กองปราบจับแก๊งตุ๋นหลอกลงทุนเมกะโปรเจกต์ในประเทศไทย

45

กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอํานวยการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป., พ.ต.อ.สมควร พ่ึงทรพัย์รองผบก.ป.,พ.ต.อ.อรุณวชิรศรีสุกัญยาผกก.2บก.ป.,พ.ต.ท.วิศิษฐ์พลบม่วง,พ.ต.ท.สมบัติมมีงคล , พ.ต.ท.วิญญู แจ่มใส, พ.ต.ท.นฤทธิ์ ผูกจิตร รอง ผกก.2 บก.ป. เจ้าหน้าที่ตํารวจผู้ดําเนินการสืบสวนจับกุม นําโดย พ.ต.ท.กษิด์ิเดช เจริญลาภ , พ.ต.ท.เอกพล ปัญจมานนท์,พ.ต.ท.ณธัชพงศ์สินสิริยานนท์สว.กก.2บก.ป.,พรอ้มเจ้าหน้าท่ีตํารวจกก.2บก.ป. ร่วมกันจับกุม
1.นายนวมินทรัฐหรือสุรยัน (สงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี 2.นายไชยพรหรือกิจ (สงวนนามสกลุ ) อายุ 42 ปี
3.นางสุชานาถหรือบุหงา (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี 4.พันโท ชาติชายหรือเสธจุ่น (สงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี 5.นายณฐัวุฒิ(สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี
ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 1282/2563 ลงวันที่ 21 ส.ค. 2563 ซึ่งต้องหาว่า กระทําผิดฐาน“ร่วมกันฉ้อโกงและซ่องโจร”

สำหรับพฤติการณ์ ผู้ต้องหากับพวกได้แอบอ้างตนเองว่าเป็นกลุ่มนักลงทุน ซึ่งรู้จักกับข้าราชการระดับสูง และ สามารถที่จะประสานงานติดต่อนําเงินจากประเทศจีนมาลงทุนในโครงการเมกะโปรเจคต์ในประเทศไทยได้ (โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง) ซึ่งหากดําเนินโครงการดังกล่าวสําเร็จ ผู้เสียหายจะได้ร่วมงานในโครงการนี้ด้วย

โดยกลุ่มผู้ต้องหา ได้สร้างความน่าเชื่อถือโดยได้แสดงภาพถ่ายของกลุ่มผู้ต้องหากับข้าราชการระดบั สูง ให้แก่ผู้เสียหายดู จนผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงตัดสินใจหาเงินมาให้ผู้ต้องหาเพื่อเป็นค่าดําเนินการ โดยผู้เสียหายได้นํา ที่ดินของตนเองไปขายและกู้ยืมเงินมาอีกจํานวนหนึ่งนอกจากนกี้ลุ่มผู้ต้องหายังได้พาผู้เสยีหายไปเซนต์สัญญาร่วม ลงทุนกับชาวต่างชาติที่อ้างตัวว่าเป็นตัวแทนของรัฐบาล โดยผู้ต้องหากับพวกอ้างว่า หากเดินทางกลับมาประเทศ ไทยแล้ว จะพาไปทําสัญญามอบโครงการกับทางผู้ใหญ่ เพื่อให้รัฐบาลไทยนําโครงการดังกล่าวไปจัดทํา
ซึ่งภายหลังผู้เสียหายได้มาตรวจสอบข้อมลูทําให้ทราบว่าตนเองถูกหลอกไม่มีโครงการดังกล่าวอยู่จริงจึง ได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน และศาลได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 7 ราย

จากพฤติการณ์ดังกล่าว เป็นขบวนการที่มีการแบ่งหน้าที่กันทํา กองบังคับการปราบปรามจึงได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตํารวจ กก.2บก.ป.สืบสวนติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหามาดําเนินคดีโดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 5 ราย อีก 2 รายยังหลบหนี นําส่ง พนักงานสอบสวน กก.4 บก.ป. ดําเนินคดีตามกฎหมาย และทางเจ้าหน้าที่ตํารวจจะดําเนินการ สืบสวนจับกุมผู้ต้องหาในขบวนการรายอื่นต่อไป
จากการสอบถาม ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา