กยศ.ช่วยการศึกษาให้คนจนจริงหรือ?

48

“กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา” หรือ กยศ. ที่เริ่มมาตั้งแต่ “รัฐบาลขวน หลีกภัย” ประมาณเดือน ตุลาคม 2535 วัตถุประสงค์ที่สำคัญก็คือ เพื่อช่วยเหลือคนจนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้มีโอกาสมีเงินในการส่งบุตรหลาน ข้ารับการศึกษาเหมือนคนมีสตางค์บาง มีเงินไว้ใช้จ่ายเป็นค่าเล่าเรียน ใช้จ่ายด้านต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษา ค่าใช่จ่ายที่จำเป็นในการครองชีพ ระหว่างการศึกษา และได้มีโอกาสศึกษาต่อในระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย ระดับอาชีวศึกษา และระดับอุดมศึกษา เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง และเมื่อเรียนสำเร็จแล้ว คุณภาพชีวิตจะต้องดีชึ้น เหมือนกับเพื่อนบ้านที่มีฐานะมั่นคง รับราชการเป็นใหญ่เป็นโต ให้มีฐานะเหมือนกับเขาบ้าง เป็นการช่วยแบ่งเบาภาระด้านการเงินของผู้ปกครอง และเป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศโดยรวมอีกด้วย

แต่อนิจา ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่่่ผ่านมา “ต้านทุจริต กับ ส.ท.ช.” มักได้ยินคำโอดครวญจากผู้ปกครองเด็ก รวมถึงตัวนักเรียน-นักศึกษา ที่เข้าโครงการกู้เงินจากหน่วยงานแห่งนี้เสมอๆ ว่า หลังจากเรียนจบออกมาทำงานได้ไม่นาน เงินเดือนยังแทบไม่พอยาไส้ แต่ต้องเตรียมผ่อนชำระนานประมาณ 15 ปี เมื่อมีการส่งคืนเงินช้ากว่ากำหนด เพราะรายได้ไม่พอกิน จะต้องโดนสั่งปรับอย่างโหดเหี้ยม เมื่อต้องเสียค่าปรับรวมค่าธรรมเนียมต่างๆ จนแทบอยู่ไม่ได้ คล้ายๆ กับเงินกู้นอกระบบ “ยังไง-ยังงั้น” จนประชาชนผู้กู้แทบจะอยู่กันไม่ได้

ลองมาฟังปัญหาจากผู้ปกครอง ที่โอดครวญมาให้ทราบว่า มีอะไรบ้าง ?

รายที่ 1 กู้เงืน กยศ. แต่เรียนไม่จบ เพราะ เมื่อไม่จบปริญญาตรี เพราะเกรดไม่ดี แต่ต้องมาผ่อนชำระด้วยเงินเกือบแสน ทั้งๆ ที่เด็กไม่มีงานทำ เพราะเรียนมาแค่ปี 2 จึงทำให้การผ่อนเงินมีปัญหา รายได้น้อย เงินไม่พอยังชีพ

รายที่ 2 กู้เงืน กยศ. แต่เรียนไม่จบ เพราะ ค่ากิจกรรรม-งานฝีมือส่งอาจารย์ต่างๆ ระหว่างเรียนของ มหายวิทยาลัยรัฐ มีให้นักศึกษาทำมากมาย สั่งให้เด็กทำเดือนละ 2-3 ครั้ง ต้องใช้เงินครั้งละ 5,000-6,000 บาท เป็นอย่างต่ำ แต่ กยศ. ช่วยได้เฉพาะค่าเทอมเท่านั้น ไม่ได้ช่วยในด้านเบิกค่ากิจกรรมงานฝีมือ ที่เด็กจะต้องทำส่งอาจารย์ด้วย เมื่อไม่มีเงินจ่ายค่ากิจกรรมงานฝีมือในการทำ จึงเรียนไม่จบ

รายที่ 3 กู้เงิน กยศ. แต่เรียนไม่จบ เพราะ ต้องช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน ทำงานครอบครัวด้วย การงานรัดตัว จึงเเรียนไม่จบ

การที่เด็กเรียนไม่จบ ย่อมไม่มีงานทำตามวุฒิที่มักอ้างว่า จบปริญญาตรี “ได้เงินเดือน 15,000 บาท” อยากถาม กระทรวงศึกษาธิการ “ว่า เคยสำรวจหรือประชุมกับ กยศ. หรือไม่ว่า เด็กที่เข้าโครงการ กยศ.” 100 คน จะเรียนจบการศึกษา ได้วุฒิปริญญาตรี ตามที่ผู้ปกครองใฝ่ฝัน สักกี่คน คิดเป็นเปอร์เซ็นต์จะได้สักกี่เปอร์เซ็นต์

เท่ากับ กยศ. ทำงานโดยไม่ประสบความสำเร็จขั้นพื้นฐาน ในการส่งเสริมให้คนจน มีการศึกษาที่ดี เพื่อให้จบมาแล้ว สามารถร่วมพัฒนาชาติไทย ให้มีความเจริญไม่แพ้ประเทศเพื่อนบ้านแม้แต่น้อย

เพราะทุกๆ รัฐบาล “มีหน้าที่ช่วยเหลือประชาชน ให้มีการศึกษา ให้มีงานทำ และร่วมกันพัฒนาประเทศ ต้องส่งเสริมให้ทุกคนมีความสุข ไม่ใช่ส่งเสริมแต่นายทุน แล้วปล่อยให้คนจน จากที่เคยค้าขายเล็กๆ น้อยๆ ยังพออยู่-พอกินกันได้ แต่ปัจจุบันคนจนรอวันตายลูกเดียว”

ดังเช่นกลุ่มสื่อมวลชน ที่เคยมีศักดิ์มีศรีเมื่อประมาณ 10-20 ปีที่แล้ว แต่บัดนี้ สังคมเปลี่ยน โลกเปลี่ยน กลุ่มดังกล่าวต้องยกขบวนไปร้องทุกข์ที่ “กระทรวงแรงงาน” ถนนดินแดง เพื่อร้องเรียนว่า ถูกนายทุนให้ออกจากงานโดยไม่เป็นธรรม อย่างนี้แล้ว สังคมจะอยู่กันได้อย่างไร

นี่คือการบริหารในระดับประเทศ “รัฐบาล” จะต้องมีวิสัยทัศน์ มิใช่เอาแต่กู้เงินโดยอ้างว่า เพื่อนำมาพัฒนาประเทศให้ดูเจริญ ศิวิไล แต่ประชาชนกำลังจะอดตาย ตกงานเป็นว่าเล่น วันก่อน ก็เจอข่าว โรงงานดังย่าน จ.นครราชสีมา ปลดคนงานกว่า 6,000-8,000 คน เมื่อคนงานว่างงานในย่านนั้น บ้านเช่าก็อยู่ไม่ได้ ร้านขายของก็อยู่ไม่ได้ มีแต่นายทุนร่ำรวยอยู่ฝ่ายเดียว รอไปอีก 30 ปี คนชราตายไปอีกกี่รุ่น หนี้สินที่มีอยู่ก้อนนี้ ลูกหลานจะผ่อนชำระหมดไหมเนี่ย !

“ต้านทุจริต กับ ส.ท.ช.”