โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยลอย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิต แก้ปัญหาภัยแล้ง-น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดลำปาง

61

โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยลอย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิต ช่วยแก้ปัญหาภัยแล้ง-น้ำท่วมให้แก่ราษฎร 5 หมู่บ้าน ต.วังทอง อ.วังเหนือ จ.ลำปาง

จากปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และการเกษตร เนื่องจากทาง อบต.วังทองมีงบประมาณไม่เพียงพอในการสร้างอ่างเก็บน้ำ นายอินตา มั่งมูล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังทอง อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง จึงได้มีหนังสือถึงสำนักราชเลขาธิการ ขอพระราชทานโครงการก่อสร้างระบบประปาภูเขาและอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก เพื่อช่วยเหลือราษฎรทั้ง 5 หมู่บ้าน ในตำบลวังทอง อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง โดยสำนักงาน กปร.พิจารณาแล้วเห็นว่าเรื่องร้องเรียนดังุกล่าวเป็นเรื่องพัฒนาแหล่งน้ำ ซึ่งกรมชลประทานเป็นหน่วยงานที่สามารถดำเนินการเพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของราษฎร จึงขอให้กรมชลประทานศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ พร้อมทั้งเสนอแนะแนวทางการให้ความช่วยเหลือแก่ราษฎร โดยสำนักงานชลประทานที่ 2 ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มพิจารณาโครงการส่วนวิศวกรรมบริหาร และเจ้าหน้าที่โครงการชลประทานลำปางดำเนินการตรวจสอบพื้นที่บริเวณหมู่บ้านที่ร้องขอ ร่วมกับนายก อบต.วังทอง และผู้นำชุมชน

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยลอยไว้เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2555 เพื่อให้ควมมช่วยเหลือแก่ราษฎรตำบลวังทอง ซึ่งประสบปัญหาความเดือดร้อนขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคและทำการเกษตรในฤดูแล้ง และประสบปัญหาน้ำท่วมในฤดูฝน ตามที่นายอินตา มั่งมูล นายก อบต.วังทอง ได้ขอพระราชทานความช่วยเหลือ และเนื่องจากบริเวณที่จะดำเนินการก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยลอย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าขุนวัง แปลงที่ 1 ดังนั้น ทางกรมชลประทานจึงได้ทำหนังสือถึงผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดลำปาง เพื่อขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติดังกล่าว ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากกรมป่าไม้

โดยโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยลอย อันเนื่องมาจากพระราชดำริมีระยะเวลาดำเนินการ 1 ปี เริ่มก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2561 แล้วเสร็จวันที่ 31 สิงหาคม 2562 วงเงินงบประมาณ 37,664,000 บาท ลักษณะก่อสร้างทำนบดิน ขนาดกว้าง 8.00 เมตร ยาว 171.00 เมตร สูง 20.00 เมตร ขนาดความจุ 501,000 ลูกบาศก์เมตร และก่อสร้างทางระบายน้ำล้นแบบรางเท ขนาดสันทางระบายกว้าง 12.00 เมตร ก่อสร้างท่อส่งน้ำฝั่งซ้ายพร้อมท่อแยก ความยาวรวม 111 เมตร พร้อมคลองส่งน้ำดาดคอนกรีต ความยาว 20 เมตร ก่อสร้างคลองส่งน้ำระบายลงสู่ระบบส่งน้ำเดิม (คลองส่งน้ำดาดคอนกรีต) ซึ่งระบบคลองส่งน้ำมีความยาวประมาณ 800 เมตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งน้ำอุปโภคบริโภค และทำการเกษตรของราษฎรในพื้นที่โครงการ และบริเวณใกล้เคียง สามารถส่งน้ำสนับสนุนพื้นที่การเกษตรในฤดูฝนประมาณ 1,200 ไร่ และในฤดูแล้งประมาณ 280 ไร่ ทั้งยังส่งน้ำอุปโภคบริโภคให้แก่ราษฎร 5 หมู่บ้านในตำบลวังทอง ได้แก่ บ้านตึงเหนือ บ้านตึงใต้ บ้านเมืองทอง บ้านร่มโพธิ์ทอง บ้านสารภี จำนวน 767 ครัวเรือน รวม 2,468 คน

นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี กล่าวว่า โครงการพระราชดำริในระยะหลังๆ ส่วนใหญ่ชาวบ้านที่เดือดร้อนจะขอฎีกาไปยังสำนักพระราชวัง ซึ่งในสมัยนั้นในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงวางแผนร่วมกับชาวบ้าน และผู้นำชุมชน และเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาพูดคุยและวางแผนร่วมกัน จากนั้นจึงจะดำเนินการก่อสร้างได้

“การมาวันนี้ได้มาเห็นของจริงแล้ว ก็ถือว่าเป็นอ่างเก็บน้ำที่ได้รับการดูแลน้ำต้นทุนอย่างถูกต้อง ได้รับผลดีจากพายุโนอึลมากกว่าผลเสีย ทำให้อ่างเก็บน้ำดังกล่าวมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นถึง 98% ดังนั้น ทุกฝ่ายต้องช่วยกันดูแลพี่น้องประชาชนที่เสียสละที่ดิน เพื่อใช้ในการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยลอย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และขอขอบคุณกลุ่มผู้ใช้น้ำทุกคน” นายพลากร กล่าว

นายดนุชา สินธวานนท์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) กล่าวถึง โครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยลอย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลวังทองอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปางว่า เป็นตัวอย่างที่ดีในอีกหลายโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ซึ่งโครงการดังกล่าวเกิดจากความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เนื่องจากคลาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และทำการเกษตร ซึ่งไม่มีอ่างเก็บน้ำ ทาง อบต.วังทองจึงได้ทำหนังสือขอพระราชทานก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ส่วนการดำเนินการ ทางสำนักงาน กปร.ร่วมกับกรมชลประทาน โดยทำการสำรวจพื้นที่ดังกล่าว และพิจารณาจากปัจจัยหลายๆ อย่าง ซึ่งในกรณีนี้ชาวบ้านได้เสียสละพื้นที่ทำกิน แต่เดิมพื้นที่ตรงนี้มีการปลูกพืชเชิงเดี่ยว เช่น ข้าวโพด เมื่อมีอ่างเก็บน้ำแล้ว ก็จะช่วยให้ชาวบ้านมีอาชีพเสริม มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการทำประมง

“ภายหลังจากการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยลอย อันเนื่องมาจากพระราชดำริเสร็จสิ้น ก็จะทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้ใช้น้ำทั้งต้นทาง กลางทาง และปลายทาง เพื่อบริหารจัดการน้ำอย่างเข้มแข็ง และช่วยกันรักษาพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย เพื่อให้มีสภาพคงอยู่ตลอดไป” เลขาธิการสำนักงาน กปร. กล่าว

ทางด้านนายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมชลประทาน กล่าวว่า โครงการดังกล่าวพี่น้องประชาชนได้เสียสละพื้นที่ทำกิน โดยไม่รับค่าทดแทนแต่อย่างใด เพื่อใช้เป็นพื้นที่ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยลอย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งมีขนาดความจุ 501,000 ลูกบาศก์เมตร โดยชาวบ้านตั้งใจจะใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด และช่วยกันดูแลรักษาอ่างเก็บน้ำดังกล่าวตามแนวทางของในหลวงรัชกาลที่ 10 ในการสืบสาน รักษา ต่อยอด เพื่อสร้างความเข้มแข็งแก่กลุ่มผู้ใช้น้ำ โดยพี่น้องประชาชนย้ำว่าจะช่วยกันดูแลอ่างเก็บน้ำห้วยลอย อันเนื่องมาจากพระราชดำริตลอดไป แล้วก็จะใช้น้ำอย่างประหยัด ทั่วถึง และเป็นธรรม

“เดิมทีชาวบ้านจะปลูกข้าวโพด ซึ่งจะต้องใช้หน้าดินค่อนข้างเยอะ อาจจะมีผลกระทบด้านการเกษตร ซึ่งหลังจากนี้อาจจะต้องมีการพัฒนาอาชีพเปลี่ยนมาปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่ หรือข้าวญี่ปุ่นมากขึ้น เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยเกษตรกรสามารถวางแผนการเพาะปลูกได้อย่างชัดเจน สามารถใช้น้ำอย่างต่อเนื่อง และมีคุณค่ามากขึ้น สุดท้ายนี้อยากจะฝากเรื่องการบริหารจัดการน้ำ เนื่องจากสถานการณ์น้ำในปี 2563 โดยเฉพาะภาคเหนือจะต้องกักเก็บน้ำและใช้น้ำเท่าที่จำเป็น ที่สำคัญชุมชนต้องเข้มแข็ง มีการบริหารจัดการน้ำอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม นอกจากนี้ ยังมีการปลูกป่าทดแทนในพื้นที่ที่สูญเสียไปด้วย” รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมชลประทาน กล่าว

ด้านนางสาวกัลยา จานเหล็ก ราษฎรหมู่ที่ 1 บ้านเมืองตึงใต้ ตำบลวังทอง อำเภอวังเหนือ จ.ลำปาง เลขานุการกลุ่มผู้ใช้น้ำอ่างเก็บน้ำห้วยลอย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ กล่าวว่า ราษฎรในพื้นที่ ต.วังทอง ส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพทำการเกษตรเชิงเดี่ยว โดยปลูกข้าวโพดเป็นหลัก ต้องอาศัยแหล่งน้ำธรรมชาติตามฤดูกาล พอถึงช่วงฤดูฝนก็เกิดปัญหาน้ำหลาก เมื่อชาวบ้านทราบว่าจะมีโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยลอย อันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่นี้ ก็รู้สึกปลาบปลื้มดีใจมากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงโปรดเกล้าฯ ทำให้ชาวบ้านมีอาชีพ มีรายได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และร่วมกันบริหารจัดการน้ำให้ดีที่สุด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อราษฎรในพื้นที่และบริเวณใกล้เคียง และเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา เป็นแหล่งอาหารแห่งใหม่ให้กับชุมชนอีกด้วย