ร้องใบอนุโมทนาบัตรวัดเดียวลุกลาม มส.วางแนวปฏิบัติเข้มครอบคลุมทุกวัดทั่วประเทศ

50

วันนี้ (10 ก.ย.63) นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ในฐานะโฆษกพศ. แถลงผลการประชุมมหาเถรสมาคม(มส.) ที่ตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร ว่า ที่ประชุมมส.มีมติเห็นชอบแนวปฏิบัติในการออกใบอนุโมทนาบัตร เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วประเทศ อีกทั้งเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการร้องเรียนกรณีที่ไม่สามารถนำใบอนุโมทนาบัตรไปลดหย่อนภาษี โดยมส.ได้กำหนดสาระสำคัญที่จะต้องระบุลงในใบอนุโมทนาบัตรดังนี้ 1.เลขที่ เล่มที่ วันเดือนปี ที่ออกใบอนุโมทนาบัตร 2.ระบุชื่อ-นามสกุลผู้บริจาคให้ชัดเจน 3.ระบุจำนวนเงินที่รับบริจาคทั้งตัวเลข และตัวหนังสือ โดยต้องเป็นไปตามจำนวนเงินที่รับบริจาคจริง 4.ระบุวัตถุประสงค์ในการบริจาคให้ชัดเจน 5.ระบุชื่อวัด สถานที่ตั้ง รหัสไปรษณีย์ และเบอร์โทรศัพท์ให้สามารถติดต่อได้สะดวก 6.การลงลายมือชื่อผู้รับเงิน ต้องระบุชื่อจริง และตำแหน่ง หน้าที่ ภายในวัดให้ชัดเจน และ7.ผู้มีอำนาจในการลงชื่อออกใบอนุโมทนาบัตร ต้องลงชื่อผู้มีอำนาจให้ชัดเจน และต้องประทับตราวัด โดยหลังจากนี้จะแจ้งแนวปฏิบัติดังกล่าวไปยังวัดทั่วประเทศต่อไป

นายสิปป์บวร กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้มติมส.ดังกล่าว สืบเนื่องมาจากมีผู้ร้องเรียนมาที่พศ. ถึงใบอนุโมทนาบัตรของวัดถ้ำเขาวง จ.นครราชสีมา ที่ไม่สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ ทางพศ. พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด(พศจ.) นครราชสีมา และฝ่ายปกครองคณะสงฆ์จ.นครราชสีมา จึงลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยทางวัดยืนยันว่าออกใบอุโมทนาบัตรจริง และหากผู้ร้องเรียนต้องการให้วัดออกให้ใหม่ ทางวัดก็พร้อมที่จะออกใบอนุโมทนาบัตรใหม่ให้ ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการร้องเรียนในลักษณะดังกล่าวขึ้นมาอีก นายณรงค์ ทรงอารมณ์ ผอ.พศ.จึงเห็นว่าควรนำเรื่องนี้เสนอมส. เพื่อขอความเห็นชอบในการกำหนดแนวปฏิบัติการออกใบอนุโมทนาบัตรว่าจะต้องมีการระบุข้อความอะไรบ้าง เพื่อให้ใบอนุโมทนาบัตรมีความถูกต้องตามกฎหมายสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ และเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วประเทศ

“ภายหลังผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธฯ ในฐานะเลขาธิการมหาเถรสมาคมลงนามในมติมส.ดังกล่าวแล้ว ก็จะนำมติมส.นี้ส่งถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ เจ้าคณะจังหวัดทุกจังหวัด และสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดทุกจังหวัดโดยเร็ว เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน” โฆษกพศ. กล่าว