แปลงใหญ่มันสำปะหลัง ต.วังม่วง อ.วังม่วง จ.สระบุรี มุ่งพัฒนาเพื่อการผลิตและการตลาดแบบครบวงจร

97

แปลงใหญ่มันสำปะหลัง ต.วังม่วง อ.วังม่วง จ.สระบุรี ได้รับรางวัลชนะเลิศแปลงใหญ่ดีเด่น ระดับเขต (เขต 1) ปี 2562 เนื่องจากเป็นแปลงใหญ่ที่มีการบริหารกลุ่มด้วยความเข้มแข็ง ผู้นำมีวิสัยทัศน์ มีความเสียสละเพื่อชุมชน นำเทคโนโลยีในการปลูกมันสำปะหลังเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ มุ่งพัฒนาเพื่อการผลิตและการตลาดแบบครบวงจร

นายทวี มาสขาว ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท เปิดเผยถึงการดำเนินงานด้านการส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาทว่า แปลงใหญ่มันสำปะหลังตำบลวังม่วง อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี เป็นหนึ่งในการดำเนินงานแปลงใหญ่ที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นแปลงใหญ่ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา ปัจจุบันมีสมาชิก 76 ราย มีพื้นที่ปลูกมันสำปะหลัง 2,392 ไร่ และได้รับรางวัลชนะเลิศแปลงใหญ่ดีเด่น ระดับเขต (เขต 1) ปี 2562 เนื่องจากเป็นแปลงใหญ่ที่มีการบริหารกลุ่มด้วยความเข้มแข็ง ผู้นำมีวิสัยทัศน์ มีความเสียสละเพื่อชุมชน คณะกรรมการและสมาชิกมีความสามัคคีให้ความร่วมมือในการพัฒนากลุ่มและช่วยกันแก้ไขปัญหาการประกอบอาชีพ โดยมีการประชุมไม่ต่ำกว่า 6 ครั้งต่อปี มีการกำหนดบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการและสมาชิกอย่างชัดเจน รวมทั้งมีการกำหนดกฎระเบียบหรือข้อบังคับของกลุ่มที่เป็นลายลักษณ์อักษร มีเงินกองทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจกรรมของกลุ่ม เช่น การรับซื้อผลผลิตของสมาชิกในราคาที่สูงกว่าตลาด มีการส่งเสริมการออมและจัดสวัสดิการให้แก่สมาชิกพร้อมวางแผนด้านการผลิตและการตลาดที่ชัดเจน สอดคล้องกับศักยภาพของกลุ่มฯ

“มีการนำเทคโนโลยีในการปลูกมันสำปะหลังเพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพ ได้แก่ การใช้พันธุ์มันสำปะหลังที่เหมาะสมกับพื้นที่และต้านทานโรคและแมลง คือ พันธุ์ห้วยบง 90 สนับสนุนให้สมาชิกจัดระบบการปลูกพืชแบบเหลื่อมฤดู เพื่อหลีกเลี่ยงการเก็บเกี่ยวในช่วงฝนตกชุก เป็นการลดความเสียหายจากการเน่าเสียของผลผลิตหัวมันสำปะหลัง และจัดระบบปลูกพืชแบบหมุนเวียน โดยปลูกมันสำปะหลังสลับกับการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพื่อใช้ต้นสดและใบข้าวโพดผลิตเป็นอาหารโคนม” นายทวี กล่าว

นางอนันท์ญา จันทร์น้อย ประธานและผู้จัดการแปลงใหญ่มันสำปะหลัง ตำบลวังม่วง อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี เปิดเผยว่า ในการดำเนินการที่ผ่านมา สมาชิกแปลงสามารถลดต้นทุนลงจากเดิมได้ร้อยละ 23 คือต้นทุนลดลง 2,140 บาทต่อไร่ จากเดิมต้นทุน 9,483 บาทต่อไร่ ลดลงเหลือ 7,343 บาทต่อไร่ สามารถเพิ่มผลผลิตจากเดิมได้ร้อยละ 60 โดยได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น 3,000กิโลกรัมต่อไร่ จากเดิมได้ผลผลิต 5,000 กิโลกรัมต่อไร่ ได้ผลผลิตเพิ่มเป็น 8,000 กิโลกรัมต่อไร่

“มีการประสานความร่วมมือ และบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมส่งเสริมการเกษตรที่ได้สนับสนุนด้านการบริหารจัดการกลุ่มและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อพัฒนาสมาชิกผู้จัดการแปลงและคณะกรรมการกลุ่มแปลงใหญ่ กับกรมพัฒนาที่ดินในการเพิ่มเติมความรู้และแนวทางในการปรับปรุงบำรุงดินด้วยการใช้ปุ๋ยตามค่าการวิเคราะห์ดิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดต้นทุนการผลิต กับกรมวิชาการเกษตรในการพัฒนาผลผลิตให้มีคุณภาพและการรับรองมาตรฐาน GAP กับกรมปศุสัตว์ในการแปรรูปผลผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าของมันสำปะหลัง โดยการผลิตอาหารโคนมที่มีคุณภาพ กับสำนักงานปฏิรูปที่ดิน (สปก.)ในการจัดทำแปลงพันธุ์มันสำปะหลังที่ถูกหลักวิชาการ ด้านจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย วิทยาเขตอำเภอแก่งคอย ในการนำงานวิจัยมาพัฒนาสู่การปฏิบัติ ด้วยการนำเหง้ามันสำปะหลังที่เหลือจากการเก็บเกี่ยวผลผลิตมาทำเป็นถ่านเชื้อเพลิงด้วยเตาเผาถ่านชีวมวลไร้มลพิษ เพื่อช่วยลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ของครัวเรือนสมาชิกแปลงใหญ่ และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสนับสนุนสินเชื่อและการวางแผนธุรกิจของสมาชิกฯ” นางอนันท์ญา กล่าว

ทางด้านนางมะยม สมบูรณ์ เกษตรกรผู้เลี้ยงวัวนมและปลูกมันสำปะหลัง ที่เข้าร่วมโครงการแปลงใหญ่มันสำปะหลังตำบนวังม่วง เผยว่า เกษตรกรที่เข้าร่วมแปลงใหญ่จะใช้นวัตกรรมและนำผลงานวิจัยมาประยุกต์ใช้ในการทำการผลิต เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้า โดยการใช้ประโยชน์จากทุกส่วนของต้นมันสำปะหลัง ได้แก่ ใบและยอดมาแปรรูปโดยการหมัก เพื่อนำไปเป็นส่วนผสมของอาหารโคนม นำหัวมันสดมาแปรรูปเป็นมันเส้นสะอาดและหัวมันหมัก ขณะที่เหง้าของต้นมันจะนำมาแปรรูปเป็นถ่านเชื้อเพลิง โดยการเผาถ่านด้วยเตาเผาแบบไร้มลพิษ

นอกจากนี้ ยังมีการนำต้นมันสำปะหลังออกจำหน่ายเป็นท่อนพันธุ์ปลอดโรคให้แก่สมาชิกและเกษตรกรทั่วไป ผลิตอาหารโคนมสูตร TMR แบรนด์ชาววังจำหน่ายให้สหกรณ์โคนม และเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม โดยใช้ส่วนผสมหลักจากมันสำปะหลัง คือ ใบ ยอด หัวมัน และมันเส้น ซึ่งอาหารโคนมสูตร TMR แบรนด์ชาววังนี้ผู้เลี้ยงโคนมให้การตอบรับที่ดีมาก เพราะพบว่า เมื่อให้วัวกินแล้ววัวให้น้ำนมที่ดีมาก ทำให้มีน้ำนมวัวส่งขายได้เพิ่มมากขึ้น สามารถลดต้นทุนได้เป็นอย่างดี” นางมะยม กล่าว

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาทางจังหวัดสระบุรีได้สนับสนุนด้านเครื่องจักรกล โรงเรือน ลานตาก และอาคารสำนักงาน สำหรับการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มแปลงใหญ่ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสระบุรี สนับสนุนเครื่องจักร อุปกรณ์การผลิตมันเส้นสะอาด โดยมีองค์การบริหารส่วนตำบลวังม่วง อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี ให้คำปรึกษาและอำนวยความสะดวกในการดำเนินกิจกรรมของกลุ่มอย่างใกล้ชิด