อว.เผยคนกรุงใส่หน้ากากอนามัยดีขึ้นมาก จากการประชาสัมพันธ์หลังการเกิดคลัสเตอร์ตลาดบางแค

23

วันที่ 6 เมษายน 2564 : ศาสตราจารย์ ดร.ธนารักษ์ ธีระมั่นคง สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม(อว.) รายงานผลการติดตามการใส่หน้ากากอนามัยโดยระบบปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ว่าหลังเกิดคลัสเตอร์ตลาดบางแค ประชาชนให้ความสนใจและให้ความระมัดระวังมากขึ้น ทำให้มีแนวโน้มอัตราการใส่หน้ากากดีขึ้นมากอย่างต่อเนื่อง

ในช่วงครึ่งหลังของเดือนมีนาคมที่ผ่านมา คนกรุงเทพฯ ใส่หน้ากากอนามัยเพิ่มขึ้นอย่าง
ต่อเนื่อง โดยมีผู้ที่ไม่ใส่หน้ากากหรือใส่ไม่ถูกต้องรวมกันลดลงเหลือเพียง 4.00% เมื่อเทียบกับ ช่วงครึ่งแรกของเดือนมีนาคมที่แล้วที่มีอัตราไม่ใส่หรือใส่ไม่ถูกต้องสูงถึง 5.64%

ตัวเลขการใส่หน้ากากอนามัยโดยเพิ่มเป็น 96.00% เมื่อเทียบกับครึ่งแรกของเดือนมีนาคมที่ 94.36% ที่ผ่านมา มีข้อมูลชัดเจนว่าประชาชนมีความระมัดระวังมากขึ้นหลังเกิดคลัสเตอร์ตลาดบางแค อย่างไรก็ตามช่วงศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ จะมีอัตราส่วนการใส่หน้ากากอนามัยน้อยกว่าช่วงวันทำงาน แม้ช่วงหลังเริ่มมีการฉีดวัคซีนแจกจ่ายให้ประชาชน แต่ประชาชนก็ยังให้ความสำคัญต่อการใส่หน้ากากอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา

ในการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ เอไอมาสต์ มาตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม 2564 ที่ผ่านมา โดยทำการเฝ้าระวังการใส่หน้ากากอนามัยมาเป็น 33 จุด ครอบคลุม 31 เขตทั่วกรุงเทพฯ ในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้โดย พบว่าเขตยานนาวา มีประชาชนผู้สัญจรที่ไม่ใส่หน้ากากหรือใส่ไม่ถูกต้องมากที่สุดถึง 21.58% หรือสูงถึง 1 ใน 5 คน โดยถัดมาเป็นเขตสาทร ที่มีอัตราการใส่หน้ากากไม่ถูกต้องหรือไม่ใส่หน้ากากอนามัยสูงถึง 10.64% นอกจากนี้ยังมีเขตที่มีอัตราการไม่ใส่หน้ากากอนามัยหรือใส่ไม่ถูกต้องต่ำกว่า 10% แต่สูงกว่า 5% อยู่อีก 9 เขตคือ เขตคลองสาน (9.37%), เขตดอนเมือง (9.26%), เขตบางคอแหลม (8.14%), เขตสัมพันธวงศ์ (6.87%), เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย (6.85%), เขตบางรัก (6.48%), เขตจอมทอง (6.40%), เขตบางกอกใหญ่ (6.03%) และเขตบางกะปิ (5.67%)

ภาพโดยรวมแล้ว พฤติกรรมของประชาชนในช่วง 2 สัปดาห์ล่าสุดนั้นมีแนวโน้มดีขึ้นมาก และเช่นที่ผ่าน ช่วงเช้าประชาชนใส่หน้ากากอนามัยมากกว่าในช่วงบ่าย ซึ่งแสดงถึงความระมัดระวังน้อยลงในตอนเย็นของแต่ละวัน นอกจากนี้ในวันหยุดโดยเฉพาะวันอาทิตย์จะมีแนวโน้มอัตราการไม่ใส่หน้ากากหรือใส่หน้ากากอนามัยไม่ถูกต้องสูงสุดในทุกสัปดาห์

“หลังจากที่ได้ใช้เทคโนโลยีเอไอมาประเมินมาได้ 2 เดือนตั้งแต่เดือนมกราคม (อว.) พบว่าอัตราการใส่หน้ากากอนามัยลดลงทำให้เกิดคลัสเตอร์ใหม่ๆเช่นตลาดบางแค แต่หลังจากมีข่าวดังกล่าว มีกระตุ้นและรณรงค์ขอความร่วมมือการสวมใส่หน้าการอนามัย และขอให้ประชาชนระมัดระวังมากขึ้น ทำให้มีการให้ความร่วมมือ มากขึ้น”

ทั้งนี้สถานการณ์เรื่องโรคโควิด-19 ของประเทศกำลังดีขึ้นมาก “ขณะนี้ประเทศไทยได้เริ่มใช้วัคซีนแล้ว และเห็นแนวโน้มที่ดีขึ้นจึงอยากให้ประชาชนรักษาระเบียบวินัยให้ต่อเนื่อง โดยจะมีจำนวนผู้ฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ประชาชนยังต้องระมัดระวังตัวเอง โดยเฉพาะใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือ และรักษาระยะห่างระหว่างบุคคล ระวังอย่าให้การ์ดตก โดยเฉพาะ ช่วงสงกรานต์ที่จะถึงในสัปดาห์หน้าที่จะถึงนี้” ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวง (อว.) กล่าวสรุป

Cr.แหล่งข้อมูล : โครงการระบบปัญญาประดิษฐ์ (ระบบเอไอ AiMASK) ในการประเมินการใส่หน้ากากอนามัย พัฒนา โดยคณะผู้วิจัยสถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย และโครงการซูเปอร์เอไอเอ็นจิเนียร์
สนับสนุนโดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

สุรเชษฐ ศิลานนท์…รายงาน