กรมส่งเสริมสหกรณ์ครบรอบ 48 ปี จัดสัมมนาทางวิชาการ ดันสหกรณ์ยุค 4.0 เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจฐานราก ยกระดับความเข้มแข็ง ส่งเสริมคนรุ่นใหม่หัวใจเกษตร

27

“อลงกรณ์” เปิดสัมมนาวิชาการ ย้ำสหกรณ์เป็นกำลังสำคัญขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลสู่ฐานราก ส่งเสริมบทบาทคนรุ่นใหม่ ยกระดับความเข้มแข็งของสหกรณ์ทั่วประเทศ

นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานเปิดการสัมมนาวิชาการ เนื่องในโอกาสวันสถาปนากรมส่งเสริมสหกรณ์ ครบรอบ 48 ปี และบรรยายพิเศษ “นโยบายกระทวงเกษตรและสหกรณ์” ณ โรงแรมปรินซ์พาเลซ ถนนกรุงเกษม กรุงเทพฯ ว่า กรมส่งเสริมสหกรณ์ เป็นหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ทำงานใกล้ชิดกับพี่น้องเกษตรกรมากที่สุดหน่วยงานหนึ่ง ซึ่งถือได้ว่าเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการนำนโยบายและมาตรการต่างๆ ของรัฐบาล โดยเฉพาะนโยบายจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาภาคการเกษตร ส่งผ่านสถาบันเกษตรกรทั้งสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรทั่วประเทศ เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อการดูแลการประกอบอาชีพและสร้างรายได้ให้แก่สมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรทั่วไป เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่าในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ระบบสหกรณ์ถือเป็นรากฐานและกลไกสำคัญที่จะเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนทุกสาขาอาชีพ ซึ่งสหกรณ์มี 7 ประเภท เป็นสหกรณ์ที่อยู่ในภาคการเกษตรและสหกรณ์นอกภาคการเกษตร ดังนั้น รัฐบาลจึงมีนโยบายที่จะสนับสนุนให้สหกรณ์มีความเข้มแข็ง ซึ่งจะต้องพัฒนาด้านการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพและและปรับเปลี่ยนแนวทางการส่งเสริมสมาชิกผลิตพืชผลการเกษตรให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด เน้นการทำเกษตรที่ยั่งยืนและปลอดภัย หรือเป็นการทำเกษตรอินทรีย์ การลดต้นทุนการผลิต โดยการใช้ปัจจัยการผลิตที่เหมาะสม เช่น การส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยที่ผลิตเอง การใช้ระบบการตลาดนำการผลิต ปรับเปลี่ยนการปลูกพืชให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ตรงกับความต้องการของตลาด เพิ่มช่องทางการค้าผ่านเว็บไซต์ไปสู่ตลาดโลก พัฒนาสินค้าและรูปลักษณ์แปรรูปให้ตรงกับที่ผู้บริโภคต้องการ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและสามารถแข่งขันได้ รวมทั้งสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมดำเนินธุรกิจในสหกรณ์ เพื่อจะได้นำความคิดและความรู้ใหม่ๆ เข้ามาพัฒนาสหกรณ์ให้เข้มแข็งขึ้น รวมถึงการมีส่วนร่วมในการจัดทำข้อมูลสารสนเทศเกษตรแห่งชาติ (Big data) ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรและนวัตกรรม (AIC) ถือเป็นภารกิจและหน้าที่สำคัญของกรมส่งเสริมสหกรณ์ที่จะส่งเสริมและพัฒนาเพื่อส่งเสริมขีดความสามารถของสหกรณ์ให้เข้มแข็งและยั่งยืน

“ในปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ขอให้ทุกท่านช่วยกันทำงานเพื่อยกระดับสหกรณ์ให้มีมาตรฐานสูงขึ้น ให้มีความเข้มข้น ทั้งการทำงานเชิงการพัฒนา การส่งเสริม และงานกำกับดูแล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบสหกรณ์โดยรวม และขอให้เน้นย้ำเรื่องการดำเนินธุรกิจตามแนวทางของสหกรณ์ที่มีสมาชิกเป็นศูนย์กลาง เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่สมาชิกสหกรณ์ให้มากที่สุด ซึ่งท่านทั้งหลายเปรียบเสมือนทัพหน้าที่ต้องปฏิบัติงานใกล้ชิดกับสหกรณ์ เกษตรกร และประชาชนในพื้นที่ จึงเป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐ ไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เพื่อให้พี่น้องเกษตรกร และประชาชนอยู่ดี กินดี มีความสุข มีรายได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายอลงกรณ์ กล่าว

ด้านนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า สำหรับงานสัมมนาทางวิชาการ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากรมส่งเสริมสหกรณ์ ครบรอบ 48 ปี ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-30 กันยายน 2563 ณ โรงแรมปริ้นซ์พาเลซ กรุงเทพฯ โดยมีผู้เข้าสัมมนาประกอบด้วย ผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์ สหกรณ์จังหวัด ข้าราชการ พนักงานราชการ และเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมทั้งสิ้น 600 คน เพื่อรับทราบนโยบาย รวมถึงแนวทางปฏิบัติงานในปีงบประมาณ พ.ศ.2564 และเพิ่มพูนความรู้ ศักยภาพการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน ตลอดจนแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน โดยมีหัวข้อสัมมนาดังนี้ มุมมองทิศทางการพัฒนาสหกรณ์ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน, การปฏิบัติงานอย่างมีความสุขในสถานการณ์ปัจจุบัน, แนวคิดการปฏิบัติงานกรมส่งเสริมสหกรณ์, แนวทางการขับเคลื่อนการปฏิบัติงานส่งเสริมสหกรณ์ รวมทั้งแนวทางการปฏิบัติงานในปีงบประมาณ พ.ศ.2564 ด้วย