วก.พุทธมณฑล น้อมนำศาสตร์พระราชาหลอมรวมนักเรียนสู่การปฏิบัติจริง

171

นางสาวสลารีวรรณ ทัพทวี นายอำเภอพุทธมณฑล เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพัฒนาชิงปฏิบัติการน้อมนำศาสตร์พระราชามาใช้ในการดำเนินชีวิต โครงการ Fix it จิตอาสาป้องกันภันพิบัติในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Covid-19) โครงการหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น (กิจกรรมการฉาบปูนสไตล์ ลอฟท์) โดยมีนางณชนกพรหมพร บุญชูศรี ผู้อำนวยการ วิทยาลัยการอาชีพพุทธมณฑล กล่าวรายงาน และให้การต้อนรับ ณ วิทยาลัยการอาชีพพุทธมณฑล

นางณชนกพรหมพร บุญชูศรี ผู้อำนวยการ วิทยาลัยการอาชีพพุทธมณฑล กล่าวว่า วิทยาลัยการอาชีพพุทธมณฑล สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวะศึกษา (สอศ.) เปิดสอนหลักสูตรระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) มีการจัดการศึกษาระบบทวิภาคีตั้งแต่ พ.ศ.2540 เป็นการจัดการศึกษาโดยอาศัยความร่วมมือกับสถานประกอบการเพื่อให้นักเรียนนักศึกษามีคุณภาพ มีทักษะ มีความรู้ ประสบการณ์ในการปฏิบัติงานจริง และจัดการเรียนการสอนแบบเรียนรวมระบบทวิภาคี 100%  ตามอัตลักษณ์วิทยาลัย “สร้างโอกาส สร้างงาน สร้างอาชีพ”

วิทยาลัยการอาชีพพุทธมณฑล จึงจัดกิจกรรมเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายการปฏิรูปเศษฐกิจของประเทศและนำพาประชาชนทั้งประเทศไปสู่โมเดล “ประเทศไทย 4.0” โดยมุ้งเน้นเรื่องการพัฒนาสู่ “ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ด้วยการสร้างความข้มแข็งจากภายใน “ขับเคลื่อนตามแนวคิด” ปรัชญาเศษฐกิจพอเพียง ผ่านกลไกล “ประชารัฐ” โดยส่งเสริมให้ดำเนินโครงการพัฒนารูปแบบและยกระดับคุณภาพศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน (Fix it center Thailand 4.0) เพื่อเสริมสร้างให้นักเรียน นักศึกษาได้ปฏิบัติงานจริง และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสถานศึกษากับชุมชนโดยจัดโครงการพัฒนาเชิงปฏิบัติการน้อมนำศาสตร์พระราชามาใช้ในการดำเนินชีวิตปลูกปอเทือง ดอกไม้แห่งความจงรักภักดี หนึ่งในพระราชดำริ ปรับปรุงดิน ในหลวงรัชกาลที่ 9 น้อมนำศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน) โครงการ fix it จิตอาสาป้องกันภัยพิบัติในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) และโครงการหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น (กิจกรรมการฉาบปูนสไตล์ ลอฟท์) เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ มีทักษะพื้นฐานในการปฏิบัติงานจริง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาตนเองอย่างยั่งยืน

ดังนั้นวิทยาลัยการอาชีพพุทธมณฑล จึงจัดโครงการให้สอดคล้องกับการน้อมนำศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนเป็นการนำความรู้ในศาสตร์ทั้ง 3 ด้านหรือ 3 มิติทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม สู่การปฏิบัติจริงหรือเดินตามรอยพ่อในการปฏิบัติตน ปฏิบัติงาน เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนประกอบด้วย การนำองค์ความรู้ การพัฒนางานมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิต เพื่อการพัฒนาตนเอง การพัฒนางานในหน้าที่ความรับผิดชอบด้วยองค์ความรู้ตามศาสตร์พระราชา “เดินตามรอยเท้าพ่อสานต่องานที่พ่อทำ”

ด้านนางสาวสลารีวรรณ ทัพทวี นายอำเภอพุทธมณฑล กล่าวว่า การน้อมนำศาสตร์พระราชามาใช้ในการดำเนินชีวิต มีความสำคัญในการพัฒนาตนเอง พัฒนางาน นำไปสู่การปฏิบัติงานจริง เพื่อพัฒนาประเทศ และเป็นพลเมืองดี โดยยึดหลักการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างยั่งยืน บนพื้นฐานความรู้ และเศรษฐกิจ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ตามวิธีทรงงานของพระราชา โดยใช้กระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา เพื่อเรียนรู้ สร้างความรู้ จากการปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน และงานอาชีพสอดแทรกการพัฒนาคนตามศาสตร์พระราชา ให้มีการเรียนรู้ต่อเนื่องตลอดชีวิต ต่อยอดสู่การสร้างนวัตกรรมที่เกิดจากการฝึกฝนเป็นความคิดสร้างสรรค์ สอดคล้องกับแนวโน้มการจ้างงาน และสร้างจิตสำนึก ให้คนไทยสร้างความรู้ เรียนรู้ด้วยตนเองตลอดชีวิต