พรรคประชาชาติแจ้งความถูกโซเชียลโพสต์ใส่ร้ายเอี่ยวบึ้มกทม.!!

11

เจอของหนักแน่!เฟสบุ๊คผู้ไม่หวังดีโพสต์ใส่ร้ายพรรคประชาชาติอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดป่วนกทม. ส.ส.นราธิวาส จูงมือกรรมการบริหารพรรคแจ้งความเอาผิดพรบ.คอมพ์ฯ เผยเป็นกลุ่มเดิมๆ ที่เคยเคลื่อนไหวทางการเมืองกับม็อบ

วันนี้ (5 ส.ค.62) ตัวแทนพรรคประชาชาติโดยนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส เขต 4, นายกูเฮง ยาวอหะซัน ส.ส.นราธิวาส เขต 3, นายมูฮัมหมัดรุสดี เชคฮารูณ กรรมการบริหารพรรค อดีตผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ และนายทวีศักดิ์ ปิ กรรมการบริหารพรรค และอดีตผู้สมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองนราธิวาส กรณีที่มีผู้ไม่หวังดีโพสต์ข้อความใส่ร้ายในเฟสบุ๊คว่าพรรคประชาชาติอยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดป่วนหลายจุดในกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา โดย ส.ส.นราธิวาส ได้แสดงภาพผู้ใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่ง ที่ใช้ชื่อว่า “Piyapong Prasaththong” ได้โพสต์ และแสดงความคิดเห็นในเฟสบุ๊ค และแชร์ไปตามกลุ่มต่างๆหลายกลุ่มว่า “พรรคประชาชาติเป็นผู้บงการของระเบิดป่วนเมือง เพราะจ้างวานให้คนรุ่นใหม่ชาวจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปวางระเบิดป่วนเมือง” พร้อมกับแนบโลโก้พรรคด้วย ทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อพรรค

ซึ่งพรรคประชาชาติมีนโยบายส่งเสริมสังคมพหุวัฒนธรรม ให้ผู้คนในสังคมอยู่ร่วมกันอย่างผาสุกเสมอกัน และมีนโยบายสร้างสันติภาพให้เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยแนวทางสันติวิธี จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ให้ดำเนินคดีต่อผู้ใช้เฟสบุ๊คคนดังกล่าวในข้อหาหมิ่นประมาท และกระทำผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

นายกมลศักดิ์ กล่าวว่า การโพสต์ใส่ร้ายพรรคประชาชาตินั้นได้เกิดขึ้นหลังจากที่มีเหตุระเบิดป่วนกรุงเทพ และมีการควบคุมตัวผู้ต้องหาชาวจังหวัดนราธิวาส 2 คน ที่จังหวัดชุมพรในระหว่างที่เขากำลังเดินทางกลับบ้านด้วยรถทัวร์ แต่เจ้าหน้าที่ไม่ส่งตัวไปดำเนินคดีที่กรุงเทพในท้องที่เกิดเหตุ เพราะอาจต้องใช้กฎหมาย ป.วิอาญาทั่วไปซึ่งต้องส่งตัวให้ศาลภายใน 48 ชม. แต่เจ้าหน้าที่กลับส่งตัวมาดำเนินคดีที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า ที่ จ.ยะลา เพื่อจะได้ใช้อำนาจพิเศษ พ.ร.ก.กฎอัยการศึกควบคุมตัวต่อได้ และทราบว่ามีความพยายามเชื่อมโยงให้เกี่ยวข้องกับกลุ่มบางกลุ่มในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อจะได้ใช้อำนาจพิเศษควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ต่อไป ซึ่งตนในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขอยืนยันว่าพรรคประชาชาติไม่สนับสนุนความรุนแรงทุกรูปแบบ และสนับสนุนให้แก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยแนวทางสันติวิธี ตามกระบวนการยุติธรรม และยึดหลักนิติธรรม ในฐานะที่เป็น ส.ส.นราธิวาสเขต 3 ครอบคลุมอำเภอรือเสาะด้วย ซึ่งเป็นพื้นที่ภูมิลำเนาของผู้ต้องสงสัย 2 รายที่ถูกควบคุมตัว มองว่าสังคมไม่ควรชี้นำเกินกว่าพยานหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบ และไม่ควรรีบด่วนสรุปว่าใช่หรือไม่ใช่ผู้ก่อเหตุ ขอให้ดำเนินไปตามกระบวนการยุติธรรมให้เร็วที่สุด เพื่อความจริงจะได้ปรากฏ

“การออกมาโจมตีใส่ร้ายพรรคประชาชาติว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือบงการโดยไม่มีพยานหลักฐานนั้น ในฐานะที่เป็นสมาชิกพรรคประชาชาติก็ได้รับความเสียหาย จึงได้หารือกับท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรค และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรค ยืนยันว่าพรรคประชาชาติไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับสถานการณ์ความรุนแรงในกรุงเทพมหานคร ที่ผ่านมาเคยมีการใส่ร้ายลักษณะนี้แล้วแต่ยังไม่เคยแจ้งความดำเนินคดี ครั้งนี้จึงต้องดำเนินคดีเพื่อเป็นกรณีตัวอย่าง”

ด้านมูฮัมหมัดรุสดี กล่าวว่า ดูจากพฤติกรรมของผู้ใช้เฟสบุ๊ค ที่ใช้ชื่อว่า “Piyapong Prasaththong” นั้น ดูเหมือนมีเจตนาที่จะใส่ร้ายต่อพรรคประชาชาติชัดเจน เพราะได้แสดงความคิดเห็นตามโพสต์ต่างๆ และแชร์ในกลุ่มต่างๆด้วยข้อความในลักษณะดังกล่าว ถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่ดี สมควรถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเพื่อเป็นกรณีตัวอย่างให้สังคมเห็นว่า ในยามที่บ้านเมืองกำลังมีปัญหา ประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการช่วยคลี่คลายสถานการณ์ให้ดีขึ้น แต่จากพฤติกรรมของบุคคลดังกล่าวนั้นได้พยายามใส่ร้ายต่อพรรคการเมือง ในลักษณะการชี้นำทางความคิดว่าเหตุระเบิดป่วนกรุงเทพนั้นเป็นการสร้างสถานการณ์ทางการเมือง ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติส่วนตัวของผู้ไม่หวังคนดังกล่าวพบว่าเป็นอดีตแนวร่วม กปปส.ที่เคยร่วมชุมนุมป่วนเมืองเมื่อปี 2557 ด้วย และพบว่ามีความสัมพันธ์กับนักการเมืองฝ่ายรัฐบาลบางพรรคด้วย

นายทวีศักดิ์ กรรมการบริหารพรรคได้แจ้งความร้องทุกข์อีก 1 คดี กรณีที่มีผู้ใช้เฟสบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า “Aruj Panachinbonchorn” ได้โพสต์ข้อความพาดพิงนายทวีศักดิ์ โดยพยามเชื่อมโยงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดป่วนกรุงเทพ และใส่ร้ายว่าเป็นมือวางระเบิดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงได้แจ้งความให้ดำเนินคดี ข้อหาหมิ่นประมาท และกระทำความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยมีคุณมูฮัมหมัดรุสดี เชคฮารูณ ซึ่งเป็นผู้เสียหายอีกคนหนึ่งที่ถูกผู้ไม่หวังดีนำรูปภาพประกอบโพสต์ดังกล่าวด้วย แต่ไม่ได้กล่าวพาดพิงแต่อย่างใด ได้ให้การเพิ่มเติมในฐานะผู้เสียหายร่วมด้วย