ครม. อนุมัติเงินล็อตใหญ่ 5 หมื่นล้าน ช่วยชาวนาข้าวตันละ 1 หมื่น วงเงิน 2.1 หมื่นล้าน สวนปาล์ม ก.ก.ละ 4 บาท วงเงิน 1.3 หมื่นล้าน แก้ภัยแล้ง 1.58 หมื่นล้าน

65

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า ที่ประชุมอนุมัติวงเงิน 21,495 ล้านบาท ในการดำเนินโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวกว่า 892,000 ครัวเรือน ตั้งแต่ เดือนตุลาคม 2562 ถึง ตุลาคม 2563 โดยแบ่งเป็น 5 ประเภทข้าว อาทิ ข้าวหอมมะลิ 15,000 บาทต่อตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน

สำหรับผู้ที่จะได้ประกันรายได้จะต้องเป็นผู้ขึ้นทะเบียนผู้ปลูกข้าวในปี 2562 พร้อมตั้งคณะอนุกรรมการ 2 คณะ ในการติดตามการดำเนินโครงการเพื่อป้องกันการทุจริต ทั้งระดับนโยบายและระดับจังหวัดโดยให้เกษตรกรเข้ามามีส่วนร่วม

นอกจากนี้ที่ประชุมได้อนุมัติการประกันรายได้ชาวสวนปาล์มวงเงิน 13,378 ล้านบาท ครอบคลุมชาวสวนปาล์ม 300,000 ราย โดยประกันรายได้ที่กิโลกรัมละ 4 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ไร่ โดยเกษตรกรที่จะได้รับการช่วยเหลือจะต้องผลิตปาล์มมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ปี

นายเดชาภิวัฒน์ ณ สงขลา ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติการประกันรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีในฤดูกาลผลิต 2562/63 วงเงิน 21,000 ล้านบาท สำหรับข้าว 5 ชนิด ได้แก่ 1. ข้าวเจ้า ประกันรายได้ 10,000 บาทต่อตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 30 ตัน หรือไม่เกิน 40 ไร่ 2. ข้าวเหนียว ประกันรายได้ 12,000 บาทต่อตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตัน หรือไม่เกิน 40 ไร่ 3. ข้าวหอมมะลิ ประกันรายได้ 15,000 บาทต่อตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 14 ตัน หรือไม่เกิน 40 ไร่ 4. ข้าวหอมมะลินอกพื้นที่ ประกันรายได้ 14,000 บาทต่อตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 16 ตันหรือไม่เกิน 40 ไร่ 5. ข้าวหอมปทุม ประกันรายได้ 11,000 บาทต่อตัน ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ตัน หรือไม่เกิน 10 ไร่

ขณะที่การประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนปาล์มนั้น ที่ประชุม ครม. อนุมัติ งบ 13,000 ล้านบาท กำหนดให้ประกันรายได้ที่กิโลกรัมละ 4 บาท ที่เปอร์เซ็นต์น้ำมัน18
% ครัวเรือนละ 25 ไร่ ซึ่งทั้งสองส่วนนี้จะให้ ธกส.เป็นผู้ออกงบประมาณไปก่อน จากนั้นจะเบิกจ่ายงบประมาณปี 2563 และปี 2564 คืน นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังอนุมัติงบประมาณแ 2562 รายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็ ช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ จำนวน 15,800 ล้านบาท ให้กับ 74 จังหวัด เฉลี่ยจังหวัดละประมาณ 200 ล้านบาท ส่วนจังหวัดสุรินทร์ บุรีรัมย์ ให้ 500 ล้านบาท เนื่องจากต้องใช้ในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งด้วย โดยจะต้องเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน