สอศ.ร่วมลงนามโครงการที่ปรึกษาพลังงานและจักรยานยนต์ไฟฟ้าเบอร์ 5

19

ดร.สาโรจน์ ขอจ่วนเตี๋ยว ที่ปรึกษาด้านมาตรฐานอาชีวศึกษาช่างอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมลงนามความร่วมมือ โครงการที่ปรึกษาพลังงานและโครงการจักรยานยนต์ไฟฟ้าเบอร์ 5 พร้อมเปิดตัวและติดฉลากเบอร์ 5 บนจักรยานยนต์ไฟฟ้าเบอร์ 5 เป็นปฐมฤกษ์ ระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยมี นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่การกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ณ ห้องออดิทอเรียม อาคาร ท.103 สำนักงานใหญ่การไฟฟ้า ฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า กระทรวงพลังงานได้มีการพัฒนาการใช้พลังงาน หรือ Energy 40 โดยขับเคลื่อนเพื่อตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี สู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน รวมถึงการจัดทำแผนบูรณาการพลังงานระยะยาว 5 แผน ในช่วงปี พ.ศ.2558-2579 ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและความมั่นคงด้านพลังงาน ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนและพลังงานสะอาด ตลอดจนขยายโอกาสทางธุรกิจในภูมิภาคอาเซียน สำหรับกรอบแผนอนุรักษ์พลังงานซึ่งถือเป็นการจัดการ การใช้พลังงานให้เกิดความยั่งยืน กระทรวงพลังงานได้กำหนดมาตรการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน โดยมีเป้าหมายลดการใช้พลังงานไฟฟ้าตามแผนอนุรักษ์พลังงาน 20 ปี (พ.ศ. 2558-2579) ที่มีเป้าหมายให้ความเข้มข้นของการใช้พลังงาน (Energy Intensity) ลดลงร้อยละ 30 ในปี 2579 ซึ่งปัจจุบันลดลงไปแล้วร้อยละ 8

ดร.สาโรจน์ เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงพลังงาน ได้มอบหมายให้ กฟผ. ดำเนินโครงการนำร่องมาตรการบังคับใช้เกณฑ์มาตรฐานอนุรักษ์พลังงานสำหรับผู้ผลิตและผู้จำหน่ายพลังงาน หรือ Energy Efficiency Resources Standard : EERS ระหว่างปี 2561-2563 ซึ่งเป็นมาตรการที่กำหนดให้ผู้ผลิตหรือ ผู้ให้บริการด้านไฟฟ้า ดำเนินการให้ผู้ใช้บริการหรือผู้ใช้ไฟฟ้าเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ไฟฟ้าให้เห็นผลจริง ครอบคลุมทุกภาคส่วน โดยกำหนดให้มีการทดลองนำร่องโครงการตามมาตรการประเภทต่าง ๆ เพื่อศึกษาถึงผลการลดการใช้ไฟฟ้า สำหรับวางแนวทางการดำเนินการรองรับแผนอนุรักษ์พลังงานของประเทศ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน นายวิบูลย์ ฤกษ์ศิระทัย ผู้การ กฟผ. กล่าวว่า กฟผ. ได้ดำเนินโครงการที่ปรึกษาพลังงานตั้งแต่ปี 2561 เพื่อส่งสริมให้ผู้ใช้ไฟฟ้าทั่วประเทศเกิดการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพด้วยมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ที่เหมาะสมและคุ้มค่า รวมถึงสนับสนุนเป้าหมายการลดการใช้ไฟฟ้า ร้อยละ 0.1-0.3 ของปริมาณการใช้ไฟฟ้าของประเทศ หรือ 5,872 ล้านหน่วย ในปี 2579 ตามแผนอนุรักษ์พลังงาน โดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรต่าง ๆ ในการดำเนินงานเป็นอย่างดี สำหรับในปี 2562 นี้ กฟผ.ได้ตั้งเป้าหมายการประหยัดพลังงานไฟฟ้าจากการดำเนินโครงการฯ จำนวน 6.08 ล้านหน่วย

“นอกจากนี้ กฟผ. ได้ดำเนินโครงการจักรยานยนต์ไฟฟ้าเบอร์ 5 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะติดฉลากเบอร์ 5 ในปีนี้เพื่อพัฒนาและยกระดับยานยนต์ไฟฟ้าไปสู่มาตรฐานประสิทธิภาพสูง โดยได้ประกาศเชิญชวนผู้ผลิตผู้จำหน่ายผู้นำเข้าจักรยานยนต์ไฟฟ้าสมัครเข้าร่วมโครงการฯ พร้อมร่วมกันกำหนดมาตรฐานการทดสอบและเกณฑ์ประสิทธิภาพเบอร์ 5 รวมถึงดำเนินการทดสอบเพื่อติดฉลากฯตั้งแต่เดือนเมษายน 2562 โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมให้เกิดการติดฉลากจักรยานยนต์ไฟฟ้าเบอร์ 5 จำนวนปีละ 21,000 คัน ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ปีละ 13 ล้านบาท โดยจะเริ่มจ่ายฉลากเบอร์ 5 ตั้งแต่เดือนกันยายน 2562 เป็นต้นไป” ผู้ว่าการกฟผ. กล่าวเพิ่มเติม

“ทั้งนี้ การดำเนินโครงการนำร่องดังกล่าว เป็นการบูรณาการการดำเนินงานการจัดการด้านการใช้ไฟฟ้า เพื่อการพัฒนาและขยายผลรองรับไปสู่การดำเนินมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับผู้ใช้บริการ หรือผู้ใช้ไฟฟ้าในภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งในช่วงการดำเนินโครงการนำร่องนี้ กฟผ. ได้กำหนดแผนงานรณรงค์ส่งเสริมมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ไฟฟ้าในสถานศึกษา สังกัด สอศ.นำร่อง จำนวน 14 แห่ง เข้าร่วมโครงการฯ ด้วยการส่งเสริมให้มีการปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบปรับอากาศ ระบบอุปกรณ์แสงสว่าง และระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง” ดร.สาโรจน์ กล่าวปิดท้าย