สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระโอวาทแก่นายกฯ-ครม. “อำนาจไม่อาจเกิดได้โดยชอบ หากไม่มีรากฐานจากคุณธรรม”

163

วันนี้ (28 ส.ค.62) เวลา 14.00 น. ที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ พุทธมณฑล อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี(ครม.) เข้าเฝ้าถวายสักการะ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (อัมพร อมฺพโร) และกรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) ก่อนการประชุมมส.ครั้งที่ 21/2562 โอกาสนี้ สมเด็จพระสังฆราช ประทานพระโอวาทแก่นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี มีความว่า เจริญพร ท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีทุกท่าน ในนามของคณะสงฆ์ อาตมภาพขออนุโมทนาสาธุการ ที่ท่านมาถวายสักการะ และแสดงเจตจำนงที่จะสนับสนุนกิจการของคณะสงฆ์ และพระพุทธศาสนา ดุจดังที่บรรพชนไทย ได้ปฏิบัติบำเพ็ญ เป็นอุดมการณ์ของชีวิตสืบมาทุกยุคทุกสมัย

ท่านทั้งหลายได้เข้ามาดำรงตำแหน่งสูงสุดในฝ่ายบริหาร ย่อมมีหน้าที่สำคัญในการทำนุบำรุงบ้านเมืองไทย ให้เป็นปรกติสุขร่มเย็น มีความมั่นคงปลอดภัย และเจริญก้าวหน้าในทุกด้าน การทำ “หน้าที่” ตาม “ตำแหน่ง” ที่ท่านดำรงอยู่ ย่อมต้องใช้ “อำนาจ” เป็นอุปกรณ์สำคัญในการทำงาน ธรรมดาของบุคคลผู้มีอำนาจ แต่ขาด “สติสัมปชัญญะ” ย่อมเผลอตัวเผลอใจใช้อำนาจไปในทางที่ผิด ในทางที่มิชอบ จนก่อให้เกิดภยันตรายทั้งต่อตนเองและต่อสังคมส่วนรวม อาตมภาพจึงขอเน้นย้ำให้ท่านทั้งหลาย จงหมั่นฝึกฝนอบรมตนให้มีสติระลึกรู้ เป็นเครื่องกำกับการกระทำทางกาย และทางวาจาอยู่ตลอดเวลา เพื่อไม่ให้เกิดภาวะเหลิงอำนาจ หรือหลงอำนาจ จนนำไปสู่การกระทำอันมิชอบด้วยหน้าที่ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสั่งสอนไว้ว่า สติสัมปชัญญะ เป็นธรรมอันมีอุปการะมาก เพราะฉะนั้น การทำงานในทุกระดับ หากมีสติเป็นเครื่องระลึก มีสัมปชัญญะเป็นเครื่องรู้ตัว ให้สามารถเหนี่ยวรั้งจิตใจตนอยู่เสมอแล้ว ความผิดพลาดก็จะไม่เกิดขึ้น หรือหากมีความผิดพลาดเกิดขึ้นบ้าง ก็จะสามารถแก้ไขได้ทันท่วงที ก่อนจะเกิดความเสียหายใหญ่หลวงมากขึ้นจนเหนือความควบคุม

ขอทุกท่านจงมีสติระลึกรู้ไว้เสมอว่า ความชอบด้วยกฎหมายและความชอบธรรมแห่งฐานะที่ดำรงอยู่ พร้อมทั้งความชอบด้วยกฎหมาย และความชอบธรรมในทุกการกระทำตามฐานะที่ดำรงอยู่ คืออำนาจที่แท้จริง อำนาจไม่อาจเกิดได้โดยชอบ หากไม่มีรากฐานจากคุณธรรม จึงขอให้ทุกท่านจงมั่นคงในคุณธรรมจริยธรรมของความเป็นผู้ใหญ่ พรั่งพร้อมด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เสียสละ อดทน และพากเพียร ในอันที่จะประกอบกรณียกิจน้อยใหญ่ เพื่อจรรโลงสถาบันหลักของชาติ และประชาชนให้ประสบความรุ่งเรืองไพบูลย์สืบไป
ขออำนาจแห่งความดีงามที่ท่านได้บำเพ็ญ จงเป็นเครื่องปกป้องคุ้มครองให้ท่านทั้งหลาย ปราศจากทุกข์โทษทั้งปวง เจริญพร้อมด้วยจตุรพิธพรชัย คืออายุ วรรณะ สุขะ พละ ตลอดจนปฏิภาณ และธรรมสารสมบัติ เพื่อเป็นกำลัง ยังให้ประสบความสำเร็จในกิจอันชอบ สมความมุ่งมาดปรารถนา โดยทั่วหน้ากัน เทอญ. ขอเจริญพร
นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการเข้าเฝ้าฯว่า ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของคณะรัฐมนตรีเมื่อมีการเข้ารับหน้าที่เป็นรัฐบาล จะต้องเข้าถวายสักการะ มส. เมื่อครั้งรัฐบาลเมื่อ 5 ปีมาแล้วก็ได้เข้าถวายสักการะเช่นเดียวกับวันนี้ ถือว่าเป็นโอกาสได้รับประทานพรจากสมเด็จพระสังฆราช เมื่อวานนี้ก็ได้รับพระราชทานพรจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำให้คณะรัฐมนตรีมีขวัญกำลังใจในการทำงานเพื่อสู้กับปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภารกิจในการดูแลประชาชน ตนไปเข้าวัดทุกแห่งไม่เคยขอพรให้กับตัวเอง แต่ขอให้ประเทศชาติเดินหน้าไปให้ได้ ขอให้ประชาชนมีความสงบสุข ปรองดองกัน อยู่ด้วยความสมานฉันท์และขอให้การทำงานของรัฐบาลอยู่รอดปลอดภัย ไม่ให้มีสิ่งใดเสียหายเพราะที่นี่คือประเทศของเรา ประชากรของเรามี 68 ล้านคน มาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลออกไปถ้าจะมองในมุมที่ไม่ดีก็คงไม่ใช่ไปทั้งหมด สิ่งที่ดีก็มีอยู่ ปัจจุบันปัญหาเศรษฐกิจก็มีอยู่ ที่สำคัญจะต้องดูแลกลุ่มผู้มีรายได้น้อยให้มากเพราะต้องดำรงชีวิตอยู่ในภาวะข้าวยากหมากแพง รวมถึงปัญหาภัยแล้งที่รัฐบาลจะต้องหารือกันในทุกมิติ ครม.ใช้เวลามากพอสมควรกว่าจะออกมาตรการใดๆ ออกมา ไม่อยากให้มองว่ารัฐบาลให้อย่างเดียว ต้องมีมาตรอย่างอื่นด้วย เช่น การสร้างความเข้มแข็ง เปลี่ยนแปลงการปลูกพืช เพิ่มผลผลิต ถ้าไม่มีมาตรการอะไรเลยเกษตรกรก็ขาดแรงจูงใจ ไม่มีกำลังใจในอาชีพของตน