บก.จร.ดีเดย์ 1 กันยายน 2562 จับจริงผู้ฝ่าฝืนสัญญานไฟจราจร

28

พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. เป็นประธานพิธีเปิดโครงการ “บก.จร.พัฒนาระบบตรวจจับจับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรใหม่ (Red Light Camera System) เชื่อมสัญญาณไฟจราจร ครอบคลุม 30 จุด ทั่วกรุงเทพฯ”

วันศุกร์ที่ 30 ส.ค.2562 เวลา 10.00 น. : พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รอง ผบช.น. เป็นประธานพิธีเปิดโครงการปรับปรุงและพัฒนา ระบบตรวจจับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรใหม่ และมีการแถลงข่าว “บก.จร.พัฒนาระบบตรวจจับจับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรใหม่ (Red Light Camera System) ดีเดย์ ตรวจจับจริง เริ่มวันที่ 1 กันยายน 2562 เป็นต้นไป” เพื่อประชาสัมพันธ์ข่าวเกี่ยวกับเทคโนโลยีด้านการจราจร ในการพัฒนาระบบตรวจจับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรใหม่ (Red Light Camera System) ให้ทราบโดยทั่วกัน โดยมี พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.จร. , พ.ต.อ.กิตติ อริยานนท์ รอง ผบก.จร., พ.ต.อ.ภิญโญ ใหญ่ไล้บาง ผกก.4 บก.จร. และ นายสุพิชช์ อังศวานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จักรวาลคอมิวนิเคชัน จำกัด ร่วมในพิธีและร่วมการแถลงข่าว ณ ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร (บก.02) ถนนวิภาวดีรังสิต เขตจตุจักร กรุงเทพฯ

สืบเนื่องจาก ปัจจุบันเกิดปัญหาอุบัติเหตุในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะมีผู้ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรเป็นจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรได้พยายามกวดขันจับกุมผู้ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรอย่างเต็มที่ จากสถิติการจับกุมเดือน กรกฎาคม 2562 ได้จำนวน 1,932 ราย แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีผู้ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุและปัญหาการจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก ตามนโยบายของรัฐบาล Thailand 4.0 ได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการเพิ่มความเข้มในมาตรการความปลอดภัยบนท้องถนนและมีนโยบายให้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติ ดำเนินการเพิ่มความเข้มในมาตรการความปลอดภัยบนท้องถนนและมีนโยบายให้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับรถปัญหาการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และการโต้แย้งเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับประชาชน รวมทั้งป้องกันการทุจริตของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ดังนั้น กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดย กองบังคับการตำรวจจราจร จึงได้มีการจัดทำโครงการปรับปรุงและพัฒนาระบบตรวจจับฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร จึงได้มีการจัดทำโครงการปรับปรุงและพัฒนาระบบตรวจจับฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร (Red Light Camera System) เพื่อเป็นการบังคับใช้กฎหมาย ป้องกันการกระทำความผิด ลดอุบัติเหตุ และลดปัญหาการจราจรติดขัดจากพฤติกรรมดังกล่าว ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2552 ซึ่งในการพัฒนาระบบในครั้งนี้ ได้ดำเนินการย้ายจุดติดตั้งใหม่ จำนวน 7 จุด เนื่องจากจุดเดิม มีการก่อสร้างสาธารณูปโภคและเพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ โดยที่ยังคงจุดติดตั้งเก่าไว้จำนวน 23 จุด ทำให้มีจุดติดตั้งในปัจจุบันทั้งหมด 30 จุด รวมทั้งมีการพัฒนาระบบการปฏิบัติการให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น สามารถตรวจจับรถฝ่าฝืน ด้วยระบบอัตโนมัติ ตรวจจับได้ทุกประเภท ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรุงเทพมหานคร ในการปรับปรุงและพัฒนาระบบตรวจจับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรใหม่ (Red Light Camera System) มีจุดติดตั้งทั้งหมด 30 จุดได้แก่ มีจุดติดตั้งทั้งหมด 30 จุดได้แก่ 1.แยกซังฮี้ 2.แยกพญาไทขาเข้า 3.แยกพญาไทสาขาออก 4.แยกอุรุพงษ์ 5.แยกเหม่งจ๋าย 6.แยกอโศกเพชร 7.แยกประชานุกูล 8.แยกรัชดา-ลาดพร้าว 9.แยกร่มเกล้า 10.แยกโชคชัย 4 ขาเข้า 11.แยกโชคชัย 4 ขาออก 12.แยกนิด้า 13.แยกประเวศ 14.แยกโพธิ์แก้ว 15.แยกคลองตัน 16.แยกรัชดา-พระรามสี่ 17.แยกศุลกากร 18.แยกวิทยุ-เพลินจิต 19.แยกอโศก-สุขุมวิท 20.แยกอังรีดูนัง 21.แยกตากสิน 22.แยกบ้านแขก 23.แยกหน้าห้างพาราไดซ์ 24.แยกประดิพัทธ์ขาเข้า 25.แยกประดิพัทธ์ขาออก 27.แยกนรินทร ขาเข้า 28.แยกวรินทร ขาออก 29.แยกสาทร ขาเข้า และ 30.แยกสาทร ขาออก

โดยก่อนถึงจุดตรวจจับจะมีป้ายแจ้งเตือน 2 ระยะ คือ ในระยะ 100 เมตรและ 50 เมตร ก่อนถึงจุดตรวจจับ ในส่วนของระบบการตรวจจับในแต่ละจุด ประกอบไปด้วยกล้อง 2-3 ตัวทำงานอัตโนมัติตลอด 24 ชั่วโมง มีความคมชัดและความละเอียดสูง ประกอบด้วยกล้อง Overview ความละเอียด 4K หรือ 12 ล้าน เมกกะพิกเซลล์ และกล้องตรวจจับความละเอียด 2 ล้าน เมกกะพิกเซลล์ รวมทั้งติดตั้งอินฟราเรด สามารถตรวจจับได้ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน ทุกสภาพอากาศ สามารถบันทึกข้อมูลเก็บไว้ได้ไม่น้อยกว่า 2 เดือน ระบบจะดำเนินการตรวจจับเมื่อพบการกระทำความผิด กล้องจะทำการบันทึกข้อมูลทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ผ่านระบบส่วนหน้า RLC ผ่านระบบ Red Analytic จากนั้นส่งภาพทั้งหมดและข้อมูลดังกล่าว จะถูกส่งกลับมายัง ศูนย์ควบคุม และสั่งการจราจร บก.02 ซึ่งเป็นระบบส่วนหลัง TLCT Red Light Camera Ticket เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของทะเบียนรถ, ยี่ห้อ, รุ่น และสีของรถ หากถูกต้องครบจะดำเนินการออกใบสั่งและส่งไปยังระบบ PTM (Police Ticket Management) ของธนาคารกรุงไทยเพื่อออกใบสั่งแบบอัตโนมัติ จากนั้นจะยืนยันความถูกต้องโดยเจ้าหน้าที่และผู้บังคับบัญชา เพื่อส่งไปยังผู้ครอบครองหรือเจ้าของรถภายใน 7 วัน นอกจากนี้ เจ้าของหรือผู้ครอบครองรถสามารถตรวจสอบความผิดย้อนหลังผ่านเว็บไซต์ URL หรือทางเว็บไซต์ บก.จร. www.Trafficpolice.go.th ด้วยรหัสผ่านที่ระบุท้ายใบสั่งได้ โดยสามารถบันทึกข้อมูลของผู้กระทำผิดเก็บไว้ได้ไม่น้อยกว่า 1 ปี

จากสถิติการทดลองตรวจจับตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 25 สิงหาคม 2562 ที่ผ่านมา พบผู้ฝ่าฝืนจำนวนทั้งสิ้น 22,260 รายต่อเดือน 22 260 รายต่อเดือน เฉลี่ย 890 รายต่อวัน ส่วนใหญ่ฝ่าฝืนในช่วงเวลากลางวันมากที่สุด 15,728 รายหรือ 70 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาช่วงเวลากลางคืน 6,532 ราย หรือ 30 เปอร์เซ็นต์ พบว่าแยกรัชดาพระราม 4 มีผู้ฝ่าฝืนมากที่สุดจำนวน 3,082 รายหรือ 13.84 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาแยกนรินทรขาออก จำนวน 2,534 รายหรือ 11.38 เปอร์เซ็นต์ และแยกตากสินจำนวน 2,163 ราย หรือ 9.71 เปอร์เซ็น ตามลำดับ ส่วนในช่วงเวลากลางคืนพบว่า บริเวณแยกรัชดา- พระรามสี่ 4 มีผู้ฝ่าฝืนมากที่สุดจำนวน 1,298 ราย หรือ 19.71 เปอร์เซ็นต์ รองลงมาแยกอโศกเพชรจำนวน 972 ราย คลิปเป็น 14.88 เปอร์เซ็น และแยกนรินทรขาออกจำนวน 739 ราย คิดเป็น 14.37 เปอร์เซ็น ตามลำดับ

สำหรับความผิดดังกล่าวเป็นข้อหาฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจรตามพรบจราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 2 ( 2 ) ประกอบ มาตรา 152 มีอัตราโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท ในเบื้องต้น บก.จร.จะทำการเปรียบเทียบปรับ 500 บาท โดยสามารถชำระค่าปรับผ่านเคาน์เตอร์และตู้ ATM ของ ธนาคารกรุงไทยทั่วประเทศ หรือผ่านบริการ KTB netbank หรือสถานที่ที่ระบุไว้ในใบสั่ง นอกจากนี้ยังอาจถูกตัดคะแนนอีกด้วย บก.จร.จะดำเนินการตรวจจับรถฝ่าฝืน ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2562 เป็นต้นไป และขอประชาสัมพันธ์ หากเข้าพื้นที่ดังกล่าว ขอให้พี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด บก.จร. คาดหวังว่า หลังจากมีการบังคับใช้กฎหมายแล้ว สถิติการฝ่าฝืนจะลดลง ก็จะทำให้ลดอุบัติเหตุและปัญหาจราจรได้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม แจ้งอุบัติเหตุ และแจ้งปัญหาการจราจร สามารถติดต่อได้ที่ ศูนย์ควบคุมและสั่งการจราจร บก.02 ทางเว็บไซต์ http//www.trafficpolice.go.th และสายด่วนจราจร โทรศัพท์ 1197 และ Application M Help me …