กองปราบ ร่วม ตม.จับกุมเครือข่ายยาบ้าเจ้นาง จากสะหวันเขต สปป.ลาว

21

วันที่ 6 กย.ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย, รอง ผบก.ป.,พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป., พ.ต.ท.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ,พ.ต.ท.ภัทรพล ปัทมวงศ์, พ.ต.ท.ธีรศักดิ์ จันทราพิพัฒน์, พ.ต.ท.ภาณุมาศ แสงส่ง, พ.ต.ท.ภคพล สุชล รอง ผกก.กก.1.บก.ป. และภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ภูธร ปริศนานันทกุล รอง ผบก.ฯ รรท.ผบก.ตม.2, พ.ต.อ.เกติ์ฉกาจ นิลประดับ รอง ผบก.ตม.2, พ.ต.อ.เพลิน กลิ่นพยอม ผกก.สส.ปป.บก.ตม.2, พ.ต.ท.วิศรุต วัจนะพุกกะ รอง ผกก.สส.ปป.บก.ตม.2

เจ้าพนักงานตำรวจ กก.1. บก.ป.ผู้จับกุมประกอบด้วย พ.ต.ต.อาจินต์ วังวรรธนะ สว.กก.1 บก.ป.,
ร.ต.อ.นรบดี ดวงจิตต์, ร.ต.ท.อนวัช ตันตินันทกุล รอง สว.(สอบสวน) กก.1 บก.ป., ร.ต.ท.อดิศร อายุโย, ร.ต.ต.ณัฐวัฒน์ จำปาสาร รอง สว.(ป.) กก.1 บก.ป., ด.ต.ธีรภัทร คงตะแบก ผบ.หมู่ กก.1.บก.ป.
ร่วมกับเจ้าพนักงานตำรวจ กก.สส.ปป.บก.ตม.2 ประกอบด้วย ร.ต.อ.ธราธร อาภรณ์ศิริพงษ์ รอง สว.ฯรรท. สว.กก.สส.ปป.บก.ตม.2, ร.ต.อ.ชัยสิทธิ์ หอมนาม รอง สว.กก.สส.ปป.บก.ตม.2
ได้ร่วมกันจับกุม Mr.CHANTHAVONG SIMIXAY อายุ 36 ปี สัญชาติลาว ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดอุบลราชธานี ที่ จ.201/2562 ลงวันที่ 30 สิงหาคม 2562 โดยกล่าวหาว่า “สมคบกันฟอกเงิน”

พฤติการณ์แห่งการจับกุม เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2562 ผู้กล่าวหา ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีเครือข่ายยาเสพติดของเจ้นาง ซึ่งเป็นเครือข่ายยาเสพติดชาวลาว มีภูมิลำเนาอยู่บ้านหนองบัวท่า เมืองสองคอน แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว โดย ติดต่อกับสายลับเสนอขายยาบ้า ให้กับสายลับในราคา มัดละ 40000 บาท โดยการติดต่อได้มีการสนทนาทางไลน์ และทางโทรศัพท์ ซึ่งการสนทนา มีการต่อรองราคาโดยสายลับได้ส่งเงินมัดจำราคายาบ้า จำนวนเงิน 10000 บาท โดยมีการชำระเงินผ่านบัญชีเงินฝากธนาคาร เมื่อส่งเงินไปแล้ว เจ้นางยืนยันว่าจะมีทีมขนยาเสพติด ส่งให้ตามที่สั่งซื้อ ผู้กล่าวหา จึงได้ประสาน การปฏิบัติกับ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเขมราฐ ได้รับทราบ เพื่อทำการสืบสวน จากการสืบสวนทราบว่า เครือข่ายยาเสพติดจะมีการนัดส่งยาบ้ากันที่บริเวณถนนสายยุทธศาสตร์ เขมราฐ -สามแยกถ้ำเสือ หลัก กม. 2 ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2562 ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับบ้านหนองบัวท่า ฝั่ง สปป.ลาว จึงได้ประสานกำลังความมั่นคง ในพื้นที่เพื่อสกัดกั้น จับกุมผู้กระทำผิด โดยได้มีการแบ่งกำลังออก เป็นชุดๆ ไปวางตามจุดที่คาดว่า จะมีการนำยาบ้ามาส่งมอบกัน และต่อมา

เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2562 เวลาประมาณ 06.00 นาฬิกา เจ้าหน้าที่ ทหารหน่วย นรข.ได้ตรวจยึดยาบ้า จำนวน 34 มัด (ประมาณ 48000 เม็ด)ยาไอซ์ จำนวน 1 ถุง น้ำหนัก 91.1 กรัม จากชาย จำนวน 3 คน ซึ่งกำลังนำยาเสพติดใส่กระสอบเดินอยู่ริมแม่น้ำโขงและขณะที่เจ้าหน้าที่ได้แสดงตัว ชายทั้ง 3 คนได้วิ่งหลบหนีไป

ในทางการสืบสวนทราบว่ายาบ้าจำนวนดังกล่าวเป็นของเจ้นางและจากข้อมูลที่เครือข่ายยาเสพติดได้ติดต่อกับสายลับเป็น หมายเลขบัญชีเพื่อให้สายลับโอนเงินให้จึงเชื่อว่าเป็นบัญชีธนาคารที่ เกี่ยวกับกิจกรรมการทำนิติกรรมทางการเงิน ของเครือข่ายยาเสพติด

ต่อมาเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2562 เจ้นางได้โทรศัพท์ติดต่อกับสายลับอีกและได้บอกกับสายลับว่าสามารถส่งยาบ้าให้สายลับได้อีกในราคามัดละ 40000 บาท เช่นเดิม หากสนใจให้โอนเงินมัดจำค่ายาบ้าให้ จำนวน 10000 บาทไปยังธนาคารทหารไทย หมายเลขบัญชีเดิม

จากากรตรวจสอบพบว่าบัญชีดังกล่าวมีการเคลื่อนไหวเงินเป็นจำนวนมาก 20 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งมั่นใจว่า เป็นบัญชีที่เปิดทำธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดจนต่อมาศาลจังหวัดอุบลราชธานีได้อนุมัติหมายจับ Mr CHANTHAVONG SIMIXAY ตามหมายจับ ที่ จ.201/2562 ลงวันที่ 30 สิงหาคม 2562 จนท.ชุดจับกุมได้ร่วมกันสืบสวนจนทราบว่า Mr.CHANTHAVONG SIMIXAY กำลังจะเดินทางเข้าผ่านสนามบินสุวรรณภูมิ จึงได้ประสานงาน กก.สืบสวนปราบปราม บก.ตม. 2 ให้ทำการตรวจสอบบุคคลซึ่งมีตำหนิรูปพรรณตรงกับผู้ต้องหาตามหมายจับ จนกระทั่งผู้ต้องหาได้เดินทางเข้ามายังประเทศไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.ตม.2 จึงได้ทำการตรวจสอบพบว่า Mr.CHANTHAVONG SIMIXAY (ทราบชื่อภายหลัง) มีลักษณะตรงกับตำหนิรูปพรรณผู้ต้องหา จึงได้ทำการเชิญตัว มายังห้อง ห้องสืบสวน กองกำกับการสืบสวนปราบปราม บก.ตม.2 เพื่อทำการตรวจสอบ

จากการตรวจสอบพบว่าเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบว่า Mr.CHANTHAVONG SIMIXAY ถือหนังสือเดินทางสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เป็นบุคคลตามหมายจับจริง จึงแสดงหมายจับให้ Mr.CHANTHAVONG SIMIXAY ดูเมื่อ Mr.CHANTHAVONG SIMIXAY ดูแล้ว ยอมรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันกับหมายจับ และยังไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้แต่อย่างใดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งกับ Mr.CHANTHAVONG SIMIXAY ว่าจะต้องถูกจับกุมตัว และแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า “สมคบกันฟอกเงิน” นำตัวส่ง สภ.เขมราฐ จว.อุบลราชธานี ดำเนินคดีต่อไป