วิสาหกิจชุมชนกลุ่มอาชีพสหกรณ์บ้านพังดานแปรรูปหมอนยางพาราเพื่อสุขภาพ ต้นแบบการแก้ปัญหายางพาราตกต่ำและเพิ่มมูลค่ายางพาราระดับชุมชน

65

วิสาหกิจชุมชนกลุ่มอาชีพสหกรณ์บ้านพังดานแปรรูปหมอนยางพาราเพื่อสุขภาพ ต้นแบบการแก้ปัญหาด้านยางพาราและเพิ่มมูลค่ายางพาราระดับชุมชน สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานส่งออกไปยังประเทศจีนไม่น้อยกว่า 4,000 ใบ/ปี ทำให้คนในชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 10,000 บาท/คน/เดือน นำไปสู่การพัฒนาและแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำได้
อย่างยั่งยืน

อาชีพการทำสวนยางพารา ซึ่้งเป็นอาชีพหลักมาตั้งแต่บรรพบุรุษ นับเป็นเวลา 115 ปีมาแล้ว หากย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2555 ได้เกิดภาวะราคายางพาราตกต่ำ จากราคา 100 บาท/กก. จนถึงราคา 25 บาท/กก. ในปี 2559 จนทำให้เกษตรกรชาวสวนยางพาราทั่วประเทศเดือดร้อนกันถ้วนหน้า โดยทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มอาชีพสหกรณ์บ้านพังดาน ต.นาขยาด อ.ควนขนุน จ.พัทลุง จึงได้ร่วมกันคิดแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ ด้วยการเพิ่มมูลค่ายางพาราแปรรูปเป็นหมอนยางพาราเพื่อสุขภาพ โดยร่วมกับสถาบันวิจัยยางพารา จนสามารถสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชนไม่น้อยกว่า 50 คน และสร้างมูลค่าเพิ่มจากยางพารา 30 บาท/กก. เป็น 300 บาท/กก.

วิสาหกิจชุมชนกลุ่มอาชีพสหกรณ์บ้านพังดาน ต.นาขยาด อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ซึ่งเป็นกลุ่มที่นำน้ำยางสดมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์จากยางพาราที่ได้มาตรฐานการผลิต มผช.และ OTOP โดยระดมทุนจากสมาชิกและกู้เงินจาก ธ.ก.ส.สาขาควนขุนน จำนวน 450,000 บาท เพื่อดำเนินงานในขั้นต้น ด้วยการจัดซื้อเครื่องจักรแปรรูปหมอนยางพาราเพื่อสุขภาพ และหมอนยางพาราชาโคลผสมผงถ่านชาโคลเพื่อจำหน่าย จนเป็นที่ยอมรับของตลาด และสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานส่งออกไปยังประเทศจีนไม่น้อยกว่า 4,000 ใบ/ปี ซึ่งสร้างความภาคภูมิใจให้แก่สมาชิกในกลุ่มเป็นอย่างมาก

น.ส.สุภัครวี คงแก้ว ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มอาชีพสหกรณ์บ้านพังดาน กล่าวว่า การดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ นับว่าสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำ โดยการเพิ่มมูลค่ายางพาราจาก 30 บาท/กก. เป็น 300 บาท/กก. สำหรับการผลิตหมอนยางพาราใช้น้ำยางสด 1.3 กก./ใบ ขายได้ 450 บาท/ใบ โดยมียอดการซื้อขายไม่น้อยกว่า 4,000-6,000 ใบ/เดือน เครื่องนอนยางพาราสำหรับเด็กอ่อน และผู้ป่วยติดเตียง ประมาณ 5,000-6,000 ใบ/เดือน มีช่องทางการจำหน่ายทั้งตลาดในประเทศ เช่น งานแสดงสินค้าต่างๆ หรือฝากขายตามสถานที่ต่างๆ และตลาดต่างประเทศ เช่น จีน เกาหลี รัสเซีย อิหร่าน ซาอุดิอาระเบีย และตลาดออนไลน์ ทำให้คนในชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 10,000 บาท/คน/เดือน ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งที่จะสร้างความเชื่อมั่นในอาชีพชาวสวนยางได้เป็นอย่างดี และในอนาคตจะเพิ่มกำลังการผลิตให้ได้ 500 ใบ/วัน (15,000 ใบ/เดือน) และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐาน มอก. พร้อมกับปรับปรุงเครื่องจักรและระบบการผลิตให้ได้มาตรฐาน GMP ปรับปรุงห้องตลาดและบรรจุภัณฑ์ และปรับปรุงระบบการอบแห้ง เพื่อแก้ปัญหาหมอนอับชื้นอีกด้วย

“จากการแปรรูปหมอนยางพารา ทำให้กลุ่มได้พัฒนาผลิตภัณฑ์มาโดยตลอด เริ่มต้นจากการผลิตหมอนยางพารา เป็นเครื่องนอนยางพาราสำหรับเด็กอ่อน และผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งในปัจจุบันวิสาหกิจชุมชนกลุ่มอาชีพสหกรณ์บ้านพังดานยังเปิดเป็นจุดสาธิตเรียนรู้การแปรรูปหมอนยางพาราระดับชุมชน เพื่อเปิดโอกาสให้ชุมชนอื่นเข้ามาศึกษาและเป็นชุมชนต้นแบบของการ
แก้ไขปัญหาด้านยางพาราระดับชุมชนอีกด้วย” น.ส.สุภัครวี กล่าว

ซึ่งจากการดำเนินงานที่ผ่านมา สามารถพิสูจน์ให้เห็นว่าการแปรรูปหมอนยางพาราเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ สามารถพัฒนาเป็นธุรกิจในเชิงพาณิชย์ได้ และเป็นจุดเริ่มต้นให้ชุมชนชาวสวนยางในพื้นที่ต่างๆ นำไปพัฒนาแปรรูปอย่างแพร่หลาย เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตของเกษตรกรชาวสวนยาง ซึ่งจะเกิดผลดีต่อเกษตรกรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ และเกษตรกรทั่วไปที่ประกอบอาชีพทำสวนยางพาราได้พบทางออกในการแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำได้อย่างเป็นระบบมากยิ่งขึ้น เพื่อนำไปสู่การพัฒนาและแก้ไขปัญหาราคายางพาราตกต่ำได้อย่างยั่งยืน