ลุงจรูญยิ้มแป้น ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นยกฟ้องลุงจรูญ เจ้าตัวเผยเตรียมฟ้องกลับยกแผง ด้านครูปรีชา ยืนยันจะใช้สิทธิ์ยื่นฎีกาตามกฎหมาย

15

ความคืบหน้า กรณีศาลจังหวัดกาญจนบุรี นัดคู่กรณีคดีหวย 30 ล้าน ฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ในคดีที่นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา เป็นโจทก์ยื่นฟ้องร้อยตำรวจโทจรูญ วิมูล ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์รับของโจร ซึ่งศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษายกฟ้องลุงจรูญไปก่อนหน้านี้แล้วนั้น ล่าสุด เมื่อเวลา 09.30 นาฬิกา ศาลได้เริ่มอ่านคำพิพากษา จำนวน 83 หน้า จนเสร็จสิ้นในเวลา 10.45 นาฬิกา ก่อนจะมีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้น ยกฟ้องร้อยตำรวจโทจรูญ ในความผิดฐานยักยอกทรัพย์ รับของโจร

โดยศาลอุทธรณ์ภาค 7 ได้ให้เหตุผลของการพิจารณายกฟ้อง ร้อยตำรวจโทจรูญในครั้งนี้ว่า มาจากการที่ศาลได้พิจารณาพยานหลักฐานต่างๆแล้ว เชื่อได้ว่าครูปรีชา ไม่ได้เป็นเจ้าของทรัพย์ ซึ่งก็คือสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดที่ถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 5 ใบ เมื่อครูปรีชาไม่ได้เป็นเจ้าของทรัพย์จึงไม่ได้เป็นผู้เสียหาย เมื่อไม่ได้เป็นผู้เสียหายจึงไม่มีสิทธิ์ที่จะฟ้องร้องดำเนินคดีกับร้อยตำรวจโทจรูญ ดังนั้น ศาลจึงมีคำพิพากษายกฟ้องร้อยตำรวจโทจรูญในที่สุด

ทั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นการฟังคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 7 ครูปรีชา พร้อมด้วยทีมทนายความได้ลงมาจากห้องพิจารณาคดีเป็นชุดแรก ก่อนจะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ต้นให้ความเคารพในคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 7 แม้ว่าจะมีในบางประเด็นที่ตนไม่เห็นด้วยก็ตาม หลังจากนี้ก็จะได้ไปปรึกษากับทีมทนายความ เพื่อที่จะดำเนินการยื่นฎีกาต่อศาลอีกครั้งซึ่งก็ถือเป็นการใช้สิทธิ์ตามกระบวนการทางกฎหมายที่ตนสามารถทำได้

ซึ่งการยื่นฎีกาต่อศาลเบื้องต้นจะต้องยื่นภายใน 30 วัน จากนั้นก็จะอยู่ที่ศาลเป็นผู้พิจารณาว่าจะรับฎีกาหรือไม่ ส่วนในประเด็นที่ว่าฝ่ายของลุงจรูญจะยื่นฟ้องดำเนินคดีกับครูปรีชานั้น ทางครูปรีชายืนยันว่าไม่ได้รู้สึกหนักใจ เพราะในตอนนี้คดียังไม่ได้สิ้นสุด ตนยังไม่ได้อยู่ในสถานะของการเป็นจำเลยและการที่จะถูกฝ่ายของลุงจรูญฟ้องก็คงจะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการประกอบวิชาชีพครูของตนแต่อย่างใดเพราะคดียังไม่สิ้นสุด หลังให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเสร็จเรียบร้อยทางครูปรีชาพร้อมทีมทนายความจึงได้รีบเดินทางกลับออกไปจากศาลทันที

จากนั้น ร้อยตำรวจโทจรูญ วิมูลและภรรยา พร้อมด้วยนายษิทรา เบี้ยบังเกิด ทนายความพร้อมทีมงานได้เดินทางลงมาจากห้องพิจารณาคดีด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ในวันนี้ศาลได้มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นยกฟ้องคุณลุงจรูญ โดยศาลได้ให้ความสำคัญกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ทั้งคลิปเสียงการสนทนา เบสสัญญาณโทรศัพท์ของครูปรีชา ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ใช้พิสูจน์ว่า คำให้การของครูปรีชาที่อ้างว่าเดินทางไปซื้อลอตเตอรี่ที่ตลาดเรดซิตี้ในวันที่ 31 ตุลาคม 2560 นั้นไม่เป็นความจริง

เนื่องจาก เบสสัญญาณโทรศัพท์ระบุว่าในวันดังกล่าว ครูปรีชาออกจากโรงเรียนเทพมงคลซึ่งเป็นสถานที่ที่ครูปรีชาทำงานเป็นครูอยู่ในเวลา 16.26 นาฬิกา และไปรับลูกของครูที่โรงเรียนวิสุทธรังษีในตำบลท่าล้อ อำเภอท่าม่วงในเวลา 16.56 นาฬิกา แต่ในคำให้การของครูปรีชานั้นระบุว่าในวันดังกล่าวครูปรีชาได้แวะทำธุระที่ตลาดเรดซิตี้และแวะซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลกับเจ๊บ้าบิ่นโดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที ก่อนจะเดินทางต่อไปรับลูกที่โรงเรียนวิสุทธรังษี แต่จากสัญญาณเบสโทรศัพท์ระบุชัดเจนว่าในเวลา 16.46 นาฬิกานั้น ครูปรีชายังขับรถจอดติดสัญญาณไฟแดงอยู่ที่บริเวณสี่แยกอู่ทอง ใกล้เคียงกับตลาดเรดซิตี้ จึงเป็นไปไม่ได้ที่ครูปรีชาจะใช้เวลา 10 นาทีลงไป ซื้อลอตเตอรี่ที่ตลาดเรดซิตี้และเดินทางไปรับลูกที่โรงเรียนวิสุทธรังษีในเวลา 16.56 นาฬิกาตามที่กล่าวอ้าง

อีกครั้งในช่วงเวลาดังกล่าว ยังมีคลิปเสียงการสนทนาของครูปรีชาที่ใช้โทรศัพท์อยู่ตลอดช่วงเวลา จึงเชื่อได้ว่าในวันดังกล่าวครูปรีชาไม่ได้ไปซื้อลอตเตอรี่จากเจ๊บ้าบิ่นที่ตลาดเรดซิตี้จริง ซึ่งหลักฐานเหล่านี้ทำให้ศาล พิจารณายกฟ้องลุงจรูญ ตามศาลชั้นต้นในที่สุด ซึ่งหลังจากศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นยกฟ้องลุงจรูญเรียบร้อยแล้วนั้น จากนี้คดีที่ทางฝ่ายของลุงจรูญเป็นโจทก์ยื่นฟ้องครูปรีชาและพวก ก็จะได้เริ่มกลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณา

เบื้องต้นจำนวน 2 คดี คือคดีที่ลุงจรูญเป็นโจทก์ยื่นฟ้องครูปรีชา และทนายวรยุทธ ในข้อหาร่วมกันฟ้องเท็จเพื่อกลั่นแกล้งให้ผู้อื่นรับโทษทางอาญา และอีกคดี คือคดีที่ยื่นฟ้องครูปรีชาเจ๊บ้าบิ่นและเจ๊พัช ในความผิดฐานเบิกความเท็จ เมื่อตอนที่ครูปรีชายื่นขออายัดเงินของคุณลุงจรูญต่อศาล ซึ่งทั้ง 2 คดีนี้ก็จะเริ่มกลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาตามกฎหมาย ส่วนในเรื่องของพยานที่ขึ้นให้การทางฝั่งครูปรีชาในคดีอาญานั้น ทางฝ่ายของตนยังไม่ได้มีการยื่นฟ้องแต่ก็ขึ้นอยู่กับคุณลุงจรูญว่าจะฟ้องร้องดำเนินคดีกับพยานที่ให้การเท็จรายใดบ้าง

โดยลุงจรูญ ได้กล่าวว่าในวันนี้ศาลได้มีคำพิพากษายกฟ้อง คืนความเป็นธรรมให้กับตนเรียบร้อยแล้ว จากนี้ไป ตนก็จะได้ทวงความเป็นธรรมให้กับตัวเอง โดยฟ้องร้องดำเนินคดี กับผู้ที่พยายามใส่ร้ายดำเนินคดีกับตนทั้งหมดทุกคน