ทีมกู้ภัยร่วมกตัญญูขับเรือฝ่ากระแสน้ำช่วยอาสากู้ภัย ประสบอุบัติเหตุจนแขนหักในระหว่างช่วยเหลือชาวบ้านที่ติดบนต้นไม้

337

ชุดปฎิบัติการทางน้ำเขตบก.เหนือ ของทางมูลนิธิร่วมกตัญญูจากกรุงเทพ ได้นำกำลังเร่งเข้าพื้นที่หมู่ที่ 3 บ้านเป้า ต.บ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น หลังได้รับการประสานขอสนับสนุนทีมเรือเร็ว เข้าพื้นที่ช่วยเหลือนำเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยสว่างรัตนตรัยสระบุรี ที่ได้รับบาดเจ็บแขนหักจากการนำเรือเข้าไปกับเพื่ออาสาอีก 9 คนเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่ติดอยู่บนต้นไม้

ทีมกู้ภัยฯจึงได้เดินทางเข้าพื้นที่พบว่าจุดเกิดเหตุ ต้องใช้เรือในการเข้าพื้นที่แต่ต้องฝ่ากระแสน้ำที่เชี่ยวแรง แต่ทีมเรือกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู ก็ตัดสินใจนำเรือวิ่งฝ่ากระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว และความมืดด้วยความยากลำบาก แต่ก็สามารถทำภารกิจสำเร็จโดยในรอบแรกสามารถนำผู้บาดเจ็บที่แขนหัก และชาวบ้านรวมไปถึงกู้ภัยที่ติดอยู่ 2 คน รวมเป็น 4 คนซึ่งเหลือคนที่ยังติดอยู่อีก 5 คน ส่งต่อให้รถพยาบาล เพื่อไม่ให้เรือมีน้ำหนักมากเกินไป และไม่ให้เกิดอันตราย

จากนั้นจึงได้กลับไปรับคนที่เหลือเพิ่ม จากการพูดคุยนายสถิตย์ วงศ์ทอง ทีมปฎิบัติการทางน้ำ ที่ทำหน้าที่ขับเรือฝ่ากระแส ว่าไม่รู้สึกหนักใจกับภารกิจในครั้งนี้เพราะมั่นใจในสมรรถนะของเรือ ที่ใช้ในภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยมาตลอด และตนเองไม่ได้ประมาทมีการวางแผนอย่างดี ที่สำคัญทีมที่เข้าไปไม่มากจึงไม่ทำให้เกิดปัญหาอุปสรรคอะไร แต่อุปสรรคคือต้องหาทางเข้าพื้นที่ลำบากเพราะมีต้นไม้และสิ่งกีดขวางแถมกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยว

ด้านนายอรุณ อ่ำทองอยู่ อาสาสมัครกู้ภัยสว่างรัตนตรัย ที่ได้รับบาดเจ็บจนแขนหัก เล่าให้ฟังว่าตนเองทำหน้าที่ขับเรือเข้าไปกับเพื่อนอาสาฯ รวมทั้งหมด 9 คน เพื่อจะเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ติดอยู่บนต้นไม้ แต่ปัญหาคือในพื้นที่กระแสน้ำเริ่มไหลเชี่ยวขึ้นเพราะมวลน้ำที่เริ่มไหลมาจากทางเมืองบ้านไผ่ ซึ่งในขณะที่กำลังจะกลับลำเรือเพื่อช่วยชาวบ้านส่วนท้ายเรือได้เข้าไปอยู่ใต้หลังคาบ้าน ที่ต่อเติมออกมา จากนั้นเสาของหลังคาได้ล้มลงจนทำให้หลังคาพังลงมาทับตนกับเรือจนจมน้ำ ส่วนเพื่อนๆก็ตกน้ำ ตนเองก็จมอยู่ในน้ำไม่สามารถขึ้นมาได้เพราะแขนถูกทับระหว่างเรือกับหลังคา จนแทบจะขาดใจแต่สุดท้ายเพื่อนอาสาฯ ที่ไปด้วยพยายามช่วยกันยกหลังคาจากนั้นจึงได้กระชากแขนออกจนแขนหัก และขึ้นมาเหนือน้ำได้ ไม่อย่างนั้นตนเองคงจะต้องจมน้ำจนขาดอากาศหายใจในที่สุด สำหรับอาการบาดเจ็บของอาสากู้ภัยมีเพียงคนเดียวที่ได้รับบาดเจ็บจนแขนหักและสำลักน้ำ จากนั้นจึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาลบ้านไผ่ เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บต่อไป