“รมช.มนัญญา” ดัน “อุทัยธานีโมเดล” แก้ปัญหาบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน เดินหน้าส่งเสริมเกษตรกรปลูกพืชผักปลอดภัย ไร้สารเคมี สู่มาตรฐาน GAP

46

“รมช.มัญญา” ลงพื้นที่ คทช.ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี แก้ปัญหาบุกรุกที่ดินทำกิน ติดตามความก้าวหน้าโครงการจัดสรรที่ดินทำกินให้กับชุมชน ตามนโยบายของรัฐบาล ช่วยเหลือเกษตรไร้ที่ดินทำกิน ส่งเสริมอาชีพปลูกผักปลอดสารพิษ สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ไปสู่ตลาดผักที่มีคุณภาพ

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการจัดสรรที่ดินทำกินให้กับชุมชนตามนโยบายของรัฐบาล (คทช.) ในพื้นที่ ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ซึ่งจังหวัดอุทัยธานีเป็นอีกหนึ่งพื้นที่เป้าหมายของการดำเนินโครงการจัดสรรที่ดินทำกินให้กับชุมชน ตามนโยบายของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนหวงห้ามของรัฐ พื้นที่ต้นน้ำ โดยจัดสรรที่ดินทำกินให้กับเกษตรกรผู้มีรายได้น้อย และไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง

โดย คทช.จังหวัดอุทัยธานีได้รับมอบพื้นที่ป่าห้วยระบำ ต.ระบำ และต.ลานสัก อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี เนื้อที่ประมาณ 3,239 ไร่ 2 งาน 39 ตารางวา ซึ่งเดิมเป็นที่ดินแปลงว่างที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (ออป.) เคยใช้ประโยชน์และหมดสัญญาเช่าจากสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) มาดำเนินการจัดสรรให้กับเกษตรกรในลักษณะแปลงรวม แต่ไม่ให้กรรมสิทธิ์ และบริหารจัดการที่ดินในรูปแบบสหกรณ์ ในนามสหกรณ์ปฏิรูปที่ดินระบำ จำกัด

นางสาวมนัญญา กล่าวว่า สำหรับพื้นที่โครงการดังกล่าวมีการแบ่งออกเป็น 8 โซน หรือ 8 ชุมชน จำนวน 486 แปลง โดยแต่ละครอบครัวจะได้รับการจัดสรรที่ดินเพื่ออยู่อาศัย เนื้อที่ 1 งาน 50 ตารางวา และแปลงเกษตรเพื่อทำกิน 4 ไร่ 2 งาน 50 ตารางวา โดยเกษตรกรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ต่อมาทางสหกรณ์นิคมลานสัก จำกัด ได้เข้ามาสนับสนุนให้เกษตรกรในพื้นที่ คทช.ระบำปลูกผักปลอดภัยตั้งแต่ปี 2562 จำนวน 25 ราย อาทิ บวบ มะระ แตงร้าน ถั่วฝักยาว ฟัก แฟง ฟักทอง กระเจี๊ยบถั่วพู และกวางตุ้ง ฯลฯ

พร้อมทั้งรวบรวมสินค้าเกษตรมาส่งขายที่ตลาดสินค้าเกษตรของสหกรณ์นิคมลานสัก จำกัด ซึ่งเปิดขายอย่างเป็นทางการวันที่ 30 ส.ค.2562 เป็นวันแรก และจะเปิดขายทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00-16.00 น. โดยให้เกษตรกรได้มีตลาดจำหน่ายผักสดๆ ทุกวัน ซึ่งในอนาคตทางสหกรณ์ฯ จะส่งเสริมให้สมาชิกปลูกผักได้มาตรฐาน GAP ทุกแปลง และจะพัฒนาแพ็คเกจจิ้งให้สวยงาม เพื่อดึงดูดผู้บริโภค รวมถึงจะเชื่อมโยงกับห้างโมเดิร์นเทรด เพื่อส่งผักของสมาชิกสหกรณ์ไปจำหน่ายสู่ผู้บริโภค ตลอดจนมีการวางแผนการผลิตและการตลาดอย่างเป็นระบบ เพื่อรองรับสินค้าของเกษตรกรในแปลงใหญ่ และ
เกษตรกรทั่วไป

“ขณะนี้ได้เน้นย้ำให้เกษตรกรลด ละ เลิก การใช้สารเคมี และอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการทำงานร่วมกัน เพื่อส่งเสริมและพัฒนาอาชีพของเกษตรกร โดยการจัดอบรมให้ความรู้แก่เกษตรกร โดยเฉพาะการใช้สารอินทรีย์ ตามนโยบายของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ของ สปก.หรือแปลงอื่นๆ และอยากให้ปลูกต้นไม้เป็นแนวเขตรอบพื้นที่ เพื่อป้องกันสารเคมีจากพื้นที่ใกล้เคียงเข้ามาในพื้นที่ พร้อมทั้งแนะนำให้ปลูกพืชหมุนเวียนและจัดทำระบบบัญชี มุ่งส่งเสริมเกษตรกรรมยั่งยืน ปลอดภัย พอเพียง ไปสู่ตลาดผักที่มีคุณภาพ

“การลงพื้นที่ในวันนี้ เพื่อมาเก็บรวบรวมข้อมูลในการจัดทำเป็นโมเดลต้นแบบ ซึ่งในอนาคตอุทัยธานีโมเดลจะเป็นแหล่งผลิตและตลาดสินค้าเกษตรครบวงจร สะอาด ปลอดภัย ถูกสุขอนามัย” รมช.เกษตรฯ กล่าว

ในวันเดียวกันนี้รมช.เกษตรฯ ได้ตรวจเยี่ยมแปลงเกษตรของเกษตรกร ซึ่งเป็นสมาชิกสหกรณ์ปฏิรูปที่ดินระบำ จำกัด ในการทำการเกษตรแบบผสมผสาน ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ซึ่งปลูกมะระจีนแบบผสมผสานกับพืชผักชนิดอื่นๆ ทำให้มีรายได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี