บิ๊กหลวงผนึกกำลังทุกภาคส่วนภาค3 แสดงศักยภาพชุมชนยั่งยืนไร้ยานรก

793

ในสถานการณ์ปัจจุบันการแพร่ระบาดของชื้อไวรัสโควิด-19 กำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆทำให้ขบวนการค้ายาเสพติดฉกฉวยโอกาศวิกฤติลักลอบค้ายาเสพติดกันในชุมชนต่างๆ เพิ่มขึ้นเช่นกัน ขณะเดียวกัน พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบช.ภ.3 ก็ไม่นิ่งนอนใจระดมกำลังทุกภาคส่วน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมบูรณาการ “โครงการดำเนินงานชุมชนยั่งยืน” เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ตำรวจภูธรภาค 3 เร่งแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพราะปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาความมั่นคงที่ส่งผลกระทบต่อการบริหาร และ การพัฒนาประเทศ ทั้งในพื้นที่หมู่บ้าน ชุมชน ปัญหาทางด้านสังคม เศรษฐกิจ สาธารณสุข และ ความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ เปิดเผยว่า ทางตำรวจภูธรภาค 3 รับมอบหมายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน จึงจัดทำโครงการดำเนินงานชุมชนยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน ซึ่งวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการดำเนินงานชุมชนยั่งยืน ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อให้เกิดกระบวนการป้องกัน แก้ไข และการบำบัดยาเสพติด โดยการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน รวมถึงสร้างรูปแบบการดำเนินงานชุมชนเข้มแข็งในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืนด้วย

พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ เปิดเผยอีกว่า ขณะเดียวกันก็ดำเนินการจัดตั้งคณะทำงานชุดปฏิบัติการเข้าดำเนินการในหมู่บ้านเป้าหมาย โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 3 จำนวน 236 หมู่บ้าน/ชุมชน แบ่งเป็นสถานีตำรวจภูธรละ 1 หมู่บ้าน/ชุมชน เป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยให้ทุกสถานตำรวจในสังกัดเริ่มเปิดโครงการฯ เพื่อดำเนินการพร้อมกันในวันที่ 3 พ.ค. 2564 เป็นต้นไป

“ทั้งนี้ให้ทุกสถานีตำรวจแต่งตั้งชุดปฏิบัติการบูรณาการปฏิบัติงานประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่สาธารณสุข หน่วยงานศึกษาธิการ หน่วยงานกรมแรงงาน เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ หน่วยงานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรในพื้นที่ ซึ่งจะมีการลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) ระหว่างหน่วยงานที่ร่วมบูรณาการ เพื่อมอบหมายหน้าที่ในการทำงานให้ครอบคลุมชัดเจนทุกด้าน โดยเข้าพื้นที่ประจำการในหมู่บ้าน/ชุมชน เพื่อดำเนินการแสวงหาความร่วมมือจากผู้นำชุมชน และ ชาวบ้าน”

ผบช.ภ.3 เปิดเผยต่อว่า นอกจากนี้ยังให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการประจำหมู่บ้าน คณะกรรมการประจำคุ้ม เป็นชุดทำงานในการให้ความร่วมมือ พร้อมสนับสนุนการทำงานของชุดปฏิบัติการอย่างเต็มที่ โดยจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองบุคคล/ครัวเรือน เพื่อทำการกลั่นกรองรับรองบุคคล และ ครัวเรือน ว่า บุคคลที่คัดกรองจะต้องไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด รวมทั้งการค้นหาผู้เสพ ผู้เกี่ยวข้อง เพื่อเข้ากระบวนการชุมชนบำบัด การกำหนดรูปแบบการคัดกรอง และ รูปแบบการเอกซเรย์ผู้เสพอย่างเป็นรูปธรรม

“โดยโครงการมุ่งเน้นที่จะค้นหาผู้เสพทุกคน (เอกซเรย์ 100%) การดำเนินการกับผู้เสพ และ ผู้ที่ไม่ให้ความร่วมมือ เพื่อให้ชุมชน มีโอกาส มีส่วนร่วม ในการบำบัดตามหลัก CBTx และ ชุมชนบำบัด ค้นหาปัญหา และ การมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา การติดตาม การช่วยเหลือ การเยี่ยมบ้าน การสร้างกฎชุมชน การฟื้นฟูสังคม การดำรงความเข้มแข็ง การเฝ้าระวัง และ การติดตามประเมินผล หลังเสร็จสิ้นโครงการฯก็จะดำเนินการส่งมอบพื้นทคืนี่ เพื่อความภูมิใจของชุมชน พร้อมประกาศเป็นชุมชนเข้มแข็ง เพื่อความภาคภูมิใจของสังคม ชุมชน ให้ทุกคนมีส่วนร่วมรับผิดชอบในหมู่บ้านชุมชนของตนเอง”

ผบช.ภ.3 เปิดเผยต่ออีกว่า เมื่อวันนี้ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา พล.ต.ต.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย รอง ผบช.ภ.3 ในฐานะหัวหน้างานป้องกันปราบปรามยาเสพติด พร้อมด้วยผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทย หน่วยงานสาธารณสุข ผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรภาค 2 ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 3 หน่วยงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เจ้าหน้าที่แรงงานจังหวัด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา นายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา นายอำเภอเมืองนครราชสีมา ประธานชมรมเสริมสร้างพลังเครือข่ายชุมชนไทย จังหวัดนครราชสีมา และ ผู้นำชุมชนในพื้นที่ ร่วมแสดงพลัง ร่วมบูรณาการ “โครงการดำเนินงานชุมชนยั่งยืนเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจรตามยุทธศาสตร์ชาติ ตำรวจภูธรภาค 3” เพื่อให้มีการบูรณาการ การดำเนินโครงการอย่างแท้จริง

“อย่างไรก็ตามตำรวจภูธรภาค 3 ขอความร่วมมือมายังพี่น้องประชาชน รวมถึงบรรดาเจ้าของกิจการสถานประกอบการทุกแห่ง ขอให้แสดงพลังประชาชนในการผลักดันโครงการดังกล่าว เพื่อให้สังคมสงบสุขอย่างยั่งยืนแท้จริง และ ขอให้แจ้งเบาะแส/ข้อมูลผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งผู้เสพ ผู้ค้า ในสถานประกอบการฯ และ อาศัยสถานประกอบการฯ ในการกระทำผิด ให้กับชุดปฏิบัติการที่เข้าไปทำงานในทุกพื้นที่ หรือ ประสานมาทาง www.ชุมชนยั่งยืน.com หรือ แจ้งข้อมูลผ่านสายด่วนยาเสพติด 1599 สายด่วน 191 และ Application Police I lert U ได้ตลอด 24 ชม. เพื่อดำเนินการปราบปราม จับกุม ดำเนินคดีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด รวมทั้งลดปัญหายาเสพติดในภาพรวมอย่างต่อเนื่อง และเข้มข้น เพื่อให้สังคมมีความปลอดภัยจากปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติดต่อไป” ผบ.ช.ภ.3 กล่าว

ภาพ/ข่าว-ตุ๋ย-อาชญากรรม-นครราชสีมา