“วิสาหกิจชุมชน ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านเก่าน้อย” ต้นแบบศูนย์ข้าวชุมชนดีเด่น มุ่งเน้นผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิชั้นดีในเขตทุ่งกุลาร้องไห้ กรมการข้าวมีแผนผลักดันให้เป็นศูนย์ข้าวชุมชนแบบครบวงจร

17

“วิสาหกิจชุมชน ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านเก่าน้อย” ต้นแบบศูนย์ข้าวชุมชนดีเด่น ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิได้มาตรฐาน GAP และออร์แกนิกไทยแลนด์ เพื่อสร้างความปลอดภัยแก่ผู้บริโภค และรักษาสิ่งแวดล้อม มุ่งเน้นผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมมะลิชั้นดี ในเขตทุ่งกุลาร้องไห้ กรมการข้าวมีแผนผลักดันให้เป็นศูนย์ข้าวชุมชนแบบครบวงจร โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อช่วยประหยัดแรงงาน และลดต้นทุนการผลิต

วิสาหกิจชุมชน ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านเก่าน้อย ตำบลหนองบัวแก้ว อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม อยู่ในเขตทุ่งกุลาร้องไห้ เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 2551 ปัจจุบันสมาชิกจำนวน 75 ราย โดยมีนายบุญทอม บุญยรัตน์ เป็นประธานวิสาหกิจชุมชน ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านเก่าน้อย มีพื้นที่ทำนา 1,470 ไร่ ได้เข้าร่วมโครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้สู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของศูนย์วิจัยข้าวขอนแก่น กรมการข้าว เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่ในอำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ประกอบอาชีพทำนา ซึ่งการใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่ดี จะช่วยลดต้นทุนการผลิต และผลผลิตต่อไร่เพิ่มสูงขึ้น สามารถยกระดับการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวเปลือกหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้คุณภาพดีขึ้น ทั้งยังเป็นการรักษาภูมิปัญญาดั้งเดิม สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน

นายบุญทอม กล่าวว่า ปัจจุบันทางศูนย์ฯ ได้ทำการปลูกข้าวหอมมะลิตามมาตรฐาน GAP และมาตรฐานออแกนิกส์ไทยแลนด์ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับตนเองและผู้บริโภค รวมทั้งรักษาสิ่งแวดล้อมด้วย ซึ่งผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทางศูนย์ฯ ได้รับความช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐด้วยดีมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางกรมการข้าวได้มอบหมายให้ทางศูนย์วิจัยข้าวขอนแก่นเข้ามาดูแลและจัดกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์แก่สมาชิกอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน จนทำให้ศูนย์ฯ มีความเข้มแข็งและมั่นคง

สำหรับปริมาณข้าวหอมมะลิที่ผลิตได้ในปัจจุบันมีปัจจัยมาจากน้ำเป็นหลัก ซึ่งจะมีผลต่อปริมาณการผลิตมากบ้าง น้อยบ้าง ในแต่ละปี เฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 350-480 กิโลกรัมต่อไร่ โดยทางศูนย์ฯจะเป็นผู้กำหนดราคาซื้อขายกันเอง จะต้องให้มีราคาสูงกว่าท้องตลาด ถ้าเป็นข้าวอินทรีย์จะรับซื้อในราคาสูงกว่าท้องตลาด 2 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนข้าวที่ได้รับมาตรฐาน GAP ราคาจะสูงกว่าท้องตลาด 1 บาทต่อกิโลกรัม

โดยจะมีกระบวนการคัดเลือกนำมาเป็นเมล็ดพันธุ์ข้าว และส่วนหนึ่งจะสีข้าวเป็นกล้องหรือข้าวขาวเพื่อจำหน่ายในท้องตลาด ซึ่งในปัจจุบันยังพบปัญหาด้านการตลาดและราคาข้าวที่ยังไม่เป็นที่น่าพอใจ รวมถึงปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งที่เกิดขึ้นซ้ำซากทุกปี ดังนั้น จึงขอฝากไปยังหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องชาวนาด้วย

ด้านนางจรัญจิตร เพ็งรัตน์ นักวิชาการเกษตร ชำนาญการพิเศษ ศูนย์วิจัยข้าวขอนแก่น กล่าวว่า การลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชน ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านเก่าน้อย ในโครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้สู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประจำปี 2563 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าวในแปลงนา ตลอดถึงการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากข้าว เช่น ไอศกรีมข้าวหมาก น้ำนมข้าว เป็นต้น การคัดบรรจุเมล็ดพันธุ์ข้าว ทั้งข้าวสารและข้าวกล้อง และการใช้โรงสีข้าวอย่างปลอดภัยตามมาตรฐาน GAP

ทั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือร่วมใจของสมาชิกกลุ่ม ตลอดจนการผลิตข้าวปลอดภัยจากสารเคมี โดยการทำเกษตรผสมผสาน ใช้ปัจจัยการผลิตที่มีอยู่ในทัองถิ่น ซึ่งศูนย์วิจัยข้าวขอนแก่นได้ทำการคัดเลือกพื้นที่และเกษตรกรจากสมาชิกในนาแปลงใหญ่ที่มีความสมัครใจและมีความพร้อมในการเข้าร่วมโครงการดังกล่าว เพื่อจะได้ใช้เทคโนโลยีที่ถูกต้องเหมาะสมในการผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพสูงในเขตทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งกลุ่มศูนย์ข้าวชุมชนตำบลหนองบัวแก้วมีสมาชิกจำนวน 200 ราย มีพื้นที่ปลูกข้าวประมาณ 2,164 ไร่ สามารถผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพชั้นเลิศได้ประมาณ 250 ตันต่อปี ซึ่งมีความเหมาะสมในการเข้าร่วมโครงการดังกล่าว

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยข้าวขอนแก่นได้รับมอบหมายจากกรมการข้าวให้เข้ามาดูแลพื้นที่จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งวิสาหกิจชุมชน ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านเก่าน้อยได้เข้าร่วมโครงการตั้งแต่ปี 2559 จนกระทั่งได้รับรางวัลศูนย์ข้าวชุมชนดีเด่น ซึ่งทางศูนย์ได้ดูแลนาแปลงใหญ่ทั้งหมด 153 แปลง เกษตรกรจำนวน 9,000 กว่าราย พื้นที่ทั้งหมดกว่า 80,000 กว่าไร่ เพื่อเป็นการรวบกลุ่มชาวนาให้เกิดความเข้มแข็ง โดยทางศูนย์วิจัยฯ ได้สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าว การถ่ายทอดองค์ความรู้ และประชุมภาคีเครือข่าย เพื่อขับเคลื่อนโครงสร้างของกลุ่มนาแปลงใหญ่ให้ประสบควสมสำเร็จในการผลิตข้าวพันธุ์คุณภาพดี นอกจากนี้ยังมีกลุ่มอารักขาคอยเฝ้าระวังแมลงศัตรูข้าว เพื่อป้องกันการระบาดของโรคแมลงศัตรูข้าวอย่างทันท่วงที โดยมุ่งเน้นให้เกษตรกรผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีตามมาตรฐาน GAP โดยผ่านกลไกของศูนย์ข้าวชุมชนด้วย เพื่อที่จะกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวไปสู่พื้นที่ใกล้เคียงด้วย

ส่วนในตอนท้าย นายทรรศนะ ลาภรวย ที่ปรึกษาอธิบดีกรมการข้าว กล่าวโดยสรุปว่า รัฐบาลทุกสมัยได้ให้ความสำคัญกับพี่น้องชาวนามาโดยตลอด และใส่ใจในทุกปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาฝนแล้ง น้ำท่วม โรคระบาดข้าว หรือแม้แต่เรื่องราคาข้าว รัฐบาลก็พยายามทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้พี่น้องชาวนาเดือดร้อน เพราะพี่น้องชาวนา ถือว่าเป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ มีอยู่ประมาณ 15-16 ล้านคน ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงความสนใจกับอาชีพชาวนาอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม สำหรับวิสาหกิจชุมชน ศูนย์ข้าวชุมชนบ้านเก่าน้อย ตำบลหนองบัวแก้ว อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม จัดว่าเป็นกลุ่มที่เข้มแข็ง โดยกรมการข้าวมีแผนที่จะพัฒนาให้กลุ่มดังกล่าวมีความก้าวหน้า ยั่งยืน เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองในการผลิตสินค้าเกษตร และช่วยลดต้นทุนการผลิต โดยการใช้อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องจักรที่ทันสมัย ซึ่งในอนาคตจะผลักดันให้เป็นศูนย์ข้าวชุมชนแบบครบวงจร โดยกรมฯ จะสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าว และเครื่องมือเครื่องจักรอย่างเต็มที่ เพื่อให้เป็นศูนย์ทีเข้มแข็งและเชื่อมโยงกับเครือข่ายศูนย์ข้าวชุมชนที่มีอยู่ 2,000 แห่งทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังมีการเสริมสร้างความรู้แก่ชาวนา เพื่อให้สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ ซึ่งจะช่วยประหยัดแรงงาน และลดต้นทุนการผลิต เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวนาต่อไป

“เป็นที่ทราบกันว่าศูนย์นี้มีความเข้มแข็ง มีผลการดำเนินงานที่ดี จึงอยากจะเผยแพร่ไปสู่พี่น้องชาวนากลุ่มอื่นๆ ได้นำไปเป็นแบบอย่างต่อไป เพราะเรื่องข้าวถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งในอนาคตข้างหน้าประชากรทั่วโลกจะต้องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขณะนี้พื้นที่ปลูกข้าวลดลง เพราะฉะนั้นเมื่อเราเป็นผู้ผลิตอาหารของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลิตข้าว ถือว่าเป็นอาหารหลักของประชากรโลก ซึ่งนอกจากเราจะผลิตข้าวเพื่อบริโภคภายในประเทศแล้ว ส่วนหนึ่งยังส่งออกไปต่างประเทศทั่วโลกอีกด้วย และประเทศไทยเป็นประเทศมหาอำนาจทางการสร้างอาหาร มีวัฒนธรรมการปลูกข้าวมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ไม่น้อยกว่า 5,000 ปี จวบจนทุกวันนี้” นายทรรศนะ กล่าวทิ้งท้าย