กปน.สานต่อ “แคมป์รักษ์น้ำ” ปี 5 สร้างนักอนุรักษ์น้ำและสิ่งแวดล้อมรุ่นใหม่

14

กปน. สานต่อ “แคมป์รักษ์น้ำ” ปี 5 สร้างนักอนุรักษ์ฯ รุ่นใหม่ แก่เยาวชน จ.นนทบุรี

วันนี้ (วันพุธที่ 28 สิงหาคม 2562) เวลา 09.30 น. นางพิมพ์ใจ ทรัพย์สมปอง ผู้ช่วยผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) เป็นประธานเปิดกิจกรรม “แค้มป์รักษ์น้ำ” ครั้งที่ 4 ประจำปี 2562 ณ โรงเรียนเทศบาลปลายบางวัดอุบลวนาราม อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นกิจกรรมเพื่อรณรงค์ให้เยาวชนในพื้นที่ตระหนักถึงคุณค่าของทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อม ด้วยกิจกรรมเสริมสร้างการเรียนรู้พร้อมความสนุกสนานสำหรับเยาวชนจำนวน 4 ฐาน ได้แก่

ฐานแหล่งน้ำของเรา ให้ความรู้เกี่ยวกับที่มาและวัฏจักรของน้ำ การอนุรักษ์แหล่งน้ำในลุ่มน้ำแม่กลอง

ฐานฝึกเชาวน์ปัญญา ให้เยาวชนได้ฝึกการทำกิจกรรมกลุ่มสร้างเสริมความรู้เกี่ยวกับการอนุรักษ์น้ำและทรัพยากรธรรมชาติ

ฐานค้นหาน้ำรั่ว ให้ความรู้เกี่ยวกับการอ่านมาตรวัดน้ำแบบง่าย ๆ และการสำรวจน้ำรั่วจากการอ่านมาตรวัดน้ำ

ฐานประปาใส่ใจชุมชน เป็นการเรียนรู้เครื่องมือและอุปกรณ์ประปา ให้เยาวชนได้ทดลองต่อท่อตามแบบจำลอง และซ่อมท่อหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ประปาแบบง่าย ๆ ในบ้าน ช่วยลดการรั่วไหลของน้ำ

และยังมีฐานสำหรับอาจารย์ ผู้ปกครอง และ อบต. จำนวน 1 ฐาน คือ ฐานวิชาเพื่อชุมชน ให้ความรู้เกี่ยวกับความสำคัญของพื้นที่ต้นน้ำ ระบบประปาหมู่บ้าน และ Water Safety Plan เพื่อให้นำไปต่อยอด ให้ความรู้แก่นักเรียนหรือลูกหลานต่อไป

โดยกิจกรรมครั้งนี้ มีนักเรียนระดับประถมศึกษา จำนวน 160 คน จากโรงเรียนเทศบาลปลายบางวัดอุบลวนาราม โรงเรียนเทศบาลปลายบางวัดสิงห์ (แจ่มชื่นวิทยาคม) โรงเรียนเทศบาลปลายบางวัดสุนทรธรรมิการาม และโรงเรียนชุมชนวัดส้มเกลี้ยง เข้าร่วมกิจกรรม พร้อมกันนี้ กปน. ได้มอบทุนอาหารกลางวันรวมมูลค่า 40,000 บาท แก่ทั้ง 4 โรงเรียนอีกด้วย

นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า กปน. ได้จัดกิจกรรมแคมป์รักษ์น้ำมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ซึ่งนับเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความรู้และจิตสำนึกในการดูแลรักษาน้ำ ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญที่สุดในการดำรงชีวิตของมนุษย์ทั้งในด้านการอุปโภคและบริโภค เพราะปัญหาด้านน้ำในปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นทุกปี จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เยาวชนทุกคนที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ จะเป็นอนาคต และกำลังสำคัญในการรักษาทรัพยากรน้ำอันมีค่า เพื่อให้ชุมชนมีน้ำที่สะอาด มีคุณภาพที่ดีไว้ใช้ อันจะนำไปสู่ความยั่งยืนของชุมชนและประเทศชาติของเราต่อไป