บช.น.แถลงกรณีหมุดแนวร่วมของกลุ่มธรรมศาสตร์และชุมนุมมาฝังไว้ที่พื้นที่ท้องสนามหลวง

24

วันที่ 21 ก.ย.63 เวลา 15.00 น.ณ ลานแถลงข่าว ชั้น 1 อาคาร บช.น. : พล.ต.ท.โสภณ พิสุทธิวงษ์ รองผู้ว่า กทม.,พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รอง ผบช.น.,พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น./โฆษก บช.น.,พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน รอง ผบช.น. และนายสถาพร เที่ยงธรรม ผอ.กองโบราณคดี กรมศิลปากร ร่วมแถลงข่าวกรณีถอดหมุดคณะราษฎร 2563 ที่ฝังไว้ที่สนามหลวง

โดยเมื่อวันที่ 20 ก.ย.63 เวลา 12.00 น.ได้มีผู้อำนวยการเขตพระนคร ได้รับมอบอำนาจจากกรุงเทพมหานคร ได้มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ให้ดำเนินคดี กรณี มีกลุ่มบุคคลได้ทำลายรั้วเหล็ก และกลุ่มบุคคลบางส่วนได้ขุดเจาะถนนคอนกรีตซีเมนต์ซึ่งเป็นถนนตัดกลางท้องสนามหลวง ซึ่งมีไว้สำหรับประชาชนใช้ร่วมกัน เป็นเหตุให้ทรัพย์สินของกรุงเทพมหานครได้รับความเสียหาย จึงได้แจ้งความร้องทุกข์ ฐาน ทำให้เสียหายทรัพย์ และ พ.ร.บ.รักษาความสะอาด พ.ศ.2535 และเมื่อวันที่ 21 ก.ย.63

กรมศิลปากรได้เข้าทำการตรวจสอบพบว่ามีการฝังหมุดของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสาตร์และการชุมนุม ในพื้นที่สนามหลวงอันเป็นโบราณสถานซึ่งเข้าข่ายการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ.2504 มาตรา 10 “ห้ามมิให้ผู้ใดซ่อมแซม แก้ไข เปลี่ยนแปลง รื้อถอน ต่อเติม ทำลาย เคลื่อนย้ายโบราณสถาน หรือส่วนต่างๆ ของโบราณสถาน หรือมีการขุดค้น สิ่งใดๆ หรือปลูกสร้างอาคารภายในบริเวณโบราณสถาน เว้นแต่จะกระทำ ตามคำสั่งของอธิบดี หรือได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากอธิบดี… ”ซึ่งพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ได้รับคำร้องทุกข์ไว้ตามคดีอาญาที่ 426/2563 ลง 20 ก.ย.63

ต่อมาพนักงานสอบสวน กรมศิลปากร กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่ EOD เข้าตรวจสอบพื้นที่บริเวณท้องสนามหลวง พบว่ามีทรัพย์สินเสียหายหลายรายการ และพบว่ามีการขุดถนนคอนกรีตซีเมต์เป็นหลุมกว้างขนาด 1 ฟุต ×1 ฟุต ลึก 2.5 ซ.ม. เพื่อฝังหมุดของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมในที่เกิดเหตุ จึงได้ทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลางในคดี และนำส่งเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเพื่อทำการตรวจพิสูจน์ตามหนังสือ บก.น.1 ที่ 0015 (บก.น.1).10/3982 ลง 21 ก.ย.63

ทั้งนี้ กรมศิลปากร และกรุงเทพมหานคร ได้ร่วมกันปรับปรุงภูมิทัศน์โดยรอบบริเวณท้องสนามหลวงให้อยู่ในสภาพปกติต่อไป

บช.น. ขอเรียนว่า กรณีดังกล่าวเป็นการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์การกระทำความผิด อันเป็นการดำเนินการไปตามขั้นตอนของกฏหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องทุกประการ