บาดหมางมา 10ปี สุดทนก่อเหตุจ้วงแทงแม่ดับลูกบาดเจ็บ2

15

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 25 ส.ค. ร.ต.ท.วีรยุทธ ร้องหาญแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สน.ราษฎร์บูรณะ รับแจ้งเหตุ ทะเลาะวิวาทกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย และเสียชีวิต 1 ราย ภายในศรีไทยคอนโด เลขที่ 391 ซ.ประชาอุทิศ 33 แยก 6 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ชีพ รพ.บางประกอก อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง (ภาพมุมบนผู้เสียชีวิต)ภาพมุมล่างมือก่อเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นคอนโดสูง 4 ชั้น บริเวณทางเดินลงบันได ชั้น 2 พบนางมาลาทอง แซ่ฉั่ว อายุ 43 ปี อาชีพแม่ค้ารถเร่ (ของอุปโภคภายในบ้าน) อยู่บ้านเลขที่ 321/36 ซ.ประชาอุทิศ 33 แยก 6 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กทม. สวมเสื้อยืด สีเทา กางเกงขายาว สีเทา นอนหงายถูกของมีคมแทงบริเวณใต้ราวนมซ้าย 2 แผล และลิ้นปี่ 1 แผล กู้ชีพทำการปั้มหัวใจพร้อมนำส่งรพ.บางประกอก1 แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ก่อนนำร่างส่งนิติเวชฯ รพ.ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ทั้งนี้ยังพบผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย เป็นบุตรผู้เสียชีวิตคือ นายขจรศักดิ์ แซ่ฉั่ว อายุ 21 ปี ถูกของมีคมแทงชายโคลงซ้าย 1 แผล น.ส.เดือนเพ็ญ แซ่ฉั่ว อายุ 18 ปี ศีรษะซ้ายแตก เจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำตัวส่งรพ.เจริญกรุงประชารัฐ โดยบุตรทั้ง 2 อาการปลอดภัย นอกจากนี้พบตระกร้าผ้าและเสื้อผ้าหล่นกระจายพื้นจำนวนหนึ่ง

จากการสอบถามน.ส.เดือนเพ็ญ ทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายอภิเดช แก้วสืบ อายุ 36 ปี อาชีพทำเบาะ อยู่บ้านเลขที่ 321/43 ซ.ประชาอุทิศ 33 แยก 6 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กทม. ซึ่งผู้ก่อเหตุและแม่พักอยู่ตึกเดียวกันแต่อยู่คนละชั้นมีปากเสียงกันแทบทุกวัน ก่อนเกิดเหตุ แม่ออกจากห้องพักชั้น 3 เลขที่ 391/36 กำลังนำผ้าไปซักที่ชั้นล่าง ระหว่างลงบันไดได้พบกับนายอภิเดช ผู้ที่พักอาศัยอยู่ชั้น 4 เลขที่ 391/43 แล้วเกิดปากเสียงกันอย่างรุนแรง จนถึงขั้นผลักกันกันไปมา จากนั้นนางมาลาทองโทรศัพท์ไปหาลูกว่าให้เอาผ้าลงไปซัก จึงลงมาพร้อมพี่ชายเมื่อมาถึงพบว่าแม่ถูกทำร้ายตนและพี่ชายจึงเข้าตะลุมบอลกัน แต่นายอภิเดช สู้ไม่ไหวนำเหล็กแหลมมาจากไหนไม่รู้แทงแม่และพี่ชาย แล้วหลบหนีไป จากนั้นจึงร้องขอความช่วยเหลือจนเป็นเหตุดังกล่าว

ต่อมาเวลา 12.00 น. นายอภิเดช เดินทางมามอบตัวที่สน.ราษฎร์บูรณะ โดยให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ก่อเหตุจริง เนื่องจากมีประวัติบาดหมางกันมาเกือบ 10 ปี เจอหน้ากันจะทะเลาะวิวาทเสมอ เนื่องจากภรรยาตนนั้นประกอบอาชีพรับจ้างเย็บผ้า ช่วงเวลา 08.00 น. – 18.00 น. ผู้ตายมักไปร้องเรียนหน่วยงานต่างๆรวมทั้งนิติของคอนโด ว่าเสียงจากเครื่องเย็บผ้าดังไปกระทบห้องอื่น แต่ก็มีหน่วยงานต่างๆมาตรวจสอบผลปรากฏว่าปกติดี จนวันนี้เจอระหว่างบันไดก็มีปากเสียงกันเรื่องเสียงจักรเย็บผ้าตามเคย ต่างคนต่างตบตีกันจนถูกแม่ลูกรุมสู้ไม่ไหว ตนนำเหล็กปลายแหลม ยาวประมาณ 30 เซนติเมตร ที่พกติดตัวไว้แทงไปน่าจะ 2-3 ครั้ง เพราะจำไม่ค่อยได้เป็นช่วงชุลมุน จากนั้นด้วยความตกใจหนีออกจากที่เกิดเหตุเมื่อตั้งสติได้จึงเดินทางมามอบตัวดังกล่าว

ร.ต.ท.วีรยุทธ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำผู้ต้องหา และยังไม่ได้แจ้งข้อหาใดๆ แก่นายอภิเดช จากนั้นจะต้องรอบุตรผู้เสียชีวิตพักฟื้นจากความโศกเศร้าจะเรียกมาสอบปากคำจุดเกิดเหตุอีกครั้ง เพื่อสรุปแรงจูงใจถึงขั้นทำร้ายจนเสียชีวิต เพื่อสรุปสำนวนดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป