วมลงทุนด้วยกับกลุ่มมิจฉาชีพ โดยยอมควักเงินในกระเป๋าจากการเกษียณอายุราชการ มาลงทุนกับแก๊งมิจฉาชีพ ภายหลังทราบว่า ถูกหลอก จึงเข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาให้ถึงที่สุด

พฤติกรรมการก่อเหตุ นายพงศ์กร สุขเมือง พร้อมเพื่อนร่วมแก๊งยังหลบหนี จะหาเหยื่อที่มีฐานะทางการเงิน หลงเชื่อคนง่าย หลังจากนั้นก็จะมีหน้าม้าในแก๊งทำทีว่ารู้จักกับชายชาวลาวคนหนึ่งที่ครอบครองหินกินเหล็กอยู่ แล้วชักชวนพาเหยื่อเดินทางไปดูชาวลาวนำหินกินเหล็กที่กล่าวอ้างมาทดลอง โดยการนำตะปูวางบนก้อนหินดังกล่าวนานประมาณ 1-2 นาที จากนั้นตะปูก็กลายเป็น “ขี้เถ้า” โดยอ้างว่าเมื่อนำแร่หินกินเหล็กไปขายจะได้เงินตอบแทนสูงถึง 700,000,000 ล้านบาท จนผู้เสียหายหลงเชื่อตามคำหลอกลวงของผู้ต้องหากับพวก และได้ร่วมลงทุน นำเงินไปติดต่อซื้อขายสินค้าดังกล่าวซึ่งเกิดจากการหลงเชื่อตามคำหลอกลวงของผู้ต้องหา ได้สูญเสียเงินไปทั้งสิ้น 1,170,000 ล้านบาท ให้กับผู้ต้องหากับพวกโดยทุจริต และไม่ได้สินค้าตามที่ผู้ต้องหากล่าวหากล่าวอ้างแต่อย่างใด สำหรับ นายพงศ์ธร สุขเมือง กองปราบปราม สืบสวนจนทราบว่าหลังถูกออกหมายจับได้หลบหนีคดีมา 9 ปี ซึ่งเหลืออีก 1 ปี ก็จะหมดอายุความ ผู้ต้องหาเก็บตัวเงียบไม่พบปะกับใคร หลบซ่อนตัวในอาคารพาณิชย์ ติดถนนสวนสยาม 26-28 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร จึงขออนุมัติค้นศาลอาญามีนบุรี เข้าทำการตรวจค้น และจับกุม ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสกลนคร ดำเนินคดีตามกฎหมาย ปัจจุบันยังมีผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องยังหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจอีก 1 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามจับกุมต่อไป