อพท.3เปิดเส้นทางท่องเที่ยวWow Experience “ตะเคียนเตี้ย” ดึงนักเขียนร่วมเปิดประสบการณ์แชร์มุมมองเพิ่มศักยภาพบริการ

8

อพท.3 เปิดเส้นทางท่องเที่ยว Wow Experience ชุมชนตะเคียนเตี้ย ดึงBlogger Influencer ร่วมทดสอบเส้นทาง สัมผัสเส้นทางวิถีชุมชน ผ่านการถ่ายทอดเรื่องราวจากนักสื่อความหมายชุมชน ด้วยกิจกรรมการท่องเที่ยวหลากหลายที่พร้อมเปิดให้บริการตามมาตรฐานท่องเที่ยวของชุมชนสู่ระดับสากล

นายธิติ จันทร์แต่งผล ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษ 3 หรือ อพท.3 เปิดเผยว่า ในวันนี้ (20 กรกฎาคม2562) อพท.3 ได้จัดกิจกรรมทดสอบเส้นทางการท่องเที่ยวโดยชุมชน Wow Experience ต.ตะเคียนเตี้ย จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ อพท. ได้คัดเลือกให้เป็นชุมชนต้นแบบในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งทะเลตะวันออก (จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด)พร้อมกับการประเมินศักยภาพการพัฒนานักสื่อความหมายชุมชนในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งทะเลตะวันออก ผ่านความคิดเห็น และข้อเสนอแนะ ของกลุ่มนักเขียนนักเล่าเรื่อง และสื่อมวลชนด้านการท่องเที่ยว (Blogger/ Influencer) ภายใต้โครงการสร้างและพัฒนาการสื่อความหมายในพื้นที่ท่องเที่ยวภาคตะวันออกเพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการด้านการท่องเที่ยวสู่ระดับสากลซึ่ง อพท. โดยสำนักท่องเที่ยวชุมชน (สทช.) ร่วมกับ อพท.3และวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดอบรมเพิ่มทักษะให้กับสมาชิกชมรม ผู้นำชุมชน และเยาวชนในช่วงที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มศักยภาพบุคลากรในท้องถิ่นให้สามารถเป็นนักสื่อความหมายชุมชนที่ดีและมีคุณภาพ ตามหลักสูตรที่ใช้เกณฑ์การประเมินผลตามคู่มือการพัฒนานักสื่อความหมายชุมชน เพื่อเตรียมความพร้อมให้บริการกับนักท่องเที่ยว ให้เป็นไปตามเป้าหมายการยกระดับมาตรฐานด้านการท่องเที่ยวของชุมชนสู่ระดับสากล

“สำหรับการประเมินศักยภาพการท่องเที่ยวของชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนตำบลตะเคียนเตี้ยในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกของกิจกรรมทดสอบเส้นทางการท่องเที่ยวโดยชุมชน Wow Experience หลังจากอพท.3และชุมชนได้ร่วมกันพัฒนานำวิถีชุมชนมาพัฒนากิจกรรมให้บริการการท่องเที่ยว เพื่อเป็นการสร้างจุดขายด้านการท่องเที่ยวให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้นและตรงกับความต้องการของตลาดท่องเที่ยวในพื้นที่”

ทั้งนี้กิจกรรมได้พัฒนาจากวิถีของชุมชนตะเคียนเตี้ยซึ่งเป็นแหล่งปลูกมะพร้าว โดยได้กำหนดเส้นทางท่องเที่ยวเป็น 9จุด ตามแนวคิด “ท่องเที่ยววิถีมะพร้าวชาวตะเคียนเตี้ย”โดยจะให้บริการนักท่องเที่ยวเข้าร่วมกิจกรรมปั่นจักรยานไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้

ประกอบไปด้วย

  1. เยี่ยมชมและสัมผัสกับสวนป่าสาโรชกะแหวว
  2. ร่วมกิจกรรมตามวิถีชุมชนและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยการปล่อย“แตนเบียน”เพื่อกำจัดศัตรูมะพร้าวโดยไม่ต้องใช้สารเคมี
  3. ร่วมกิจกรรมชงและชิมกาแฟมะพร้าว
  4. ปั่นจักรยานท่องเที่ยวตามเส้นทางวิถีชุมชนที่อยู่ตามเส้นทาง
  5. เยี่ยมบ้านชาวสวนผู้สูงอายุที่ประกอบอาชีพทำขนมทองพับและการแปรรูปมะพร้าว
  6. เยี่ยมชมเรียนรู้วิธีการเพาะปลูกและการดูแลสวนมะพร้าว
  7. เยี่ยมชมสวนมะพร้าวสวยๆ “ฟ้าใสไอโกะ
  8. ชมการสาธิตการทำอาหาร “แกงไก่กะลา
  9. เยี่ยมชม“บ้านร้อยเสา”อายุกว่า 100 ปีซึ่งเป็นจุดไฮไลท์ในพื้นที่ชุมชนตะเคียนเตี้ยที่จะมีการถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมาของบ้านและร่วมทำกิจกรรมตัดพวงมโหตรและพับกุหลาบจากใบเตย ซึ่งเป็นศิลปะพื้นบ้านที่ชาวบ้านในชุมชนยังคงอนุรักษ์ไว้

สำหรับแพคเกจการให้บริการนักท่องเที่ยวมีหลายรูปแบบทั้งการให้บริการเป็นรายบุคคล หรือกรุ๊ปทัวร์ไม่เกิน 10 คน (อัตราค่าบริการ 1,100 บาทต่อคน) ในส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวที่มากกว่า 10 คน (มีอัตราค่าบริการ 990 บาทต่อคน) โดยแพคเกจดังกล่าวเหมารวมค่าบริการต่างๆ ประกอบด้วย

  • ค่าบริการนักสื่อความหมายที่สามารถบรรยายได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  • ค่าบริการจักรยาน/รถพ่วง/รถสามล้อ/รถยนต์ เพื่อการเยี่ยมชมบ้านสวนมะพร้าวซึ่งมีระยะทางประมาณ 7-10 กิโลเมตร
  • ค่าชมสวนสมาชิกวิสาหกิจชุมชนบ้านร้อยเสา ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวใช้เวลา 4-6 ชั่วโมง

ในส่วนของนักท่องเที่ยวที่สนใจใช้บริการที่พักค้างคืนในพื้นที่สามารถเข้าพักได้ที่ “บ้านกะลารีสอร์ทแอนด์โฮมสเตย์” ในอัตราคืนละ 250 บาทต่อคน (ไม่รวมอาหารเช้า) และราคา 350บาทต่อคน (รวมอาหารเช้า)