จุรินทร์ พุ่งเป้าปั้นโชวห่วยเป็นสมาร์ทโชวห่วย 3 หมื่นแห่ง ในปี ’63 ยกระดับผู้ประกอบการท้องถิ่นให้เข้มแข็ง

20

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ช่วงค่ำวานนี้ (31สค.2562) พร้อมเยี่ยมชมร้านค้าส่งค้าปลีกต้นแบบในจังหวัดสงขลา เตรียมยกระดับสู่การเป็น Smart โชวห่วย และให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เร่งพัฒนาผู้ประกอบธุรกิจร้านค้าส่งค้าปลีกให้สามารถบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อยกระดับให้ธุรกิจเป็นที่เชื่อถือและยอมรับจากผู้ใช้บริการ ก่อนผลักดันสู่การเป็น Smart โชห่วย

กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จึงเร่งปั้นธุรกิจร้านค้าส่งค้าปลีกในพื้นที่ภาคใต้ให้สตรองและประสบความสำเร็จ สร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจ ก่อนยกระดับสู่การเป็น Smart โชวห่วย ขยายธุรกิจให้มีความมั่นคง พร้อมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจระดับชุมชนระยะยาว ตลอดจนสร้างผู้ประกอบการในทุกระดับให้มีศักยภาพในการสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นส่วนหนึ่งในกลไกสำคัญของการขับเคลื่อนนโยบาย Thailand 4.0

โดย เมื่อวานนี้ (31 สิงหาคม 2562 เวลา 17.45 .) ได้ลงพื้นที่พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์เยี่ยม ชมร้านค้าส่งค้าปลีกในพื้นที่ซึ่งเป็นร้านค้าส่งค้าปลีกต้นแบบที่ได้รับการพัฒนาจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า จำนวน 2 แห่ง คือ ร้านเค แอนด์ เค ซุปเปอร์ค้าส่ง โดยมีร้านค้าปลีกสาขา 26 แห่ง และสมาชิกเครือข่ายร้านค้าปลีกจำนวน 150 ร้านค้า (เป็นร้านค้าส่ง) ครอบคลุมจังหวัดพัทลุงและสตูล และร้านจีน่าแฟมิลี่มาร์ท จำหน่ายปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าเบ็ดเตล็ด โดยหลังผ่านการพัฒนาจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าแล้ว พบว่ายอดขายมีการปรับตัวปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

สำหรับธุรกิจค้าส่งค้าปลีก เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น (Local Economy) ที่ตอบสนองความต้องการของคนในชุมชนขั้นพื้นฐาน ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกจึงถือเป็นหัวใจของระบบเศรษฐกิจภูมิภาค และเป็นกลไกสำคัญของการขยายตลาดทั้งผลิตภัณฑ์ชุมชนหรือสินค้าเกษตรในท้องถิ่น รวมถึงเป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากด้วย

ทั้งนี้ ในปี 2563 กระทรวงพาณิชย์มีเป้าหมายในการส่งเสริมและผลักดันให้เกิดร้านค้าส่งค้าปลีกต้นแบบรายใหม่และพัฒนาสู่การเป็น Smart โชวห่วยให้ครบทุกจังหวัดทั่วประเทศ จำนวน 30,000 ราย เพื่อยกระดับเศรษฐกิจในชุมชนให้สามารถขับเคลื่อนได้อย่าง คล่องตัวและสามารถขยายธุรกิจไปยังประเทศเพื่อนบ้านและชาย แดนที่มีความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคของไทยเป็นจำนวนมาก