อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ชี้แจงปมทุจริต สอ.สรฟ. มูลค่าเสียหายกว่า 23,000 ล้านบาท ยันไม่ได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่แต่อย่างใด เผยปัจจุบันเรื่องอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน

13

กรมส่งเสริมสหกรณ์ขอชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีคอลัมน์โขลกข่าวตำทุกข์ หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ หน้า 7 ฉบับวันที่ 3 กันยายน 2563 ได้เสนอข่าวการทุจริตสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ จำกัด (สอ.สรฟ.) โดยระบุว่ากรมส่งเสริมสหกรณ์ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแล ละเลย ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือปล่อยให้เกิดการทุจริตในสหกรณ์ดังกล่าว สร้างความเสียหายและส่งผลกระทบต่อสหกรณ์เจ้าหนี้กว่า 90 แห่ง มูลค่าเสียหายกว่า 23,000 ล้านบาท และจนถึงปัจจุบันยังไม่มีการแก้ไขปัญหาการทุจริตและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดแต่อย่างใด

ทั้งนี้ เพื่อให้สาธารณชนได้รับทราบข้อเท็จจริงที่ถูกต้องในการปฏิบัติหน้าที่ของกรมฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเพื่อมิให้สมาชิก สอ.สรฟ.และสหกรณ์เจ้าหนี้เกิดความตื่นตระหนก โดยนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ขอยืนยันว่านับตั้งแต่กรมฯ ได้รับรายงานว่าพบการกระทำที่ส่อทุจริตในสหกรณ์ออมทรัพย์สโมสรรถไฟ (สอ.สรฟ.) ประมาณเดือน ต.ค.2559 กรณีกรรมการ สอ.สรฟ.อนุมัติเงินกู้พิเศษไม่เป็นไปตามระเบียบให้แก่สมาชิก 6 ราย ในช่วงปี 2556-2559 รวม 199 สัญญา ยอดเงินกู้คงเหลือ จำนวน 2,285 ล้านบาท ซึ่งกรมฯ ไม่ได้ละเลย หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่มีข่าวออกมา แต่ในทางตรงกันข้าม กรมฯ ได้มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาทันทีที่ได้มีการตรวจพบและติดตามอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งวันที่ 2 ส.ค.2561 คณะกรรมการ สอ.สรฟ.ได้แจ้งความดำเนินคดีแพ่งและอาญากับกรรมการชุดที่กระทำผิดต่อพนักงานสอบสวน จนเสนอสำนวนให้พนักงานอัยการสั่งฟ้อง แต่มีปัญหาเรื่องเขตอำนาจสอบสวน จึงมีการส่งสำนวนกลับมาให้ สน.นพวงศ์ดำเนินการสอบสวนต่อ ซึ่งปัจจุบันเรื่องอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวน ดังนั้น กรมฯ ไม่ได้ปล่อยให้เกิดการทุจริตตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด

ขณะเดียวกันในระหว่างปี 2561 จนถึงปัจจุบัน กรมฯ ได้จัดให้มีการหารือระหว่าง สอ.สรฟ.และสหกรณ์เจ้าหนี้เงินฝากและเงินกู้ทั้ง 15 แห่ง รวมทั้งสิ้น 3,037.51 ล้านบาท (ณ เดือนตุลาคม 2562) เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาสภาพคล่องของ สอ.สรฟ. จนนำมาสู่การทำข้อตกลงร่วมกันในการชำระเงินฝากคืนให้กับสหกรณ์เจ้าหนี้ 9 แห่ง และทยอยชำระหนี้เงินกู้ให้กับสหกรณ์เจ้าหนี้ 1 แห่ง ซึ่งตอนนี้มียอดหนี้คงเหลือตามบันทึกข้อตกลง จำนวน 2,153 ล้านบาท และที่ สอ.สรฟ.ปฏิเสธหนี้ของ 5 สหกรณ์เจ้าหนี้ จำนวน 747 ล้านบาท ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินคดีตามกฎหมายของสหกรณ์เจ้าหนี้

ทั้งนี้ สภาพคล่องของ สอ.สรฟ. ณ เดือน ส.ค.2563 พบว่ามีเงินเข้ามา 53.4 ล้านบาทต่อเดือน สามารถจ่ายเงินกู้ให้สมาชิกประมาณ 18.5 ล้านบาท จ่ายคืนเงินฝากแก่สมาชิก 6.5 ล้านบาท ชำระหนี้/จ่ายคืนเงินฝากแก่สหกรณ์เจ้าหนี้ตามบันทึกข้อตกลงร่วมกัน 25.48 ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายบริหารจัดการ 1.03 ล้านบาท มีเงินสดเหลือ 1.86 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นผลดีของการร่วมมือกันแก้ไขปัญหา ทำให้ สอ.สรฟ. ดำเนินธุรกิจต่อไปและสามารถชำระหนี้กับสหกรณ์เจ้าหนี้ได้ตามข้อตกลง

อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวจะมีการติดตามประมวลผลทุก 3 เดือน และทบทวนแผนทุก 1 ปี และประการสำคัญพบว่าในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2562 ของสหกรณ์เจ้าหนี้ทั้ง 15 แห่งที่ผ่านมา ทุกสหกรณ์มีผลกำไร สามารถจ่ายเงินปันผลและเงินเฉลี่ยคืนให้กับสมาชิกได้ ในขณะที่สหกรณ์ที่ถูกปฏิเสธการชำระหนี้ทั้ง 5 สหกรณ์ เนื่องจากกรรมการ สอ.สรฟ. ชุดที่ 13 พบว่าผู้ลงนามในสัญญาเงินกู้ไม่ได้เป็นผู้มีอำนาจตามกฎหมาย โดยได้มีการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นแล้ว ทั้งนี้ กรมฯ ยืนยันว่าในการแก้ไขปัญหาตามลำดับเหตุการณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ยึดแนวทางการแก้ไขตามระเบียบและพ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ.2542 ที่ให้อำนาจไว้ทุกประการ