ฉุนโดนถามเหตุวางระเบิด “บิ๊กตู่” ถามกลับ “รัฐบาลมีพิรุธอย่างไร?”

18

ปัดไม่เคยพูด “หากเลือกความสงบจบที่ลุงตู่” เป็นเรื่องการเมือง “นายกฯ” ประณามผู้ก่อเหตุ “ชั่วร้าย ใจร้ายใจดำ ทำประเทศเกิดความวุ่นวาย พร้อมถามกลับผู้ตั้งข้อสังเกตุ “ฝ่ายรัฐบาลมีพิรุธกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น”

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีความคืบหน้าลอบวางระเบิด กทม.ว่า ขอให้เชื่อมั่นการทำงานของฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการสืบสวนสอบสวนผู้ต้องหา 2 คนที่จับกุมได้ ทราบว่ามีผู้ที่เกี่ยวข้อง 10 กว่าคน

“ขณะนี้ไม่ได้ตัดสาเหตุจูงใจใดทิ้งก็ต้องมีการตรวจสอบต่อไป ขอให้ใจเย็น เพราะมีผู้เกี่ยวข้องอีก 10 กว่าคนต้องตามจับให้ได้ ว่าสาเหตุที่เกี่ยวข้องมาจากอะไร ขอให้ใจเย็นๆ หากไปกดดันเจ้าหน้าที่ก็จะทำงานลำบากเรื่องเช่นนี้พร้อมที่จะเกิดขึ้นในหลายเวทีของโลกนี้ คนเราแตกต่างทางความคิดมากมาย ตนก็ยังไม่ได้มุ่งหมายว่าเป็นกลุ่มไหน ส่วนที่ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก ระบุว่า เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ปี 2549 นั้นเป็นแค่เพียงการเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ในอดีต ที่มีการยึดโยงกัน และมีส่วนที่คล้ายคลึงกัน ส่วนที่มีโอกาสที่กลุ่มการเมืองจะอยู่เบื้องหลังนั้นยังไม่ทราบ อย่าเพิ่งไปสรุปอะไร”

เมื่อถามว่าเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่ตัดเหตุการณ์ใดออก เมื่อถามถึงกรณีที่มารดาของผู้ต้องหาต้องการทราบที่อยู่ของบุตรชาย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าเป็นเรื่องปกติที่แม่ก็ต้องเป็นห่วงลูก ซึ่งทั้งหมดก็เป็นไปตามวัตถุประสงค์พยาน หรือ กล้อง CCTV รวมถึงหลักฐานที่ตรวจสอบพบ เช่นถุงเสื้อผ้าก็มีอยู่แล้วเพราะฉะนั้นต้องฟังทั้งสองทาง ทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ต้องหาส่วนผู้บาดเจ็บได้ให้ทางกระทรวงสาธารณสุขเข้าไปดูแล

“ผมถือว่าเป็นการกระทำที่ชั่วร้าย ไม่ว่าที่ใดก็ตามก็มีปัญหากันหมด โดยเฉพาะที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยในห้วงเวลานี้ คนที่ดำเนินการหรือคนที่เกี่ยวข้อง ก็ยังไม่อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นใครแต่ถือว่าใจร้าย ใจดำ ที่ทำให้ประเทศเกิดความวุ่นวาย ในขณะที่กำลังเดินได้อยู่ ในการเป็นรัฐบาลที่มาจากประชาธิปไตย”

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีกว่า ส่วนการบูรณาการกล้อง CCTV นั้น ขึ้นอยู่กับการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ ที่ผ่านมาใช้งานได้จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา ซึ่งต่อไปจะให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชี้แจงเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นการบูรณาการครั้งแรก งานด้านการข่าว การดำเนินงาน การพิสูจน์หลักฐาน อย่างไรก็ตามไม่ได้กำหนดกรอบเวลาการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เราไปบังคับเช่นนั้นไม่ได้ ต้องมองว่าเรามีตำรวจประมาณ 2 แสน คนเมื่อเทียบกับประชาชน 70 ล้าน ก็ต้องช่วยกัน การเฝ้าระวัง ซึ่งขณะนี้เราก็วางเจ้าหน้าที่ไว้ทุกจุดทุกพื้นที่ และความปลอดภัยไม่ใช่เรื่องของใคร แต่เป็นของประชาชนทุกคน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีการท่องเที่ยวหรือพื้นที่ทางธุรกิจหรือจัดประชุมต่างๆ ถือเป็นหน้าตาของประเทศไม่ว่าใครจะทำก็ตามที่ดำเนินการ ถือว่าเป็นคนที่ใช้ไม่ได้

เมื่อถามว่าการลอบวางระเบิดครั้งนี้เกิดจากแรงจูงใจที่นายกฯ ดูแลทั้งทหารและตำรวจหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกันซึ่งตนก็คุยกับพี่น้องทุกคน รวมถึง พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม รวมทั้งในส่วนของกระทรวงมหาดไทย และ เจ้าหน้าที่ตำรวจตน ก็ให้แนวทางไปกับตำรวจว่า ทุกอย่างต้องดูแลให้เกิดความน่าเชื่อถือ เชื่อมั่น ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม ตนได้จัดคณะทำงาน ให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้นในการสืบสวนสอบสวนคดีและเน้นย้ำว่าการให้ข้อมูลข่าวสารใดก็ตามที่จะทำให้เกิดการเข้าใจผิด หรือทำให้เกิดความไม่พอใจส่วนตัว ก็ขอให้เบาๆกันไว้บ้าง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม

เมื่อถามว่า เหตุจูงใจน่าจะมาจากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้หาเสียงเอาไว้ว่าหากเลือกความสงบจบที่’ลุงตู่’หรือ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกันและตนก็ไม่ได้เป็นคนพูด ใครจะเลือกใครเป็นเรื่องของการเมืองก็เลือกไป ซึ่งในช่วงนั้นตนก็พยายามที่จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว เนื่องจากตนยังเป็นนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่ไปก้าวล่าง ตนเห็นหลายพรรคก็หาเสียงกันทุกเรื่อง อย่าเอาประเด็นโยงกันไปมา แค่นี้ปัญหาก็เยอะพอสมควรอยู่แล้ว ไม่อยากให้บ้านเมืองสงบหรือไร คนที่ไม่ดีและดำเนินการที่จะทำให้เกิดผลกระทบร้ายแรงกับประเทศชาติก็ต้องถูกดำเนินการ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามในฐานะที่ตนเป็น ผู้อำนวยการ รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) ได้มีการบูรณาการการทำงาน และสั่งการเพิ่มเติมให้ ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล(ศตก.)รวมถึงเรื่องการข่าวในการประสานความร่วมมือระหว่างกัน กับประเทศเพื่อนบ้าน ก็ต้องดูแลให้มากขึ้นกว่าเดิมในการผ่านแดน ซึ่งคนไม่ดีก็มีจำนวนมาก

เมื่อถามถึงมีการตั้งข้อสังเกตว่าฝ่ายรัฐบาลมีพิรุธกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า รัฐบาลมีพิรุธอย่างไร อยากให้มองในประเด็นใหญ่ว่าขณะนี้ประเทศไทยกำลังทำอะไรอยู่เรากำลังประชุมระดับนานาชาติ มีต่างประเทศเข้าร่วม ทั้งในกรอบอาเซียนและประเทศคู่เจรจา เมื่อถามว่าใครจะทำแบบนั้น เว้นแต่ว่าเป็นการทำเพื่อไม่ให้เกิดความน่าเชื่อถือ ในเวทีต่างประเทศ อยากให้มองในมุมนี้บ้าง อย่ามองในประเด็นที่ว่ารัฐบาลจะสร้างสถานการณ์เอง จะทำทำไม ตนอยู่ดีๆเฉยๆไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นไม่ดีกว่าหรืออย่างไร อยากให้คิดให้มีตรรกะ